Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1335/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ข้อ 1 เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดวิธีการแต่งตั้งไว้โดยเฉพาะ แตกต่างจากการที่คู่ความในคดีแพ่งธรรมดามอบอำนาจหรือตั้งให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร เอกสารแสดงการแต่งตั้งดังกล่าวจึงไม่ต้องปิดอากรแสตมป์ โจทก์ฟ้องเรียกเงินสะสม เงินสมทบและค่าจ้างที่ค้างชำระเมื่อคำฟ้องของโจทก์บรรยายถึงสิทธิของโจทก์และหน้าที่ของจำเลยรวมทั้งข้อโต้แย้งที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงาน และคำขอบังคับในจำนวนเงินที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับแม้จะไม่ระบุว่าจำเลยหักเงินสะสมไว้อย่างไร เพียงใด และรายละเอียดของเงินสมทบมีมาอย่างไร คำฟ้องของโจทก์ก็แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว ศาลแรงงานกลางฟังว่าโจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลยซึ่งหมายความว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยสิ้นสุดลงแล้วการที่จำเลยอุทธรณ์ว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่สิ้นสุด เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์หรือไม่จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้าม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 172 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 35 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 89 แต่งตั้งและมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 22 กับโจทก์ที่ 35 เป็นผู้แทนในการดำเนินคดีและโจทก์ที่ 90 ถึงที่ 93 แต่งตั้งและมอบอำนาจให้โจทก์ที่ 91เป็นผู้แทนในการดำเนินคดี โจทก์ทั้งหมดเป็นลูกจ้างประจำของจำเลย ต่อมาจำเลยกับบริษัทกรรณสูต เจเนอรัล แอสเซมบลี จำกัดทำสัญญาเช่าและโอนกิจการของจำเลยให้บริษัทนิวเอร่า จำกัดบริษัทนิวเอร่า จำกัด ตกลงจ้างโจทก์ทั้งหมดต่อจากจำเลยโดยโจทก์ทั้งหมดต้องลาออกจากการเป็นลูกจ้างจำเลย โจทก์ทั้งหมดจึงลาออกจากการเป็นลูกจ้างจำเลย จำเลยต้องจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์ทั้งหมดตามระเบียบ แต่จำเลยไม่จ่าย และจำเลยยังค้างจ่ายค่าจ้างแก่โจทก์ที่ 90 และที่ 91 คนละ 1,000 บาทโดยปราศจากเหตุอันสมควร

ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์ที่ 1 ถึงที่ 89 พร้อมดอกเบี้ยอัตราดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2528 ซึ่งเป็นวันผิดนัดกับให้จ่ายเงินสมทบแก่โจทก์ที่ 90 ถึงที่ 93พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 2 ตุลาคม2528 ซึ่งเป็นวันผิดนัด และให้จ่ายค่าจ้างที่ค้างชำระแก่โจทก์ที่ 90 และ 91 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันผิดนัดกับเงินเพิ่มอัตราร้อยละสิบห้าทุกระยะเจ็ดวันจำเลยทั้งสองสำนวนให้การว่า โจทก์ไม่ได้แต่งตั้งและมอบอำนาจให้ผู้แทนโจทก์มาดำเนินคดี หนังสือแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์โจทก์โอนไปเป็นลูกจ้างของบริษัทนิวเอร่าจำกัด โดยได้รับค่าจ้างอัตราเดิมและนับระยะเวลาการทำงานต่อไม่ถือเป็นการลาออก

โจทก์ไม่ได้เป็นสมาชิกเงินสะสมของจำเลยและจำเลยไม่ได้หักค่าจ้างตามระเบียบเงินสะสมโจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินสมทบ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยไม่ได้ค้างจ่ายค่าจ้างศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบแก่โจทก์ทั้งหมดตามฟ้อง เว้นแต่โจทก์ที่ 89 ให้จำเลยจ่ายเงินสะสมเพียง 896 บาท และให้จ่ายค่าจ้างที่ค้างแก่โจทก์ที่ 90และที่ 91 คนละ 1,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินทั้งหมดนับแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยประการแรกว่าหนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินคดีแทนของโจทก์แต่ละคนตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ทั้งสองสำนวนโจทก์ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรซึ่งกำหนดให้ปิดอากรแสตมป์ไม่น้อยกว่า 30 บาท ผู้รับมอบอำนาจจึงไม่มีอำนาจดำเนินการแทนโจทก์อื่น ๆ ได้ แม้จะเป็นการตั้งตัวแทนตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานก็ตามโจทก์ก็จำต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรด้วย เมื่อไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์คนอื่น ๆ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 35 บัญญัติว่า "ฯลฯ ในกรณีที่มีโจทก์หลายคน ศาลจะจัดให้โจทก์เหล่านั้นแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีก็ได้ฯลฯ" และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดี ลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2523 ข้อ 1 กำหนดว่า"ในกรณีที่โจทก์หลายคนประสงค์จะฟ้องคดีหรือกำลังดำเนินคดีอยู่ในศาลแรงงาน เมื่อศาลเห็นสมควรหรือเห็นมีความจำเป็น เนื่องจากโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือผู้ที่เกี่ยวข้องร้องขอ ศาลอาจกำหนดให้โจทก์เหล่านั้นแต่งตั้งโจทก์ด้วยกันคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีก็ได้ ฯลฯ" ข้อ 3 กำหนดว่า "ในกรณีที่มีการยื่นคำฟ้อง

ฯลฯ และมีบันทึกแสดงการแต่งตั้งมอบหมายให้โจทก์คนหนึ่งหรือหลายคนดำเนินคดีแทน โดยมีรายชื่อและลายมือชื่อโจทก์ทั้งหมดแนบหรือแสดงต่อศาล หากศาลเชื่อว่าเป็นบันทึกแสดงการแต่งตั้งมอบหมายที่แท้จริง ก็ให้ถือว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งตามบันทึกดังกล่าวเป็นผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีบันทึกแสดงการแต่งตั้งมอบหมายตามวรรคหนึ่งจะใช้แบบพิมพ์ รง.7 ท้ายข้อกำหนดนี้ก็ได้" และข้อ 5 กำหนดว่า "ผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีมีอำนาจดำเนินการแทนโจทก์ทุกคนตั้งแต่เริ่มคดีหรือตั้งแต่ได้รับแต่งตั้งแล้วแต่กรณี และให้ถือการกระทำของผู้แทนโจทก์ในการดำเนินคดีดังกล่าวผูกพันโจทก์ทุกคน" ดังนี้เห็นว่าการแต่งตั้งผู้แทนโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนให้เป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงานนั้นเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดวิธีการแต่งตั้งไว้โดยเฉพาะแตกต่างไปจากการที่คู่ความในคดีแพ่งธรรมดามอบอำนาจหรือตั้งตัวแทนให้บุคคลอื่นเป็นผู้แทนในการดำเนินคดีอันจะต้องปฏิบัติตามประมวลรัษฎากรด้วยแต่การตั้งผู้แทนโจทก์สำนวนแรกได้ความว่าโจทก์ 89 คน แต่งตั้งนายสนั่น

ราศีหยก โจทก์ที่ 22 และนายดุสิต หมีพุฒ โจทก์ที่ 35 รวม 2 คน เป็นผู้แทนโจทก์ดำเนินคดีตาม รง.7 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 และโจทก์สำนวนหลัง 4 คน แต่งตั้งนายกิตติ ศตะรัต โจทก์ที่ 91 เป็นผู้แทนโจทก์ดำเนินคดี ตาม รง.7 เอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2อันเป็นกรณีที่โจทก์หลายคนในสำนวนแรกแต่งตั้งโจทก์ 2 คนให้เป็นผู้แทนดำเนินคดี และสำนวนหลังเป็นกรณีที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนหนึ่งเป็นผู้แทนดำเนินคดีโดยชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวข้างต้นอันเป็นกฎหมายเฉพาะแล้วเช่นนี้ แม้จะมิได้ปิดอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรก็หาทำให้การตั้งผู้แทนโจทก์ทั้งสองสำนวนเสียไปไม่ผู้แทนโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องและดำเนินคดีแทนโจทก์ อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นข้อที่จำเลยอุทธรณ์ประการที่สองว่า

โจทก์บรรยายฟ้องโดยไม่ระบุข้อเท็จจริงว่าจำเลยหักเงินสะสมไว้อย่างไร เพียงใดแต่ได้กล่าวรวม ๆ ว่ามีเงินสมทบตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4ซึ่งไม่มีรายละเอียดว่าจำนวนเงินสมทบมีมาอย่างไร ข้อเท็จจริงในฟ้องและเอกสารไม่ตรงกันจำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ถึงแม้จะแนบเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 มาด้วย แต่ก็ไม่มีรายละเอียดจึงเป็นคำฟ้องเคลือบคลุมนั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์สำนวนแรกฟ้องเรียกเงินสะสม และเงินสมทบส่วนสำนวนหลังฟ้องเรียกเงินสมทบกับค่าจ้างที่จำเลยค้างชำระแก่โจทก์บางคนโดยได้บรรยายถึงสิทธิของโจทก์ และหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องปฏิบัติรวมทั้งข้อโต้แย้งที่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับการทำงานและคำขอบังคับในจำนวนเงินที่โจทก์พึงมีสิทธิได้รับตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้องเช่นนี้คำฟ้องของโจทก์ทั้งสองสำนวนจึงแสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์ และคำขอบังคับทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว หาใช่เป็นฟ้องเคลือบคลุมดังจำเลยอุทธรณ์ไม่อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นส่วนข้ออุทธรณ์ของจำเลยประการสุดท้ายในประเด็นที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์ตามฟ้องหรือไม่นั้นอุทธรณ์เป็นใจความว่า

บริษัทจำเลยได้โอนกิจการที่มีอยู่ทั้งหมดให้กับบริษัทนิวเอร่าจำกัด และได้ทำหนังสือสัญญากันไว้ตามเอกสารหมาย จ.12 ถึงแม้ข้อ 6.3.1 ให้พนักงานลาออกก็จริงแต่ในข้อ 6.3.2, ข้อ 6.3.3, ข้อ 6.3.4 และข้อ 7 ก็ได้กำหนดชัดถึงสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่กับบริษัทนิวเอร่า จำกัด ประกอบกับเอกสารหมาย จ.10 ต้องถือว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่สิ้นสุดลง และไม่ปรากฏว่าบริษัทนิวเอร่า จำกัดได้เลิกจ้างโจทก์หรือไม่อย่างไร สิทธิเรียกร้องเงินสะสมและเงินสมทบของโจทก์ยังไม่เกิดขึ้นนั้น

พิเคราะห์แล้วในปัญหาข้อนี้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าสัญญาเช่าทรัพย์สินเอกสารหมาย จ.12 ข้อ 6.3.1 ระบุไว้ชัดว่าให้พนักงานทำหนังสือลาออกจากการเป็นพนักงานของจำเลยโดยไม่มีเงื่อนไข และไม่เรียกร้องใด ๆ จากจำเลยก่อน บริษัทนิวเอร่า จำกัด จึงจะรับเข้าทำงานการที่พวกโจทก์ทุกคนเข้าทำงานกับบริษัทนิวเอร่า จำกัดจึงแสดงว่าโจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลยแล้ว โจทก์ทุกคนจึงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบตามระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย ประกอบกับระเบียบข้อบังคับสำหรับพนักงาน เอกสารหมาย จ.3 หมวด 7 ข้อ 27 ว่าด้วยระเบียบการเรื่องเงินสะสมและเงินสมทบข้อ 27.11 กำหนดว่าพนักงานมีสิทธิถอนเงินสะสมคืนได้ในกรณีที่ลาออก กรณีหนึ่ง และข้อ 27.14กำหนดว่าบริษัทจะจ่ายเงินสมทบให้กับพนักงานในกรณีที่พนักงานลาออกโดยไม่มีความผิดและความเสียหายเช่นนี้

ศาลฎีกาเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยข้อสุดท้ายนี้เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังเอกสารหมาย จ.12 ของศาลแรงงานกลางที่ฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นเป็นยุติว่า โจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลยแล้วซึ่งก็มีความหมายว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์และจำเลยได้สิ้นสุดลงแล้วการที่จำเลยอุทธรณ์ว่าสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยยังไม่สิ้นสุดลง จึงเป็นการอุทธรณ์โต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาแล้วว่า โจทก์ทุกคนได้ลาออกจากบริษัทจำเลยและสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยได้สิ้นสุดลงแล้วเพื่อจะนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่ว่าจำเลยจะต้องรับผิดจ่ายเงินสะสมและเงินสมทบให้โจทก์ตามฟ้องหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงต้องห้ามอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ.2522 มาตรา 54 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ข้อนี้ดังนั้น ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยทั้งสองสำนวนจ่ายเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 ถึงโจทก์ที่ 93 พร้อมด้วยดอกเบี้ยมานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้นแต่ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2528 แก่โจทก์ที่ 90 ถึงโจทก์ที่ 93 จากต้นเงินทั้งหมดซึ่งเป็นเงินสมทบของโจทก์ที่ 90 ถึงโจทก์ที่ 93จำนวน 50,000 บาท 14,000 บาท 18,000 บาท และ 7,900 บาทตามลำดับกับค่าจ้างของโจทก์ที่ 90 และโจทก์ที่ 91 อีกคนละ 1,000 บาทนั้น เป็นการเกินคำขอเพราะโจทก์ที่ 90 ถึงโจทก์ที่ 93 ได้มีคำขอเรียกดอกเบี้ยสำหรับต้นเงินดังกล่าวเฉพาะเงินสมทบตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม2528 เป็นต้นไป จึงสมควรแก้เสียให้ถูกต้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีสำหรับเงินสมทบที่ค้างจ่ายแก่โจทก์ที่ 90ถึงโจทก์ที่ 93 นับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระแก่โจทก์เสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สีนวล คงลาภ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7767/2543

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเอกชนที่ตกลงทำสัญญาจ้างกัน โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ทำงานเป็นครู และให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้จำเลย สัญญาจ้างเป็นครูดังกล่าวจึงเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 105270)

การที่โจทก์หลายคนแต่งตั้งโจทก์คนใดคนหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้แทนดำเนินคดีแรงงาน ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 35 และข้อกำหนดศาลแรงงานว่าด้วยการแต่งตั้งผู้แทนโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3974/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 ให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6879/2544

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งของจำเลยอันเป็นพนักงานตรวจแรงงานที่สั่งตามมาตรา 124 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 เมื่อพิจารณาคำฟ้องประกอบกับสำเนาคำสั่งพนักงานตรวจแรงงานเอกสารท้ายฟ้องซึ่งถือเป็นส่ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4800/2541

ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่า จำเลยทั้งสองได้จ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างสร้างสถานีอนามัยและบ้านพักสถานีอนามัย โดยได้ระบุวันที่อ้างว่าจำเลยจ้างโจทก์ และระบุประเภท ตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง กำหนดวันจ่ายค่าจ้าง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้