เนื้อความคำพิพากษา
ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้คัดค้านซึ่งศาลมีคำสั่งถึงที่สุดอนุญาตให้ผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้แล้วได้หรือไม่เห็นว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 108บัญญัติว่า "คำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ซึ่งศาลสั่งอนุญาตแล้วนั้นถ้าต่อมาปรากฏว่าศาลได้สั่งไปโดยผิดหลง เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ศาลมีอำนาจยกคำขอรับชำระหนี้หรือลดจำนวนหนี้ที่ได้สั่งอนุญาตไปแล้วได้" จะเห็นได้ว่าบทบัญญัติมาตรานี้ให้อำนาจผู้ร้องที่จะยื่นคำร้องต่อศาลขอให้ยกคำขอรับชำระหนี้หรือลดจำนวนหนี้ที่ศาลได้สั่งอนุญาตไปแล้วได้แม้คำสั่งศาลดังกล่าวจะถึงที่สุดก็ตาม ถ้าปรากฏว่าศาลมีคำสั่งอนุญาตคำขอรับชำระหนี้โดยผิดหลงว่าลูกหนี้เป็นหนี้ตามจำนวนที่อนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้
ความจริงลูกหนี้มิได้เป็นหนี้หรือเป็นหนี้ไม่ถึงจำนวนที่อนุญาตให้รับชำระหนี้ ศาลมีอำนาจที่จะมีคำสั่งใหม่ให้ยกคำขอรับชำระหนี้หรือลดจำนวนหนี้ที่ได้สั่งอนุญาตไปแล้วได้ ทั้งนี้เพื่อความเป็นธรรมแก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลายที่ขอรับชำระหนี้ คดีนี้ได้ความตามคำร้องของผู้ร้องว่าลูกหนี้ยื่นคำร้องและให้การต่อผู้ร้องว่าลูกหนี้ไม่ได้เป็นหนี้ผู้คัดค้านตามพยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านอ้างต่อผู้ร้อง ผู้ร้องจึงตรวจสอบพยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านอ้างต่อผู้ร้องในชั้นสอบสวนอันได้แก่ใบกำกับสินค้าและบันทึกการถอดข้อความการสนทนาระหว่างนายอาจิต คูตารี กับลูกหนี้และนายทวีศักดิ์ อัศวจินดามณีเกี่ยวกับหนี้ที่ผู้คัดค้านขอรับชำระหนี้ในแถบบันทึกเสียงซึ่งผู้คัดค้านอ้างว่านายอาจิตบันทึกไว้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2525ที่เมืองฮ่องกง
ปรากฏว่าใบกำกับสินค้าไม่มีลายมือชื่อของลูกหนี้ส่วนที่ผู้คัดค้านอ้างว่าได้บันทึกเสียงการสนทนาระหว่างนายอาจิตกับลูกหนี้และนายทวีศักดิ์ที่เมืองฮ่องกงนั้นลูกหนี้ได้อ้างหนังสือเดินทางของตนเป็นพยานหลักฐานแสดงให้เห็นว่าในวันดังกล่าวลูกหนี้ไม่ได้เดินทางออกจากประเทศไทย ผู้ร้องจึงเห็นว่ามูลหนี้ที่ผู้คัดค้านยื่นคำขอรับชำระหนี้มีข้อพิรุธสงสัยน่าเชื่อว่าจะไม่มีมูลหนี้ต่อกันจริง ที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้น่าจะเป็นการสั่งไปโดยผิดหลงดังนั้น ผู้ร้องจึงชอบที่จะยื่นคำร้องขอให้ศาลยกคำขอรับชำระหนี้ที่ศาลได้สั่งอนุญาตไปแล้วเป็นคดีนี้ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้คัดค้านข้อนี้ฟังไม่ขึ้นมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านประการสุดท้ายว่าลูกหนี้เป็นหนี้ผู้คัดค้านตามคำขอรับชำระหนี้หรือไม่ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า
ลูกหนี้ นายทวีศักดิ์และนางสาวสุนีย์ เป็นลูกหนี้ร่วมกัน ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นจำนวนเงิน 6,234,843.55 บาท เต็มตามคำขอโดยมีเงื่อนไขว่าหากผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้จากนายทวีศักดิ์และนางสาวสุนีย์แล้วเท่าไรให้สิทธิที่จะได้รับชำระหนี้ในคดีนี้ลดลงเพียงนั้น จึงไม่ได้สั่งโดยผิดหลงแต่ประการใด ที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของผู้คัดค้าน (เจ้าหนี้รายที่ 2) โดยฟังข้อเท็จจริงว่า ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้คัดค้านรับชำระหนี้นั้นเป็นการสั่งโดยผิดหลงนั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง