Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13389/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยในประเด็นที่ว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทนหรือไม่ โดยใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์จำเลยทั้งสองแล้ว พยานหลักฐานของโจทก์ที่สืบมาฟังไม่ได้ตามข้อกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทนทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ส่วนประเด็นที่ว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยไปตามคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในมูลหนี้เงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน กรณีจึงต้องวินิจฉัยไปถึงมูลดังกล่าวว่าจำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องชำระหรือไม่ เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินที่จะซื้อจะขายไปโดยไม่อาจฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทน การที่โจทก์ไม่อาจดำเนินการโอนที่ดินให้จำเลยที่ 1 ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจึงถือได้ว่าเป็นกรณีการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายโจทก์ต้องรับผิดชอบ โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายที่รับผิดจำต้องส่งคืนมัดจำตาม ป.พ.พ. มาตรา 378 (3) โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองจ่ายเพื่อชำระหนี้เงินมัดจำตามฟ้อง ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมาทั้งหมด ไม่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 528,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 500,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ 528,125 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนางจันทร์ดี ตามคำสั่งศาลจังหวัดเชียงราย จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทได้ โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนางจันทร์ดีทำสัญญาจะขายที่ดินโฉนดเลขที่ 57907 ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ 6 ไร่เศษ มีชื่อนางจันทร์ดีเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ให้แก่จำเลยที่ 1 ผู้จะซื้อในราคา 3,600,000 บาท ในวันทำสัญญา จำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ชำระเงินมัดจำแก่โจทก์โดยออกเช็คสั่งจ่ายเงิน 500,000 บาท ให้แก่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงราย เจ้าหนี้ผู้รับจำนองที่ดินแปลงดังกล่าว

ส่วนที่เหลืออีก 3,100,000 บาท กำหนดชำระภายใน 120 วัน นับแต่วันทำสัญญาและโจทก์จะจัดการโอนกรรมสิทธิ์ในวันเดียวกัน รายละเอียดข้อตกลงปรากฏตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน โจทก์มอบเช็คเงินมัดจำให้จำเลยที่ 2 นำไปชำระหนี้จำนองบางส่วนให้แก่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงราย เพื่อระงับการขายทอดตลาดที่ดินที่จะซื้อจะขายกันไว้ก่อน ทั้งนี้โจทก์ไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบว่าหนี้ที่ถูกบังคับคดีมีจำนวนถึง 4,500,000 บาท ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวไปในราคา 2,400,000 บาท มีปัญหาวินิจฉัยฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทนทำให้โจทก์เสียหายหรือไม่ และจำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่

เพียงใด โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นตัวแทนของโจทก์มีหน้าที่นำเช็คจำนวนเงิน 500,000 บาท ไปชำระหนี้แก่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงราย เพื่อให้ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาเชียงราย ระงับการขายทอดตลาดที่ดินแปลงจะซื้อจะขาย แต่จำเลยทั้งสองไม่ไปทำการตามที่ได้รับมอบหมาย จึงไม่ได้ระงับการขายทอดตลาดและเจ้าพนักงานบังคับคดีขายที่ดินที่จะซื้อจะขายไปทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยทั้งสองในฐานะตัวแทนจึงต้องรับผิดตามที่โจทก์ฟ้อง โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยทั้งสองในเรื่องผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ข้อที่โจทก์สามารถปฏิบัติตามสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่จะซื้อจะขายให้จำเลยทั้งสองได้หรือไม่นั้น จึงเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เห็นว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยในประเด็นว่า จำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทนหรือไม่ โดยใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานหลักฐานโจทก์จำเลยทั้งสองแล้ว พยานโจทก์เป็นที่สงสัยว่าหากจำเลยทั้งสองนำเช็คไปชำระหนี้บางส่วนแก่ธนาคารผู้รับจำนองแล้ว ธนาคารผู้รับจำนองจะผ่อนผันการบังคับคดีให้หรือไม่ เมื่อจำเลยที่ 2 นำสืบว่า นำเช็คไปขอชำระหนี้บางส่วนแก่ธนาคารผู้รับจำนองแล้ว แต่ธนาคารผู้รับจำนองไม่ยอมรับชำระหนี้ พฤติการณ์แห่งรูปคดีจึงไม่ปรากฏแน่ชัดว่าจำเลยทั้งสองทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 5 อีกนัยหนึ่งคือ พยานหลักฐานของโจทก์ที่สืบมาฟังไม่ได้ตามข้อกล่าวอ้างว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทนทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย

ส่วนประเด็นว่าจำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระเงินตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ได้วินิจฉัยไปตามคำขอของโจทก์ที่ขอให้จำเลยทั้งสองรับผิดชำระเงินตามเช็คแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยในมูลหนี้เงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน กรณีจึงต้องวินิจฉัยไปถึงมูลดังกล่าวว่าจำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องชำระหรือไม่ เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินที่จะซื้อจะขายไปโดยไม่อาจฟังได้ว่าเป็นเพราะจำเลยทั้งสองผิดสัญญาตัวแทน การที่โจทก์ไม่อาจดำเนินการโอนที่ดินให้จำเลยที่ 1 ตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจึงถือได้ว่าเป็นกรณีการชำระหนี้ตกเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งฝ่ายโจทก์ต้องรับผิดชอบ โจทก์ซึ่งเป็นฝ่ายที่รับผิดจำต้องส่งคืนมัดจำ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 378 (3)

โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยทั้งสองจ่ายเพื่อชำระหนี้เงินมัดจำตามฟ้อง ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยมาทั้งหมด ไม่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็นและที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์เสีย ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วาสนา หงส์เจริญ · สมควร วิเชียรวรรณ · ปิยกุล บุญเพิ่ม
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงราย - นายณัฐสิทธิ์ ม่วงวิโรจน์
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายประจิตร ประคำโทน
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.2974/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ710/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1526/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้