Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุมคงมีแต่จำเลยที่1ให้การต่อสู้ไว้ส่วนจำเลยที่2ไม่ได้ให้การต่อสู้เรื่องฟ้องเคลือบคลุมดังนี้ข้ออ้างว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตามฎีกาของจำเลยที่2จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา249วรรคหนึ่งศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยทั้งสองฎีกาว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากไม่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสองปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องในกรณีเช่นนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนนอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังให้การต่อสู้ไว้แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นไว้แต่จำเลยที่1ก็ยื่นคำแถลงคัดค้านเพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาแล้วศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตอาหารสัตว์ชื่อแอล-ไลซีน โมโนไฮโดรคลอไรด์ และมอบให้บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จำหน่ายในนามโจทก์ เงินที่จำหน่ายต้องส่งโจทก์ และไม่ต้องรับผิดชอบในการขายสินค้า เพียงแต่จะได้รับผลตอบแทนตามราคาสินค้าที่ขาย จำเลยทั้งสองเป็นพนักงานบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์(ประเทศไทย) จำกัด มีหน้าที่ขายอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯและเก็บเงินส่งให้แก่โจทก์ ในการจำหน่ายอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯโจทก์ตกลงจำหน่ายให้แก่บริษัทซี.พี.อินเตอร์เทรดจำกัด และบริษัทเจียไต่ส่งเสริมเกษตรกรรม จำกัด ถูกกว่าลูกค้ารายอื่นกิโลกรัมละ 10 บาท ระหว่างเดือนตุลาคม 2529ถึงเดือนเมษายน 2531 จำเลยทั้งสองร่วมกันขายอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯของโจทก์และเก็บเงินส่งให้โจทก์รวม 25 ครั้งคิดเป็นราคาขายทั้งสิ้น 9,328,750 บาท

อ้างว่าเป็นการขายให้บริษัทซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด 4 ครั้ง ขายให้บริษัทเจียไต๋ส่งเสริมเกษตรกรรม จำกัด 21 ครั้ง การขายทั้ง 25 ครั้งนี้เป็นการขายถูกกว่าลูกค้าทั่วไป คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 1,314,200 บาทต่อมาโจทก์ตรวจพบว่าการขายอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯ ทั้ง 25 ครั้งไม่ได้ขายให้บริษัททั้งสองและบริษัททั้งสองไม่ได้สั่งซื้อจึงไม่ได้เป็นผู้ชำระเงินค่าสินค้าดังกล่าว แต่จำเลยทั้งสองอ้างชื่อบริษัททั้งสองว่าเป็นผู้สั่งซื้อและชำระเงิน การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นเหตุให้โจทก์ขาดรายได้เป็นเงินทั้งสิ้น 1,314,200 บาทโจทก์ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระเงินให้โจทก์แต่ไม่ชำระขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า

จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่ได้เป็นลูกจ้างโจทก์ จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ได้บรรยายว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์อย่างไร และเก็บเงินให้โจทก์ในฐานะอะไร บริษัทซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด และบริษัทเจียไต๋ส่งเสริมเกษตรกรรม จำกัด เป็นผู้สั่งซื้อสินค้า25 ครั้ง ตามฟ้อง แต่จำเลยไม่ได้เป็นผู้ขาย โจทก์ได้รับราคาค่าสินค้าไปครบถ้วนแล้ว ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 เคยทำงานแผนกขายสินค้าอาหารสัตว์

แอล-ไลซีนฯ ในระหว่าง พ.ศ.2529 ถึงเดือนมิถุนายน 2530ในนามบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัดไม่เคยได้รับมอบหมายจากโจทก์และไม่เคยเก็บเงินส่งโจทก์จำเลยที่ 2 ไม่เคยร่วมกับจำเลยที่ 1 ขายสินค้าดังกล่าวจำเลยที่ 2 ได้ย้ายไปทำงานแผนกอื่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2530และได้ลาออกไปเมื่อเดือนตุลาคม 2530 จึงไม่ต้องรับผิดในการขายตั้งแต่ในช่วงดังกล่าวเป็นต้นไป ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดจำนวนเงิน 1,314,200 บาท ให้จำเลยที่ 2 รับผิดจำนวนเงิน 1,110,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลย

ทั้ง สอง อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ทั้ง สอง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความนำสืบรับกันว่าโจทก์ผลิตอาหารสัตว์แอล-ไลซีน โมโนไฮโดรคลอไรด์ มอบให้บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้จำหน่ายโดยให้ผลประโยชน์ตอบแทนตามสัญญาฝากขายสินค้าเอกสารหมาย ล.2จำเลยทั้งสองเป็นลูกจ้างของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย)จำกัด โดยจำเลยที่ 1 เป็นหัวหน้าแผนกขายและจำเลยที่ 2เป็นพนักงานขาย จำเลยทั้งสองได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้มีหน้าที่ขายสินค้าดังกล่าว ต่อมาโจทก์ตรวจพบว่าระหว่างเดือนตุลาคม2529 ถึงเดือนพฤษภาคม 2531 มีเอกสารแสดงการขายสินค้าอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯ ให้แก่บริษัทซี.พี.อินเตอร์เทรด

จำกัด4 ครั้ง และขายให้แก่บริษัทเจียไต่ส่งเสริมเกษตรกรรม จำกัด21 ครั้ง โดยมีเช็คของผู้อื่นซึ่งมิใช่ของลูกค้าทั้งสองชำระค่าสินค้านั้นแล้ว และจำเลยทั้งสองเป็นผู้ขายและรับชำระราคาสินค้านั้นมีปัญหาต้องวินิจฉัยในประเด็นแรกตามฎีกาของจำเลยที่ 2ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า ฟ้องโจทก์มิได้กล่าวว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันแอบอ้างชื่อลูกค้าทั้งสองรายอย่างไร และจำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ร่วมกับจำเลยที่ 1 อย่างไรเมื่อใด และจำเลยที่ 2 ได้รับส่วนลดจากผลประโยชน์อย่างใด วิธีไหนเมื่อใด และจำนวนเท่าใดนั้น เห็นว่า ในปัญหาเรื่องฟ้องเคลือบคลุมนี้ คงมีแต่จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองมีนิติสัมพันธ์กับโจทก์อย่างไรและเก็บเงินให้โจทก์ในฐานะใด

ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่ได้ให้การต่อสู้เรื่องฟ้องเคลือบคลุมดังนี้ ข้ออ้างว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมตามฎีกาของจำเลยที่ 2ดังกล่าว จึงมิใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ปัญหาข้อต่อไปของจำเลยทั้งสองที่ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า ปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน นอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังให้การต่อสู้ไว้ แม้ศาลชั้นต้นไม่ได้กำหนดประเด็นไว้แต่จำเลยที่ 1 ก็ยื่นคำแถลงคัดค้านเพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาแล้ว ตามคำแถลงลงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2532 ศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยให้

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ผลิตสินค้าอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯและมอบให้บริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย)จำกัด เป็นผู้จำหน่ายในนามโจทก์ และไม่ต้องรับผิดชอบในการขายสินค้าเพียงแต่ได้รับผลตอบแทนตามราคาสินค้าที่ขายได้ จำเลยทั้งสองเป็นพนักงานของบริษัทอายิโนะโมะโต๊ะเซลล์ (ประเทศไทย) จำกัดมีหน้าที่ขายสินค้าดังกล่าว ได้อ้างชื่อบริษัทซี.พี.อินเตอร์เทรดจำกัด และบริษัทเจียไต๋ส่งเสริมเกษตรกรรม จำกัดซึ่งมีข้อตกลงกับโจทก์ว่าหากบริษัททั้งสองเป็นผู้ซื้อจะได้ราคาถูกกว่าผู้อื่นกิโลกรัมละ 10 บาท แต่จำเลยทั้งสองขายสินค้าของโจทก์ให้ผู้อื่นแล้วเบียดบังเอาส่วนลดนั้นเป็นของตนทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย

เช่นนี้เป็นการฟ้องให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด การที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากไม่มีนิติสัมพันธ์ระหว่างโจทก์กับจำเลยทั้งสอง เพราะจำเลยทั้งสองมิใช่ลูกจ้างโจทก์นั้น เป็นเรื่องของการผิดสัญญาจ้างแรงงานไม่อาจรับฟังแล้ว เพราะการกระทำละเมิดไม่จำต้องมีนิติสัมพันธ์ระหว่างผู้ทำละเมิดกับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากผลแห่งการละเมิดนั้น โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้ปัญหาต้องวินิจฉัยต่อไปคือจำเลยทั้งสองกระทำละเมิดต่อโจทก์และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใดหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ได้รับเงินค่าอาหารสัตว์แอล-ไลซีนฯตามใบกำกับสินค้าเอกสารหมาย จ.3 ถึง จ.27 ครบถ้วนแล้วโจทก์จึงไม่เสียหาย การกระทำของจำเลยทั้งสองไม่เป็นละเมิดกรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองในปัญหาข้ออื่นต่อไปพิพากษากลับ ให้ยก ฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์พล · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · ไพฑูรย์ แสงจันทร์เทศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11043/2553

จำเลยทั้งสองฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความค่าเสียหายที่เกิดแก่รถบรรทุกของจำเลยที่ 2 จากการกระทำละเมิดของโจทก์เท่านั้น จำเลยที่ 1 มิได้ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในส่วนของจำเลยที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8342/2552

โจทก์ฟ้องโดยยกข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัท พ. มีหน้าที่ต้องแจ้งเรื่องที่บริษัทดังกล่าวจดทะเบียนเลิกบริษัทให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของบริษัททราบ เพื่อโจทก์จะได้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3769/2545

โจทก์บรรยายฟ้องว่าที่ดินพิพาทปัจจุบันเป็นซอยทองหล่อ 18 โจทก์ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ทางสาธารณะถนนสุขุมวิท 55 โดยโจทก์แนบแผนที่สังเขปมาท้ายคำฟ้องซึ่งแสดงโดยชัดแจ้งแล้วว่าที่ดินของโจทก์อยู่สุดซอยทองหล่อ 18…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4936/2540

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยบุกรุกนำต้นไม้เข้ามาปลูกในที่ดินโจทก์คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางวา จำเลยให้การว่า จำเลยปลูกต้นไม้ในที่ดินของจำเลย ไม่ได้บุกรุกที่ดินโจทก์ โดยมิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องการครอบครอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2540

ที่จำเลยที่1ฎีกาว่าโจทก์ลงลายมือชื่อในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทแทนส. มารดาโจทก์โจทก์มิใช่คู่สัญญาที่แท้จริงจึงไม่มีอำนาจฟ้องนั้นเมื่อปัญหาดังกล่าวจำเลยที่1มิได้ให้การไว้แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้