Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1336/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกเงินอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างจำเลยฟ้องแย้งว่าโจทก์ผิดสัญญาและทิ้งงาน จำเลยต้องจ้างคนอื่นแทน ให้โจทก์ใช้เงินที่ต้องจ้างเกินไป ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยสละสิทธิ ที่อ้างมาในฟ้องและในฟ้องแย้งทั้งสิ้นให้โจทก์จำเลยมีสิทธิและหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาจ้างเหมาซึ่งทำกันใหม่พร้อมสัญญาประนีประนอมยอมความดังนี้ เมื่อศาลพิพากษาตามยอมมิได้ให้คู่ความฝ่ายใดแพ้คดีหรือชนะคดี ซึ่งจะต้องมีการบังคับคดีเกิดขึ้นสัญญาจ้างเหมารายใหม่จึงมิใช่อยู่ในข่ายบังคับคดีที่ศาลพิพากษา คู่ความฝ่ายใดจะอ้างว่าตนเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพราะเหตุผิดสัญญารายใหม่ให้มีการบังคับคดีในคดีนี้ โดยไม่มีการฟ้องร้องเสนอคดีต่อศาลเป็นคดีใหม่หาได้ไม่และในกรณีดังกล่าวข้างต้นนี้ คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องขอให้ศาลสั่งหรือพิพากษาล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายหนึ่งหมดสิทธิเรียกร้องดังที่ระบุไว้ในสัญญารายใหม่เมื่อมีกรณีผิดสัญญาเกิดขึ้นนั้น โดยฝ่ายนั้นยังไม่ทันใช้สิทธิเรียกร้องเลย ก็หาอาจทำได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องเรียกเงิน 48,294 บาท อ้างว่าจำเลยผิดสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างศาลาการเปรียญ โดยไม่จ่ายเงินตามงวดที่ตกลงไว้จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ปลูกสร้างไม่ถูกต้องตามสัญญาและผิดแบบธรรมเนียมปฏิบัติแล้วทิ้งงานไป จำเลยต้องไปจ้างคนอื่นทำต่อเสียค่าจ้างเกินไป 30,000 บาท ฟ้องแย้งให้โจทก์ชดใช้ชั้นพิจารณาคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์ยอมทำการก่อสร้างตามรายการท้ายสัญญาประนีประนอมให้เสร็จภายใน 120 วันจำเลยยอมให้ค่าจ้าง 24,000 บาท ถ้าโจทก์ทำไม่เสร็จภายในกำหนดยอมให้ปรับวันละ 50 บาท โจทก์จะลงมือก่อสร้างภายในกำหนด 60 วันและจะไม่หยุดพักเกิน 30 วัน ถ้าไม่ลงมือภายใน 60 วันหรือหยุดพักเกิน 30 วัน ถือว่าโจทก์ผิดสัญญา

ยอมให้จำเลยเลิกสัญญาได้ทันทีและโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าจ้างหรือค่าเสียหายสัมภาระสิ่งของทุกอย่างในที่ก่อสร้างตกเป็นของจำเลย โจทก์จำเลยยอมสละสิทธิที่อ้างมาในฟ้องและในคำให้การฟ้องแย้งให้แก่กันทั้งสิ้นคงให้ถือว่ามีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญายอมความนี้เท่านั้นศาลชั้นต้นได้พิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุดแล้วต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่า โจทก์ให้ช่างลงมือทำงานได้เพียง 6 วัน แล้วพักไม่ทำการก่อสร้างตลอดมาเป็นเวลาเกิน 30 วันแล้วจำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างหรือค่าเสียหาย สัมภาระในที่ก่อสร้างตกเป็นของจำเลย ขอให้ศาลหมายนัดโจทก์มาปฏิบัติการให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์ยื่นคำร้องว่า

โจทก์มิได้ผิดสัญญา ทางวัดไม่ยอมให้ทำต่อไป ช่างของโจทก์จึงต้องหยุดการสร้าง ขอให้เรียกจำเลยมาเจรจาให้โจทก์ทำการก่อสร้างต่อไปศาลชั้นต้นให้ทำการไต่สวนแล้วฟังว่า ผู้รับเหมาจากโจทก์หยุดงานเรื่อยมาเกินกว่า 30 วัน เป็นการผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยจึงมีสิทธิเลิกสัญญาได้ โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าจ้างหรือค่าเสียหาย สัมภาระทุกอย่างในที่ก่อสร้างตกเป็นของจำเลยโจทก์อุทธรณ์ว่าไม่ได้ผิดสัญญา ขอให้สั่งให้โจทก์ทำการก่อสร้างต่อไปศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงว่า สิ่งของที่โจทก์นำมาหลังจากสัญญาก่อสร้างได้สิ้นสุดลงแล้วตามเอกสาร จ.7 ให้จำเลยคืนแก่โจทก์ไปโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้คู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมสละสิทธิที่อ้างในฟ้องและในฟ้องแย้งให้แก่กันทั้งสิ้น

คงมีสิทธิและหน้าที่ที่จะปฏิบัติตามสัญญาจ้างเหมาซึ่งทำกันใหม่พร้อมกับสัญญาประนีประนอมยอมความ เมื่อศาลพิพากษาตามยอมมิได้ให้คู่ความฝ่ายใดแพ้คดีหรือชนะคดีซึ่งจะมีการบังคับคดีเกิดขึ้น สัญญาจ้างเหมารายใหม่จึงมิใช่อยู่ในข่ายบังคับคดีที่ศาลพิพากษาผลของคำพิพากษามีแต่เพียงว่า ตกลงระงับสิทธิตามสัญญาเก่าแล้วทำสัญญาจ้างเหมากันใหม่ส่วนใครจะผิดสัญญา จะได้สิทธิอย่างใดในกรณีผิดสัญญาศาลมิได้พิพากษาถึง คู่ความฝ่ายใดจะอ้างว่าตนเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเพราะเหตุผิดสัญญารายใหม่ ให้มีการบังคับคดีในคดีนี้โดยไม่มีการฟ้องร้องเสนอคดีต่อศาลเป็นคดีใหม่หาได้ไม่ ทั้งศาลจะสั่งหรือพิพากษาล่วงหน้าว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าจ้างค่าเสียหาย โดยโจทก์ยังมิทันใช้สิทธิเรียกร้องก็หาถูกต้องไม่พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกคำร้องของจำเลยเสียโดยให้ไปดำเนินคดีเป็นคดีใหม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พจน์ ปุษปาคม · บริรักษ์จรรยาวัตร · จิตติ ติงศภัทิย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5478/2553

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมกำหนดไว้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยอมรับว่าเป็นหนี้โจทก์ หนี้เบิกเงินเกินบัญชีและหนี้เงินกู้รวม 36,130,856.01 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ 2 ตกลงร่วมรับผิดใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3086/2549

คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นบุตรว่าประพฤติเนรคุณ ขอถอนคืนการให้ที่ดินต่อมาโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมให้จำเลยและบุตรคนอื่นปลูกบ้านให้โจทก์ และเลี้ยงดูโจทก์โดยส่งเสีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3496/2549

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมแล้ว ในสัญญาประนีประนอมยอมความข้อ 2.10 กำหนดให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมโอนให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2824/2538

แม้สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้วมีใจความว่าจำเลยและหรือห้างหุ้นส่วนจำกัดล. เป็นหนี้ค่าอาหารสัตว์กับบริษัทจ. โจทก์ขอรับผิดชดใช้หนี้ร่วมกับจำเลยครึ่งหนึ่งทั้งนี้ไม่เกินวงเงิน1,550,0…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1716/2538

สัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมมีใจความว่าจำเลยยอมชำระเงิน35,000บาทให้แก่โจทก์โดยแบ่งชำระเป็นงวดงวดแรกชำระเป็นเงิน40,000บาทภายใน5เดือนนับแต่วันทำสัญญางวดหลังชำระอีก35,000บาทภายใน4เด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้