Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 133/2484

พ.ศ. 2484 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานปล้นทรัพย์ อ้าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม กฎหมายลักษณอาญามาตรา 301 มาก็พอแล้ว โจทก์ไม่จำต้องอ้าง ม.301 มาด้วยศาลก็ลงโทษจำเลยได้เพียงแต่เจ้าพนักงานได้บอกแก่จำเลยว่าจำเลยได้ตกอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงานและเจ้าพนักงานได้ควบคุมจำเลยตลอดมาดังนี้ถือได้ว่าจำเลยได้อยู่ในระหว่างคุมขังกันชอบด้วยกฎหมายตามที่บัญยัติไว้ในมาตรา 163 แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ได้ความว่าจำเลยสมคบกันปล้นทรัพย์นางเอง และเมื่อเจ้าพนักงานได้ติดตามไปพบตัวจำเลย แล้วได้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบ ทั้งได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าจำเลยตกอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่แล้ว และเจ้าพนักงานก็ได้เดินตามจำเลยไปด้วย ระหว่างทางจำเลยหลบหนีไปโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายลักษณอาญา พ.ศ.๒๔๗๗ มาตรา ๗และกฎหมายลักษณอาญามาตรา ๑๖๓,๑๒๘,๒๗และ๔๒ ศาลมณฑลทหารที่ ๔ พิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๑ แก้ไขโดย พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายอาญา พ.ศ.๒๔๗๗ (ฉะบับที่ ๔)ม.๗. ส่วนในข้อหาฐานหลบหนีที่คุมขังนั้นเห็นว่าเพียงแต่เจ้าพนักงานกล่าวด้วยวาจาว่าให้จำเลยอยู่ในความควบคุมเท่านี้ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยอยู่ในความควบคุมโดยชอบด้วยกฎหมายแม้จำเลยจะหลบหนียังไม่มีผิดจึงยกข้อหาฐานนี้เสีย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลทหารกลางพิพากษาแก้ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยตาม ม.๑๖๓ ด้วย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทำการปล้นทรัพย์และอ้างกฎหมายที่ได้แก้ไขเพียงพอแล้ว และในข้อหลบหนีจากที่คุมขังก็เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบอกแก่จำเลยว่าจำเลยตกอยู่ในความควบคุมของเจ้าพนักงาน และเจ้าพนักงานก็ได้ควบคุมตามหลังจำเลยตลอดมาดังนี้ถือได้ว่าจำเลยอยู่ในระหว่างคุมขังได้ตามกฎหมายแล้ว จงพิพากษายืนตามศาลทหารกลาง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิติศาสตร์ · พลางกูร · วิเศษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้