Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฎีกาของจำเลยมี ล. ทนายความลงชื่อในฐานะทนายจำเลยพฤติการณ์น่าเชื่อว่า จำเลยได้แต่ง ล. เป็นทนายความของจำเลยในคดีนี้แล้วจริง เมื่อปรากฏว่าใบแต่งทนายความสำหรับ ล. ไม่มีอยู่ในสำนวน ศาลก็มีอำนาจที่จะอนุญาตให้แก้ไขจัดทำเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เมื่อจำเลยได้แต่ง ล. เข้ามาภายหลังแล้ว ศาลฎีกาย่อมวินิจฉัยฎีกาจำเลยได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยเข้าหุ้นกันดำเนินกิจการโรงภาพยนตร์ จำเลยประพฤติผิดสัญญา ไม่ยอมให้โจทก์เข้าควบคุมดูแลการบริหารงาน ทำให้โจทก์เสียหาย 50,000 บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง และค่าเสียหายวันละ30,000 บาท จากวันฟ้องไปจนกว่าจำเลยจะยุติการกระทำผิดสัญญาจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญาไม่ได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์ไม่นำเงินมาลงหุ้นจึงเป็นเหตุให้กิจการขาดทุนและเป็นหนี้ซึ่งโจทก์ต้องรับผิดใช้หนี้ตามส่วนด้วยรวมเป็นเงิน 300,000 บาท ขอให้ศาลบังคับให้โจทก์ใช้เงิน 300,000 บาท และให้โจทก์รับผิดต่อไปจนกว่าจะเลิกหุ้นส่วน ห้ามโจทก์ดำเนินกิจการตามลำพัง ให้จำเลยดำเนินการผู้เดียว หรือมิฉะนั้นให้เลิกหุ้นส่วนโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า

ความเสียหายที่จำเลยฟ้องแย้งเกิดขึ้นเพราะการกระทำผิดพลาดของจำเลยทำขึ้นโดยพลการ โจทก์ไม่ต้องร่วมรับผิด หนี้สินจำเลยกล่าวอ้างขึ้นไม่เป็นความจริงระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น คู่ความทั้งสองฝ่ายท้ากันให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นข้อเดียวว่า โจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันโดยชอบ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เป็นข้อแพ้ชนะ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน พิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง 1,000 บาท และค่าเสียหายอีกวันละ 3,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะยุติการกระทำผิดสัญญาแก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับระหว่างฎีกาศาลฎีกาสั่งยกคำร้องขอทุเลาการบังคับของจำเลยโดยอ้างว่าไม่ปรากฏว่าจำเลยได้แต่งตั้งนายลิขิตผู้ลงชื่อในคำร้องเป็นทนายจำเลยจำเลยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาว่า

จำเลยได้ลงชื่อแต่งตั้งให้นายลิขิตเป็นทนายจำเลยตั้งแต่ศาลแพ่ง แต่ไม่ทราบว่าใบแต่งทนายดังกล่าวสูญหายหรือตกหล่น ณ ที่ใด จึงขอให้สัตยาบันแก่การกระทำใด ๆ ของนายลิขิต ที่เข้าดำเนินคดีเป็นทนายความให้จำเลยตั้งแต่ต้นตลอดจนศาลฎีกา พร้อมทั้งได้แต่งตั้งนายลิขิตเป็นทนายความตามใบแต่งทนายที่ยื่นมาพร้อมกับคำร้องศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าฎีกาของจำเลยซึ่งนายลิขิตทนายความเป็นผู้ลงชื่อในฎีกาในฐานะทนายจำเลย ศาลชั้นต้นก็ได้สั่งรับฎีกาไว้และส่งมายังศาลฎีกาตามปกติ ไม่ปรากฏว่ามีข้อทักท้วงฝ่ายโจทก์ก็มิได้โต้แย้งคัดค้านประการใดในเหตุนี้ พฤติการณ์ทั้งหลายเป็นเหตุผลทำให้น่าเชื่อว่า จำเลยได้แต่งนายลิขิตเป็นทนายความของจำเลยในคดีนี้ไว้แล้วจริง

เมื่อปรากฏว่าใบแต่งทนายความสำหรับนายลิขิตไม่มีอยู่ในสำนวน ศาลก็มีอำนาจที่จะอนุญตให้แก้ไขจัดทำเสียให้ถูกต้องได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ทั้งนี้ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 136/2501 นายชวน รัตนรักษ์ หรือบักชวน แซ่ลี้ โจทก์ นายวีระ วีระสุคนธ์ จำเลย บัดนี้จำเลยได้แต่งนายลิขิตเป็นทนายจำเลยเรียบร้อยแล้ว จะได้วินิจฉัยฎีกาจำเลยต่อไป ในชั้นนี้มีประเด็นที่จะวินิจฉัยเพียงข้อเดียวตามที่โจทก์จำเลยท้ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ขอให้วินิจฉัยว่าโจทก์จำเลยเป็นหุ้นส่วนกันโดยชอบ โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่เป็นข้อแพ้ชนะ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยเป็นหุ้นส่วนร่วมกับโจทก์ตามสัญญาเข้าหุ้นส่วนท้ายฟ้อง จำเลยให้การรับว่าเป็นหุ้นส่วนร่วมกับโจทก์และรับรองสัญญาท้ายฟ้องโจทก์ เพียงแต่ปฏิเสธความรับผิดในเรื่องค่าเสียหายที่โจทก์ฟ้อง โจทก์จำเลยจึงเป็นหุ้นส่วนกันตามคำท้า จำเลยต้องแพ้คดีโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ สำเร็จประสงค์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์ · แถม ดุลยสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้