คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานเป็นเจ้าพนักงานทุจริต ยักยอกทรัพย์ ในหน้าที่และทำหลักฐานเท็จปลอมหนังสือสำคัญในราชการ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๙ (๓) ,๒๓๐ ,๒๒๕
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามมาตรา ๑๓๑,๒๒๕,๒๓๐ แต่ให้จำคุกจำเลยตามมาตรา ๑๓๑ ซึ่งเป็นกะทงหนักมีกำหนด ๑๐ ปี ลดตามมาตรา ๕๙ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๕ ปี
จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษเบาอีก
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้ ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกับศาลชั้นต้นว่า จำเลยเป็นข้าราชการพลเรือนวิสามัญชั้นตรีรับราชการอยู่ในแผนกเงินและรายได้ กองผลประโยชน์สำนักงานท่าเรือกรุงเทพ ฯ กรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคมมีหน้าที่เก็บเงินลูกหนี้ของสำนักงานท่าเรือกรุงเทพ ฯ แล้วต้องนำส่งต่อเจ้าหน้าที่กองผลประโยชน์ แต่จำเลยเก็บเงินมาแล้วบังอาจยักยอกเงินนั้นไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย มิได้ส่งให้ทั้งหมดตามหน้าที่ไม่ ข้อเท็จจริงนี้ศาลฎีกาจำต้องฟังตาม ฉะนั้นความผิดของจำเลยจึงต้องเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ในหน้าที่ราชการตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๑ หาใช่เป็นความผิดฐานยักยอกธรรมดาไม่
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน