คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า นางแม้นได้ทำหนังสือขายที่นาส่วนของตนให้แก่โจทก์ ราคา 5,000 บาท รับเงินไปเสร็จแล้ว สัญญาจะโอนที่นาให้ภายใน1 เดือน แต่นางแม้นตายลงเสียก่อน จึงขอให้จำเลยผู้รับมรดกตามพินัยกรรมโอนให้โจทก์ ฯลฯจำเลยปฏิเสธสัญญาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนที่พิพาทให้โจทก์ ฯลฯจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาซื้อขายมีความว่า นางแม้น ซึ่งเป็นเจ้าของร่วมกับนางเจือ ขายที่ดินโฉนดที่ 2060 ซึ่งเป็นส่วนของนางแม้นให้แก่โจทก์เป็นเงิน 5,000 บาท ผู้ขายได้รับเงินนั้นไปครบถ้วนแล้ว ผู้ขายสัญญาว่าจะไปทำการโอนให้แก่ผู้ซื้อภายในกำหนด 1 เดือน หากครบสัญญาแล้วผู้ขายไม่ได้โอนยอมให้ฟ้องศาลบังคับได้ ดังนี้ ย่อมเป็นสัญญาจะซื้อขาย หาใช่เป็นสัญญาซื้อขายเด็ดขาดไม่ส่วนข้อฟ้องซ้ำ ก็ได้ความว่าโจทก์เคยฟ้องศาลขอให้ศาลแสดงว่าที่ดินพิพาทที่โจทก์ซื้อไว้จากนางแม้นเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และห้ามจำเลยไม่ให้มาเกี่ยวข้อง ศาลพิพากษายกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่าสัญญาที่โจทก์ฟ้องเป็นเพียงสัญญาจะซื้อขายเท่านั้น โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์ ดังนี้ โจทก์จึงมาฟ้องคดีนี้ได้ ไม่เป็นฟ้องซ้ำ และปรากฏว่า จำเลยเป็นทายาทของนางแม้นโดยพินัยกรรม จำเลยจึงต้องรับผิดตามนัยแห่งฎีกาที่ 106/2488จึง
ผลคำพิพากษา
พิพากษายืน