Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1338/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขาดนัดพิจารณาตาม ป.วิ.พ.มาตรา 202 จะต้องเป็นกรณี ที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน อันได้แก่ วัน ที่ศาลเริ่มต้นสืบพยานครั้งแรกจริง ๆ เมื่อได้มีการสืบพยานโจทก์ ซึ่งเป็นฝ่ายนำสืบก่อนเสร็จสิ้นแล้วการที่จำเลยไม่มาศาลในวันนัด สืบพยานจำเลยจึงมิใช่การขาดนัดพิจารณาอันจะถือได้ว่ามีเหตุ ที่จะขอให้พิจารณาใหม่ได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เพื่อไถ่ถอนจำนอง หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ทั้งต้นเงินและดอกเบี้ยก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้ให้โจทก์จนครบจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธความรับผิดขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนแล้วให้จำเลยสืบแก้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว มีการเลื่อนสืบพยานจำเลยรวม 4 ครั้ง ครั้งสุดท้ายจำเลยทั้งสามไม่มาศาล ศาลชั้นต้นสั่งว่าถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสาม แล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี

จำเลยทั้งสามยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและมีคำสั่งให้พิจารณาใหม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าพิเคราะห์แล้วจำเลยมีพฤติการณ์ประวิงคดีขอเลื่อนอีกหลายครั้งทนายจำเลยแถลงตามกระบวนพิจารณา ว่าติดตามหาตัวจำเลยไม่พบ ทนายจำเลยขอถอนตัว ได้แจ้งให้จำเลยทราบพร้อมทั้งแจ้งวันนัดสืบพยานให้ทราบจำเลยก็ไม่มาศาล ต่อมาศาลได้หมายแจ้งวันนัดสืบพยานจำเลยให้จำเลยทราบอีก 2 ครั้ง จำเลยก็ไม่มาศาล ครั้งสุดท้ายศาลหมายแจ้งวันนัดสืบพยานจำเลยและแจ้งให้จำเลยทราบว่าให้เตรียมพยานมาศาลให้พร้อมมิฉะนั้นถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยาน ปรากฏว่าได้ส่งหมายนัดให้จำเลยได้โดยชอบแต่จำเลยก็ไม่มาศาลจึงถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยานและไม่มีพยานมาสืบให้งดสืบพยานจำเลย กรณีมิใช่การขาดนัดพิจารณาไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่ง คำขอของจำเลยไม่เข้ากรณีจะขอพิจารณาใหม่ จึงให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"คดีมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่าจำเลยทั้งสามได้ทราบวันนัดที่ให้นัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 14กรกฎาคม 2531 เวลา 9 นาฬิกา และจำเลยทั้งสามได้ขาดนัดพิจารณาอันจะถือได้ว่ามีเหตุที่จะขอพิจารณาใหม่ได้หรือไม่ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 14 ธันวาคม2530 เวลา 9 นาฬิกา ถึงวันนัดคู่ความแถลงว่าคดีมีทางตกลงกันได้ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2531เวลา 9 นาฬิกา ถึงวันนัดศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 21 มีนาคม 2531 เวลา 13.30 นาฬิกาและกำชับทนายจำเลยว่า นัดหน้าให้นำพยานมาสืบให้หมด พยานที่ไม่มาศาลจะถือว่าไม่ติดใจสืบ

ต่อมาวันที่ 21 มีนาคม 2531 ทนายจำเลยมอบฉันทะให้เสมียนทนายมายื่นคำร้องขอถอนตัวจากการเป็นทนายจำเลยศาลชั้นต้นสั่งให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 6 พฤษภาคม 2531เวลา 13.30 นาฬิกา โดยกำชับว่าให้ทนายจำเลยนำตัวจำเลยทั้งสามมาศาล และให้ทนายจำเลยแจ้งการถอนตัวให้จำเลยทั้งสามทราบ โดยศาลจะไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีอีกถึงวันนัดวันที่ 6 พฤษภาคม 2531ทนายจำเลยขอเลื่อน

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ทนายจำเลยถอนตัวจากการเป็นทนายและอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 15 มิถุนายน2531 เวลา 13.30 นาฬิกา โดยให้ทนายแจ้งวันนัดสืบพยานของจำเลยพร้อมทั้งแจ้งเรื่องที่ทนายจำเลยถอนตัวและศาลอนุญาตแล้วให้จำเลยทั้งสามทราบ ครั้นถึงวันนัดปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ศาลมิได้แจ้งเรื่องทนายจำเลยถอนตัวให้จำเลยทั้งสามทราบ ศาลชั้นต้นจึงให้เลื่อนไปนัดสืบพยานจำเลยวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 เวลา 9 นาฬิกา โดยศาลชั้นต้นได้ออกหมายแจ้งวันนัดให้จำเลยทั้งสามทราบ ในหมายดังกล่าวได้แจ้งด้วยว่า ศาลได้อนุญาตให้ทนายของจำเลยถอนตัวจากการเป็นทนายของจำเลยทั้งสามแล้ว และในวันนัดให้จำเลยทั้งสามเตรียมพยานมาสืบให้พร้อม มิฉะนั้นถือว่าไม่ติดใจสืบพยาน ปรากฏว่า ศาลชั้นต้นได้ส่งหมายดังกล่าวให้แก่จำเลยทั้งสามได้โดยวิธีปิดหมายโดยชอบแล้วถึงวันนัดจำเลยทั้งสามไม่มาศาล ศาลชั้นต้นจึงสั่งว่าถือว่าจำเลยไม่มีพยานมาสืบให้งดสืบพยานจำเลยทั้งสาม

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าตามหมายนัดฉบับลงวันที่ 17 มิถุนายน 2531 ได้จัดส่งให้จำเลยทั้งสามโดยวิธีปิดหมายตามรายงานการเดินหมาย ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2531อันเป็นการส่งโดยชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79แล้ว จึงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามได้ทราบวันนัดที่ให้นัดสืบพยานจำเลยในวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 เวลา 9 นาฬิกา และกรณีดังกล่าวมิใช่จำเลยทั้งสามขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 202 เพราะการขาดนัดพิจารณาจะต้องเป็นกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันนัดสืบพยาน คือวันที่ศาลเริ่มต้นทำการสืบพยานซึ่งในคดีนี้คือวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2531 ดังนั้นเมื่อจำเลยทั้งสามไม่มาศาลตามนัดในวันที่ 14 กรกฎาคม 2531 จึงมิใช่การขาดนัดพิจารณาอันจะถือได้ว่ามีเหตุที่จะขอพิจารณาใหม่ได้ ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยทั้งสามมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้