Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1320/2513

พ.ศ. 2513 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยหมิ่นประมาทโจทก์ด้วยการใส่ความทำหนังสือร้องเรียนกล่าวหาโจทก์ แล้วส่งไปโฆษณาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์จำเลยให้การว่า จำเลยได้ร้องเรียนจริงโดยส่งคำร้องเรียนไปลงหนังสือพิมพ์ด้วยความสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยตามคลองธรรมและเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน ข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริงขอพิสูจน์ความจริง ดังนี้เท่ากับจำเลยต่อสู้ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด และเพื่อมิให้จำเลยต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 329(1) และมาตรา 330 แห่งประมวลกฎหมายอาญาเป็นคำให้การปฏิเสธเมื่อจำเลยให้การปฏิเสธความผิด ศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์ จำเลยเสียก่อนจึงจะวินิจฉัยชี้ขาดคดีได้การที่ศาลชั้นต้นงดสืบพยานของโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยกระทำความผิดไปทีเดียว จึงเป็นการที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณา

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยบังอาจหมิ่นประมาทด้วยการใส่ความโจทก์โดยทำหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจกล่าวหาว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจมีส่วนได้เสียกับบุคคลอื่นจัดให้มีการเล่นการพนัน ฯลฯ ซึ่งเป็นความเท็จ แล้วส่งหนังสือนั้นไปลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วสั่งคดีมีมูลจำเลยให้การว่า จำเลยได้ร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจ แล้วส่งไปลงหนังสือพิมพ์ตามข้อความในคำฟ้องจริง แต่ข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริง จำเลยร้องเรียนโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยตามคลองธรรมและเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแก่ประชาชน จำเลยขอพิสูจน์ว่า ตามที่จำเลยร้องเรียนต่ออธิบดีกรมตำรวจนั้นเป็นความจริง

ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 ให้ลงโทษตามมาตรา 328ซึ่งเป็นบทหนัก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรับ 400 บาทคำขออื่นยก โดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยได้โฆษณาข้อความตามฟ้องลงในหนังสือพิมพ์เสียงราษฎร์ เป็นการส่อเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์เพื่อให้โจทก์เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชังโดยตรง หาใช่เป็นความชอบธรรมของจำเลยที่จำเลยจะพึงกระทำไม่ จำเลยจึงมีความผิดฐานหมิ่นประมาท แต่การที่จำเลยจะขอพิสูจน์ความจริงนั้นหาเป็นประโยชน์แก่ประชาชนไม่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยไม่ควรมีความผิด เพราะกระทำไปโดยสุจริตเพื่อความชอบธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329 และการที่จำเลยโฆษณาหนังสือพิมพ์

ไม่ใช่เป็นการส่วนตัว แต่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนจำเลยจึงพิสูจน์ความจริงได้ ขอให้ยกฟ้อง หรือให้จำเลยพิสูจน์ความจริงศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การที่หาว่าโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความคุ้มกันไม่จับกุมผู้เล่นการพนันโปปั่น และมีส่วนได้ค่าต๋งจากผู้จัดการเล่น มิใช่เป็นการใส่ความในเรื่องส่วนตัวและการพิสูจน์ความจริงย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชน พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่โจทก์ฎีกาว่า การที่จำเลยนำข้อความไปโฆษณาตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ เป็นการส่อเจตนาหมิ่นประมาทโจทก์ หาใช่ความชอบธรรมที่จำเลยจะพึงกระทำและไม่เป็นประโยชน์ที่ประชาชนอื่น ๆ จะพึงได้รับ ขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลฎีกาเห็นว่า

คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า จำเลยได้ร้องเรียนจริงโดยส่งคำร้องเรียนไปลงหนังสือพิมพ์ด้วยความสุจริตเพื่อความชอบธรรมป้องกันส่วนได้เสียเกี่ยวกับจำเลยตามคลองธรรมและเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนข้อความที่ร้องเรียนเป็นความจริงซึ่งเป็นข้อต่อสู้ว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิดและเพื่อมิให้จำเลยต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329(1) และมาตรา 330 เท่ากับจำเลยให้การปฏิเสธว่ามิได้กระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ ศาลจะต้องฟังข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์จำเลยเสียก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 แล้วจึงจะวินิจฉัยชี้ขาดได้ว่า จำเลยกระทำผิดจริงหรือไม่

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุธรรม วรรณแสง · จำรูญ โชติรัต · สวัสดิ์ ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้