Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1323/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แจ้งเท็จต่อเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา มาตรา 158 นั้นผู้แจ้งต้องมีเจตนาแจ้งเท็จให้ผู้อื่นเสียหายจึงจะมีความผิดโจทก์กับบิดาจำเลยทำสัญญาซื้อสวนยางพิพาทกัน ที่สุดสัญญาต้องเลิกเพราะสามีโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์ต้องคืนสวนยาง บิดาจำเลยต้องคืนมัดจำตามที่ตกลงกัน แต่โจทก์ถือว่าโจทก์ยังมีสิทธิตัดยางอยู่เพราะยังไม่ได้คืนมัดจำ และจำเลยได้ไปแจ้งตำรวจจับโจทก์หาว่าลักตัดยางของบิดาตามที่บิดาใช้ไปภายหลังที่โจทก์ได้ทราบว่าไม่มีสิทธิซื้อและต้องคืนสวนยางแล้ว เช่นนี้เห็นได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการเข้าใจโดยสุจริตหาได้เจตนาแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 158

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 158 ป.อ. มาตรา 158

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 158, 268, 270, 70 ฯลฯ โดยกล่าวหาว่าจำเลยแจ้งความเท็จต่อตำรวจว่า โจทก์ลักตัดยางในสวนของจำเลย ความจริงสวนยางไม่ใช่ของจำเลยโจทก์มีสิทธิตัดยางในสวนนั้นโดยอาศัยสัญญาซึ่งบิดาจำเลยทำให้โจทก์ตัดยางได้โจทก์ถูกตำรวจจับไปขัง 1 วันจำเลยให้การว่า เจ้าพนักงานอำเภอได้แจ้งให้โจทก์ทราบแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อสวนยางของบิดาจำเลย ต้องคืนสวนยาง แต่โจทก์ยังคงกรีดยางอยู่ต่อไป จำเลยจึงไปแจ้งตำรวจแทนบิดาจำเลยศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 118 ฯลฯ จำคุก 3 เดือน ลดตามมาตรา 59 คงจำคุก 2 เดือนส่วนข้อหาตามมาตรา 270 ให้ยกเสียโจทก์อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยหาได้เจตนาแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จำเลยไม่มีความผิดตาม มาตรา 198 ดังฟ้องพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 158 ฯลฯ เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาฐานนี้ด้วยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริง ว่าโจทก์กับบิดาจำเลยได้ทำสัญญาซื้อขายสวนยางที่พิพาท ที่สุดสัญญาเป็นอันต้องเลิกไปเพราะสามีโจทก์เป็นคนต่างด้าว โจทก์ต้องคืนสวนยาง บิดาจำเลยต้องคืนมัดจำตามที่ตกลงกัน แต่โจทก์ถือว่าตราบใดที่จำเลยยังไม่คืนมัดจำให้ โจทก์ก็มีสิทธิตัดยางอยู่ จำเลยได้พาตำรวจไปห้าม โจทก์ยังขืนตัดยางต่อไป รุ่งขึ้นจำเลยจึงนำตำรวจไปจับโจทก์ เห็นว่าการที่จำเลยแจ้งความต่อเจ้าพนักงานก็โดยบิดาจำเลยใช้ให้ไปแจ้งเพราะสวนยางของบิดาจำเลยถูกกรีดยาง โจทก์ทราบจากเจ้าพนักงานแล้วว่าโจทก์ไม่มีสิทธิซื้อและจะต้องคืนสวนยางแล้ว การกระทำของจำเลยจึงเป็นความเข้าใจโดยสุจริตหาได้มีเจตนาจะแจ้งความเท็จให้โจทก์เสียหายไม่ จึงไม่มีความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 158พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิบูลย์ไอศวรรย์ · มนูภันย์วิมลสาร · ประศษสน์วินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 675/2498

นำความที่รู้อยู่ว่าเป็นเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจกล่าวโทษว่าเขาลักตัดยางและเอาไฟเผาสวนยางด้วยโดยความจริงเขามิได้กระทำผิดดังข้อหานั้นเลยดังนี้แม้เจ้าพนักงานตำรวจจะมิได้จดข้อความที่แจ้งความนั้นไว้ในส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1664/2497

จำเลยทราบดีว่าโจทก์ขายบุหรี่ด้วยเงินเชื่อและไม่เกินราคา จำเลยได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวน จนเจ้าพนักงานได้ดำเนินคดีฟ้องโจทก์ หาว่าขายบุหรี่เกินราคา และจำเลยได้ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการแต่ศาลไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 38/2491

ฟ้องกล่าวโทษหรือฟ้องว่าเกิดการกระทำผิดขึ้นตามความในกฎหมายอาญามาตรา 158, 159 นั้นเป็นเรื่องฟ้องว่ากระทำความผิดในทางอาญา ฟ้องคดีแพ่ง แม้จะกล่าวว่าเป็นเรื่องยักยอก แม้จะเป็นเท็จก็ไม่มีผิดฐานฟ้องเท็จตาม ม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2561

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 142 เป็นกรณีที่ผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย หรือไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์สิน หรือเอกสารใด ๆ อันเจ้าพนักงานได้ยึด รักษาไว้หรือสั่งให้ส่งเพื่อเป็นพยานหลัก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 929/2537

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 139 บัญญัติให้พนักงานสอบสวนบันทึกการสอบสวนตามหลักทั่วไปในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอันว่าด้วยการสอบสวนและให้เอาบันทึกเอกสารอื่นซึ่งได้มา อีกทั้งบันทึกและเอกส…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้