Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 135/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เป็นสามีภรรยากันโดยชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่ก่อนใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 และคงเป็นสามีภรรยากันตลอดมาจนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้วในชั้นหลังนี้เมื่อมีปัญหาว่าสามีภรรยาจะขาดจากกันหรือไม่ย่อมจะต้องใช้กฎหมายที่มีอยู่ในขณะที่เหตุที่อ้างนั้นเกิดขึ้นบังคับแก่กรณีคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 จะใช้กฎหมายเก่าหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 2 พ.ร.บ.ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ.2477 มาตรา 4 ป.พ.พ. มาตรา 1497

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีมีว่า นางสำริต จำเลยเป็นบุตรนางเปลื้อง นายหมง เมื่อนายหมงตายแล้วนางเปลื้องมาได้โจทก์เป็นสามีเมื่อสัก 30 ปีมานี้ต่อมาราว พ.ศ. 2485โจทก์ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ พ.ศ. 2493 นางเปลื้องตาย นางสำริต จำเลยเข้ารับมรดก โจทก์จึงสึกออกมาคัดค้าน แต่แล้วตกลงกันได้โจทก์ก็กลับไปบวชตลอดมาจนบัดนี้ แต่แล้วเกิดขัดแย้งกันขึ้นอีก โจทก์จึงฟ้องเรียกทรัพย์หลายอย่างโดยอ้างว่าเป็นสินเดิมและสินสมรสของโจทก์บ้าง เป็นมรดกนางเปลื้องที่ตกได้แก่โจทก์บ้างจำเลยต่อสู้ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องศาลชั้นต้นเห็นว่าทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องเว้นแต่อันดับ 2 ที่บ้านโฉนดที่ 6675 เป็นมรดกของนางเปลื้อง โจทก์มิได้ลาบวชออกมารับมรดกภายในอายุความจึงหมดสิทธิ แต่ทรัพย์อันดับ 2 เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางเปลื้องพิพากษาให้แบ่งให้โจทก์ 2 ส่วน โจทก์พอใจตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์คดีคงมีปัญหาเพียงว่าทรัพย์อันดับ 2 เป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับนางเปลื้องหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ไปบวชเมื่อภายหลังใช้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 แล้ว จึงยังไม่ขาดจากการเป็นสามีภรรยากันทรัพย์อันดับ2 เป็นสินสมรส พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ออกใช้บังคับนั้นโจทก์กับนางเปลื้องยังเป็นสามีภรรยากันอยู่ การที่โจทก์บวชเมื่อพ.ศ. 2485 ต้องใช้ กฎหมายที่มีอยู่ในขณะนั้นบังคับแก่กรณี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 การบวชหาทำให้การสมรสขาดจากกันไม่ ไม่มีทางจะถือว่าทรัพย์อันดับ 2 เป็นสินส่วนตัวของนางเปลื้องได้ ศาลฎีกาจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · วิเทศจรรยารักษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9136/2557

ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ผู้คัดค้านจะมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างไว้ในคำคัดค้าน แต่เมื่อปัญหานี้ปรากฏตามคำร้องขอในสำนวน ผู้คัดค้านชอบจะหยิบยกขึ้นอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9006/2557

ขณะที่จำเลยจดทะเบียนสมรสกับ ท. นั้น ท. จดทะเบียนสมรสกับโจทก์แล้วและยังคงเป็นคู่สมรสกับโจทก์ตลอดมาจนกระทั่ง ท. ถึงแก่ความตาย การสมรสระหว่างจำเลยกับ ท. จึงเป็นการฝ่าฝืน ป.พ.พ. มาตรา 1452 และตกเป็นโมฆะตา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2556 (เลขอ้างอิง 544472)

โจทก์สมรสกับพันตรี จ. ในขณะที่พันตรี จ. มีคู่สมรสอยู่แล้วเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.พ.พ. มาตรา 1452 ย่อมตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ผู้มีส่วนได้เสียซึ่งรวมถึงโจทก์ย่อมมีสิทธิที่จะกล่าวอ้างหรือมีคำร้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7152/2553

ป.พ.พ. มาตรา 1497 บัญญัติว่า "การสมรสที่เป็นโมฆะ เพราะฝ่าฝืนมาตรา 1452 บุคคลผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งจะกล่าวอ้างขึ้นหรือจะร้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการสมรสเป็นโมฆะก็ได้" การสมรสซ้อนตามมาตรา 1452 จึงอาจเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6186/2545

ชายหรือหญิงที่ทำการสมรสในขณะที่ตนมีคู่สมรสอยู่แล้ว เป็นการสมรสที่ฝ่าฝืนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1452 และทำให้การสมรสนั้นเป็นโมฆะตามมาตรา 1495 ซึ่งมาตรา 1497 ระบุว่า การสมรสที่ฝ่าฝืนมาตรา 1452…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้