Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1343/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของ พ.มอบฉันทะให้จำเลยนำที่ดินพิพาทรวมสี่แปลง ไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันระหว่างทายาท จำเลยกลับนำใบมอบฉันทะไปโอนที่ดินทั้งสี่แปลงเป็นของตน เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจที่ให้ไว้ ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินดังกล่าวคืนให้แก่กองมรดกในนามของโจทก์ทั้งสอง แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ไปทำการโอนให้จำเลยด้วยตนเองในฐานะผู้จัดการมรดกของ พ. การโอนที่ดินพิพาททั้งสี่แปลง มิใช่การโอนโดยอาศัยใบมอบฉันทะตามที่ฟ้องเมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบมาฟังไม่ได้ตามคำฟ้องเช่นนี้ จึงไม่มีกรณีที่จะบังคับให้ตามที่โจทก์ทั้งสองขอมาในคำฟ้อง ต้องพิพากษายกฟ้อง.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกไม่มีพินัยกรรมของนายไพวัฒน์ ติยะวนิช ตามคำสั่งศาล และได้จัดการแบ่งปันมรดกส่วนใหญ่ให้แก่ทายาททุกคนแล้ว คงเหลือแต่ที่ดิน 4 แปลง โจทก์ทั้งสองต้องเดิมทางไปศึกษา ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา จึงได้ตกลงกันในระหว่างทายาทให้จำหน่ายที่ดินทั้ง 4 แปลง นำเงินที่ขายได้มาแบ่งปันกันโจทก์ทั้งสองได้มอบหมายให้จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งเป็นผู้จำหน่ายแทน โดยมอบใบมอบฉันทะโอนกรรมสิทธิ์พร้อมโฉนดที่ดินให้จำเลยก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ จำเลยกลับนำใบมอบฉันทะที่โจทก์ทั้งสองลงนามไว้ไปโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 4 แปลง เป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียวในฐานะผู้รับมรดก อันเป็นการกระทำนอกเหนือจากอำนาจที่โจทก์ทั้งสองและทายาทอื่นให้ไว้

ขอให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสี่แปลงคืนให้แก่กองมรดกในนามของโจทก์ทั้งสอง หากจำเลยไม่ยอมคืน ให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาแทน และให้จำเลยใช้ค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนแก่โจทก์ระหว่างพิจารณา พันตำรวจโทกฤษณ์ ศิริวรรณ สามีจำเลยยื่นคำร้องว่า จำเลยได้ไปเสียจากภูมิลำเนาอันเป็นถิ่นที่อยู่ โดยไม่มีผู้ใดทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ขออนุญาตต่อสู่คดีแทนจำเลยไปพลางก่อนศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วอนุญาตพันตำรวจโทกฤษณ์ ศิริวรรณ ให้การแทนจำเลยว่าโจทก์มอบอำนาจให้จำเลยทำนิติกรรมจดทะเบียนที่ดินทั้ง 4 แปลง ให้แก่จำเลย อันเป็นการแบ่งมรดกโดยตกลงแบ่งตัวทรัพย์กันเอง มิใช่โจทก์มอบให้จำเลยขายที่ดินทั้ง 4 แปลงดังกล่าว นำเงินมาแบ่งปันให้แก่ทายาทตามที่โจทก์ฟ้อง

โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเรียกที่ดินจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดทั้งสี่แปลง ให้แก่โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายไพวัฒน์ ติยะวนิช โดยให้จำเลยเป็นผู้รับผิดในค่าโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืน ถ้าจำเลยไม่คืนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ทั้งสองฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนายไพวัฒน์ มอบฉันทะให้จำเลยนำที่ดินที่พิพาทรวม 4 แปลง ไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาแบ่งปันกันระหว่างทายาท แต่จำเลยกลับนำใบมอบฉันทะไปโอนที่ดินทั้ง 4 แปลงเป็นของตน เป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจที่โจทก์ทั้งสองให้ไว้ ขอให้จำเลยโอนที่ดินทั้ง 4 แปลงคือกองมรดก แต่ข้อเท็จจริงที่ โจทก์ทั้งสองนำสืบนั้นตามหลักฐานการโอนที่ดินที่พิพาท ปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองเป็นผู้ไปทำการโอนให้จำเลยด้วยตนเองในฐานะผู้จัดการมรดกนายไพวัฒน์ โดยลงลายมือชื่อที่ลงไว้ในเอกสารดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นแบบบันทึกการสอบสวนขอจดทะเบียนมรดกหรือค่าขอโอนมรดก ก็เป็นที่เห็นได้ว่าเป็นลายมือชื่อของโจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้

กรณีจึงเป็นที่เห็นได้ว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบมานั้น การโอนที่พิพาททั้ง 4 แปลง มิใช่การโอนโดยอาศัยใบมอบฉันทะตามที่ฟ้อง เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์ทั้งสองนำสืบมาฟังไม่ได้ตามที่โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างไว้ในคำฟ้องเช่นนี้ จึงไม่มีกรณีจะบังคับให้ตามที่โจทก์ทั้งสองขอมาในคำฟ้องได้ ต้องพิพากษายกฟ้องพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้