Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 134/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่ความท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงเพียงประเด็นเดียวเป็นข้อแพ้ชนะกันว่าโจทก์กล่าววาจาข่มขู่ดูหมิ่นท้าทายกระด้างกระเดื่องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาจริงหรือไม่หากเป็นความจริงโจทก์ยอมแพ้โดยไม่มีข้อความในคำท้ายกเว้นไว้ว่าจำเลยยังคงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ด้วยเมื่อศาลวินิจฉัยฟังว่าโจทก์กล่าววาจาข่มขู่ดูหมิ่นท้าทายผู้บังคับบัญชาจริงโจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้าจำเลยไม่จำต้องชำระเงินจำนวนใดๆตามฟ้องแก่โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 138 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลย เมื่อวันที่ 15 มีนาคม2537 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชย เท่ากับอัตราค่าจ้างสุดท้ายไม่น้อยกว่า 90 วัน คิดเป็นเงิน 78,000 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 47 วันคิดเป็นเงิน 40,733 บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเวลา 6 วัน ซึ่งโจทก์มาทำงานทุกวันคิดเป็นเงิน 5,200 บาทค่าจ้างค้างจ่ายอีก 13,000 บาทจำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์แสดงกริยาวาจาข่มขู่ ดูหมิ่นท้าทาย กระด้างกระเดื่องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจำเลยเคยเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วอันเป็นความผิดอย่างร้ายแรง จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ส่วนเงินค่าจ้างค้างจ่ายโจทก์ไม่ไปรับเองในชั้นพิจารณา คู่ความท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงเพียงประเด็นเดียวเป็นข้อแพ้ชนะว่า โจทก์กล่าววาจาข่มขู่ดูหมิ่นท้าทายกระด้างกระเดื่อง ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในวันที่ 5 มกราคม 2537 จริงหรือไม่ ถ้าศาลวินิจฉัยฟังว่าเป็นความจริง โจทก์ยอมแพ้ หากไม่เป็นความจริง จำเลยยอมชำระเงินตามฟ้อง ยกเว้นเงินค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 13,000 บาท จำเลยได้ชำระแก่โจทก์ในระหว่างพิจารณาแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยฟังว่า โจทก์กล่าววาจาข่มขู่ ดูหมิ่นผู้บังคับบัญชาในประเด็นที่ท้ากันจริง แต่พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์จำนวน 4,333 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีนั้นเห็นว่า คดีนี้คู่ความท้ากันขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดข้อเท็จจริงเพียงประเด็นเดียวเป็นข้อแพ้ชนะกันว่า โจทก์กล่าววาจาข่มขู่ ดูหมิ่นท้าทายกระด้างกระเดื่องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาจริงหรือไม่ หากเป็นความจริง โจทก์ยอมแพ้โดยไม่มีข้อความในคำท้ายกเว้นไว้ว่าจำเลยยังคงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ด้วย เมื่อศาลแรงงานกลางวินิจฉัยฟังว่าโจทก์กล่าววาจาข่มขู่ดูหมิ่นท้าทายผู้บังคับบัญชาจริง โจทก์จึงต้องเป็นฝ่ายแพ้คดีตามคำท้า จำเลยไม่จำต้องชำระเงินจำนวนใด ๆ ตามฟ้องแก่โจทก์ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · พรชัย สมรรถเวช · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18948/2555

จำเลยแถลงต่อศาลแรงงานภาค 9 ว่าติดใจเพียงประเด็นเดียวว่าโจทก์ทุจริตและกระทำความผิดอาญายักยอกทรัพย์ของจำเลยเท่านั้น และจำเลยสละประเด็นอื่น แล้วโจทก์จำเลยตกลงท้ากันโดยถือเอาข้อแพ้ชนะในคดีอาญาที่โจทก์ถูกฟ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3630/2552

ข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยตามรายงานกระบวนพิจารณาเป็นข้อตกลงในศาลชั้นบังคับคดีหลังจากที่ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและได้ขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5196/2550

คู่ความท้ากันว่า หากโจทก์สามารถใช้เครื่องมือกระบอกตั้งระยะชุดป้อนกระดาษของเครื่องพิมพ์ขนาด 102 เซนติเมตร ในการตั้งระยะเครื่องซีดี 74 ตามใบสั่งซ่อมได้ระยะ 45.5 เซนติเมตร หรือ 455 มิลลิเมตร แล้ว จำเลยทั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3531/2549

คู่ความท้ากันให้ศาลแรงงานวินิจฉัยเฉพาะข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3.5 ว่าจำเลยมีอำนาจลงโทษโจทก์ตามข้อบังคับดังกล่าวหรือไม่ และศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีสิทธิไล่โจทก์ออกจากงานและต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1222/2549

การทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีที่โจทก์จำเลยมุ่งระงับข้อพิพาทระหว่างกันและมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดอย่างคดีธรรมดาที่ต้องพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาชี้ขาดประเด็นข้อพิพาทไป ข้อตกลงใ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้