Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2520

พ.ศ. 2520 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ได้ความว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดขาดทุนและมีทรัพย์สินเหลืออยู่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายของห้างที่ต้องใช้จ่ายเป็นประจำการดำเนินการต่อไปมีแนวโน้มที่มีแต่จะขาดทุนพฤติการณ์ที่หุ้นส่วนไม่ปรองดองกันแสดงให้เห็นว่าไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ถือได้ว่าขาดสิ่งอันเป็นสารสำคัญของการเข้าเป็นหุ้นส่วน หากจะเปลี่ยนตัวหุ้นส่วนผู้จัดการ ก็ไม่มีทางที่จะทำได้เพราะห้างนี้มีเพียงจำเลยที่ 1 คนเดียวเท่านั้นเป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดนอกจากนั้นบัญชีของห้างบางรายการลงไว้ไม่ถูกต้อง รายจ่ายก็ปรากฏว่าจ่ายโดยหละหลวมฟุ่มเฟือยเกินกว่าความจำเป็น การดำเนินการของห้างปราศจากการควบคุมที่ดี เหล่านี้เป็นเหตุให้ห้างเหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ ศาลย่อมพิพากษาให้ห้างดังกล่าวเลิกกัน

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เข้าหุ้นกับจำเลยที่ 1 และนายสุรพงษ์จัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทร เพื่อดำเนินกิจการเหมืองแร่ โดยผลิตแร่ฟลูออไรท์และแร่อื่น ๆเพื่อจำหน่ายตกลงลงทุนเข้าหุ้นกันคนละ 200,000 บาท และได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีจำเลยที่ 1 หุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการแต่ผู้เดียว ส่วนโจทก์กับนายสุรพงษ์เป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิด นับแต่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรได้เริ่มทำกิจการเหมืองแร่ที่จังหวัดลำปางเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2514 ปรากฏว่ามีรายได้เป็นผลประโยชน์คิดเป็นเงินหลายแสนบาท แต่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการมิได้ทำบัญชีรายรับ รายจ่ายให้เรียบร้อยและถูกต้องตามกฎหมายจนกระทั่งบัดนี้ก็ยังมิได้ทำบัญชีให้เป็นหลักฐาน

ทำให้โจทก์ไม่สามารถตรวจสอบผลกำไรหรือขาดทุนที่แน่นอนได้ เงินรายได้ก็มิได้นำเข้าบัญชีธนาคารของห้างหุ้นส่วนให้ถูกต้อง โจทก์ได้ทักท้วงจำเลยที่ 1 ก็มิได้ดำเนินการแก้ไข นอกจากนี้เรื่องภาษีอากรต่าง ๆ โจทก์ก็ไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการได้ชำระให้แก่กรมสรรพากรโดยถูกต้องเพียงใดหรือไม่ ซึ่งต่อไปอาจเกิดความเสียหายถึงโจทก์ ขณะนี้เหมืองแร่ซึ่งเป็นกิจการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรได้หยุดดำเนินกิจการแล้วโดยสิ้นเชิงหากปล่อยให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทร ยังคงอยู่ต่อไปก็รังแต่จะก่อให้เกิดหนี้สินและความเสียหายเพิ่มพูนขึ้นทุกปี ก่อนฟ้องคดีนี้โจทก์ได้บอกเลิกหุ้นส่วนให้จำเลยทั้งสองทราบแล้ว แต่จำเลยทั้งสองมิได้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด จึงขอให้มีคำสั่งเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด

ส.ธนะภัทร แล้วแต่งตั้งนายสมคิดเป็นผู้ชำระบัญชีต่อไปจำเลยทั้งสองให้การว่า ตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องไม่เป็นเหตุที่จะเลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดรายนี้ได้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรไม่ได้มีกำไรหลายแสน จำเลยได้ทำบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดไว้เรียบร้อยถูกต้องตามกฎหมายการเงินและภาษีของห้างหุ้นส่วนจำกัดจำเลยก็ได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายห้างหุ้นส่วนจำกัดอยู่ในวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปโดยมีทางฟื้นตัวได้ การขอให้ตั้งผู้ชำระบัญชีตามฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรเลิกกัน โดยให้จัดการชำระบัญชีไปตามกฎหมาย

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาวินิจฉัยว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรตั้งขึ้นมาก็เพื่อดำเนินกิจการเหมืองแร่ โดยผลิตแร่ฟลูออไรท์และแร่อื่น ๆ เพื่อจำหน่าย แต่ไม่มีเหมืองของตนเอง ต้องเช่าคนอื่นเขาทำและต้องเช่ารถแทรกเตอร์มาใช้ในกิจการดังกล่าว เมื่อดำเนินกิจการมาได้ประมาณ 5 เดือน ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรขายแร่ได้เป็นเงิน 274,000 บาทเศษ ตามเอกสารหมาย จ.3 แต่ก็ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรขาดทุนไปประมาณ 256,000 บาทเศษ ตามเอกสารหมาย จ.7 และได้หยุดดำเนินกิจการมาจนกระทั่งบัดนี้ จำเลยที่ 1 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการได้เรียกให้โจทก์และจำเลยที่ 2 นำเงินค่าหุ้นที่ยังค้างชำระอยู่มาลงเพื่อที่ห้างหุ้นส่วนจะได้ดำเนินกิจการต่อไป ปรากฏว่าโจทก์ไม่ยอมนำเงินมาชำระ จำเลยที่ 1 และที่ 2 จึงไม่ยอมชำระด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า แม้หุ้นส่วนทุกคนจะลงเงินค่าหุ้นที่ยังค้างชำระอยู่ครบตามจำนวนที่เรียกไปก็ตาม แต่เมื่อห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรขาดทุนและมีทรัพย์สินเหลืออยู่สำหรับดำเนินการต่อไปเพียง 43,625.75 บาท เท่านั้น ซึ่งไม่พอเพียงกับค่าใช้จ่ายของห้างหุ้นส่วนจำกัดที่จะต้องใช้จ่ายประจำ การดำเนินการต่อไปก็ย่อมมีแนวโน้มที่มีแต่จะขาดทุน พฤติการณ์ที่หุ้นส่วนไม่ปรองดองกันย่อมแสดงให้เห็นว่าไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ถือได้ว่าขาดสิ่งอันเป็นสารสำคัญของการเข้าเป็นหุ้นส่วน หากจะเปลี่ยนตัวหุ้นส่วนผู้จัดการก็ไม่มีทางที่จะทำให้เพราะหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรมีจำเลยที่ 1 คนเดียวเท่านั้นที่เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิดในเรื่องการทำบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด

ส.ธนะภัทรซึ่งโจทก์อ้างว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการไม่จัดทำบัญชีของห้างหุ้นส่วนให้เรียบร้อยและถูกต้องโดยนำนายสรสิทธิผู้ตรวจบัญชีเบิกความเป็นพยานว่า บัญชีมีรายการบางรายการลงไว้ไม่ถูกต้องและสมบูรณ์ทางการบัญชี รายจ่ายก็ปรากฏว่าจ่ายโดยหละหลวมและฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็นของห้าง การดำเนินการของห้างปราศจากการควบคุมภายในที่ดี การรับจ่ายเงินดังที่กล่าวมาแล้วนี้ หากดำเนินกิจการต่อไปก็จะประสบแต่การขาดทุน แม้จำเลยจะอ้างว่าหุ้นส่วนยังมีอาชญาบัตรอีก 6 แปลงก็ปรากฏว่าเป็นชื่อของโจทก์เสีย 4 แปลงที่โจทก์ได้มาก่อนจะมีการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรขึ้น ส่วนอีก 2 แปลงก็ปรากฏว่าเป็นของห้างหุ้นส่วนจำกัดคิงฟอร์ไรด์

ทั้งตามเอกสารหมาย จ.7 ก็ปรากฏว่าห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรขาดทุนอยู่จริงถึง 256,000 บาทเศษ ที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงว่าการที่โจทก์ฟ้องขอให้เลิกห้างหุนส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรก็เพราะไม่มีความไว้วางใจในตัวจำเลยที่ 1 ผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการว่าจะดำเนินกิจการต่อไปให้สมประโยชน์ของโจทก์ผู้เป็นหุ้นส่วนและไม่มีทางจะเปลี่ยนตัวผู้จัดการได้ จึงมีเหตุทำให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด ส.ธนะภัทรเหลือวิสัยที่จะดำรงคงอยู่ต่อไปได้ จึงต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้