Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1331/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 โดยบรรยายฟ้องเพียงกว้างๆ ว่า จำเลยบังอาจแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ และเอกสารสิทธิ ไม่พอที่จะทำให้จำเลยรู้ว่าเอกสารที่โจทก์กล่าวถึงนั้น คืออะไร มีอยู่จริงหรือไม่ ถือได้ว่าฟ้องโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)เมื่อเหตุดังกล่าวเกิดมากว่า 10 ปีแล้ว ความผิดตามมาตรา 267 และความผิดตามมาตรา 137 ที่อาศัยข้อเท็จจริงอันเดียวกัน ย่อมขาดอายุความการที่จำเลยใช้แบบแจ้งการครอบครองที่จำเลยแจ้งว่าที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลยนั้น เป็นการใช้เอกสารที่มีข้อความไม่ตรงกับความจริงเท่านั้น เมื่อโจทก์มิได้บรรยายว่าเป็นเอกสารปลอมหรือเป็นเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงไว้ จึงเป็นฟ้องที่ขาดองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268จำเลยหลอกลวงเจ้าพนักงานที่ดินว่าที่ดินของโจทก์เป็นของจำเลยเจ้าพนักงานหลงเชื่อได้ออกโฉนดให้แก่จำเลย กรณีเช่นนี้โจทก์ไม่ได้ถูกหลอกลวง และจำเลยก็ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อโจทก์ฐานฉ้อโกง

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่า มารดาของโจทก์มีที่ดินเป็นสินเดิม 1 แปลง เมื่อมารดาถึงแก่กรรม ที่ดินแปลงนี้ตกได้แก่โจทก์ โจทก์ได้มอบให้บิดาอาศัยครอบครองแทน เมื่อระหว่างวันที่ 20 มีนาคม 2501 ถึงวันที่ 2 มีนาคม 2504 เวลากลางวัน จำเลยโดยเจตนาทุจริตได้บังอาจแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความลงในเอกสารราชการและเอกสารสิทธิ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานว่า ที่ดินดังกล่าวข้างต้นเป็นของจำเลย ได้มาโดยบิดาของโจทก์ยกให้ซึ่งเป็นความเท็จเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรหลงเชื่อว่าเป็นความจริง จึงได้ทำการรังวัดไต่สวน แล้วออกโฉนด ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิลงชื่อจำเลยเป็นเจ้าของให้แก่จำเลยไป และเมื่อระหว่างวันเวลาดังกล่าวมาแล้ว

จำเลยบังอาจใช้แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน ส.ค. 1 เลขที่ 263อันเป็นเอกสารราชการที่จำเลยแจ้งไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยความเท็จ โดยมีวัตถุประสงค์ใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของตน ได้มาโดยการรับมรดก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรหลงเชื่อว่าเป็นความจริงจึงได้มอบโฉนดนั้นให้จำเลยไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267, 268, 341

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า ที่ดินรายพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า โจทก์ไม่เคยแจ้งการครอบครอง ถือว่าโจทก์เจตนาสละสิทธิครอบครองและขาดสิทธิในที่พิพาท โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหายและไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า สำหรับข้อหาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 นั้น ฟ้องของโจทก์บรรยายถึงเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรจดข้อความอันเป็นเท็จลงไปไว้แต่เพียงกว้าง ๆ ว่า เป็นเอกสารราชการและเอกสารสิทธิเท่านั้น ไม่พอที่จะทำให้จำเลยรู้ได้ว่าเอกสารที่โจทก์กล่าวถึงนั้น คืออะไร มีอยู่จริงหรือไม่ เพราะเอกสารราชการและเอกสารสิทธิมีอยู่มากมายหลายอย่างด้วยกัน ถือได้ว่าฟ้องของโจทก์ไม่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)

ที่โจทก์ฎีกาว่าการแจ้งเท็จตามฟ้องของโจทก์ถึงจะลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 ไม่ได้ ก็ยังเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ ตามมาตรา 137แม้โจทก์จะมิได้อ้างบทมาตรามาในฟ้อง ศาลก็มีอำนาจลงโทษจำเลยฐานความผิดที่ถูกต้องได้นั้นศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่า เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2501 นั้น เป็นอันยุติ เพราะโจทก์ไม่ได้ฎีกาคัดค้านขึ้นมา เมื่อข้อหาของโจทก์ตามมาตรา 267 ขาดอายุความเพราะข้อเท็จจริงที่ว่านี้ความผิดฐานแจ้งความเท็จแก่เจ้าพนักงานตามมาตรา 137 ซึ่งอาศัยข้อเท็จจริงอันเดียวกันก็ต้องขาดอายุความด้วย สำหรับข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องว่าจำเลยบังอาจใช้แบบแจ้งการครอบครองที่ดินอันเป็นเอกสารราชการที่จำเลยแจ้งไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วยความเท็จนั้นก็เป็นเรื่องจำเลยใช้เอกสารที่มีข้อความไม่ตรงกับความจริงเท่านั้นแต่จะเป็นเอกสารปลอมหรือไม่ หรือเป็นเอกสารที่จำเลยแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงไว้หรือไม่ ในฟ้องของโจทก์ก็ไม่ปรากฏ

ฟ้องของโจทก์จึงขาดองค์แห่งความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 ไม่มีมูลที่จะรับไว้พิจารณาเช่นเดียวกัน ส่วนข้อหาตามมาตรา 341 นั้น ปรากฏตามฟ้องของโจทก์ว่าผู้ที่ถูกจำเลยหลอกลวงคือเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดชุมพรและเจ้าพนักงานที่ดินดังกล่าวเป็นผู้ออกโฉนดอันเป็นเอกสารสิทธิให้แก่จำเลย โจทก์ไม่ได้ถูกจำเลยหลอกลวง และจำเลยก็ไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไปจากโจทก์ ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดต่อโจทก์ฐานฉ้อโกง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ · ยงยุทธ เลอลภ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้