Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1339/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยใช้คนขับรถยนต์บรรทุกดินบุกรุกผ่านที่ดินของโจทก์ร่วมไปถมที่ดินอีกแปลงหนึ่ง เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2),84 อันเป็นความผิดต่อกรรมสิทธิ์ โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เป็นผู้เสียหาย ร้องทุกข์และฟ้องได้แม้ที่ดินนั้นจะมีผู้เช่าทำนาอยู่ก็ตามศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2), 84 จำคุก 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท รอการลงโทษจำคุกไว้ 2 ปี จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "พยานโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลดีกว่าพยานจำเลย ฟังได้ว่าจำเลยได้ก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดโดยจ้างวานใช้ให้นายไสว บุญญะอินทร์ กับพวกซึ่งเป็นคนขับรถยนต์บรรทุกดินของจำเลยขับรถยนต์บรรทุกดินบุกรุกที่ดินของโจทก์ร่วมเพื่อไปถมที่ซึ่งจำเลยรับจ้างเหมาไว้ คนขับรถยนต์ของจำเลยได้ทำความผิดฐานบุกรุกที่ดินของโจทก์ร่วมทั้งสองตามที่จำเลยก่อให้กระทำแล้ว จำเลยจึงต้องได้รับโทษตามความผิดที่ผู้ถูกใช้ได้กระทำลงนั้นปัญหาที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จำเลยฎีกาว่า นายแกละหรือโปร่ง ปั้นทอง พยานโจทก์เบิกความว่าที่ดินที่ถูกบุกรุกเป็นที่ดินซึ่งนายแกละหรือโปร่งเช่าทำตลอดมา ผู้เสียหายไม่เคยทำนาแปลงนี้ โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายเพราะไม่ใช่ผู้ครอบครอง จึงไม่มีอำนาจฟ้องคดีเป็นโจทก์และร้องทุกข์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ความผิดฐานบุกรุกเป็นความผิดต่อกรรมสิทธิ์โจทก์ร่วมทั้งสองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จำเลยก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานบุกรุก โจทก์ร่วมทั้งสองจึงเป็นผู้เสียหายมีอำนาจร้องทุกข์และเป็นโจทก์ฟ้องคดีได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุไพศาล วิบุลศิลป์ · จันทร์ ระรวยทรง · สุวัฒน์ รัตรสาร
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้