Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1315/2532

พ.ศ. 2532 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงเพิ่มวงเงินจำนอง มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่อันจะมีผลทำให้หนี้เดิมระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 คำฟ้องระบุจำนวนหนี้ที่ขอให้จำเลยร่วมรับผิดในฐานะผู้ค้ำประกันจำเลยให้การต่อสู้ว่า หากจะต้องรับผิด ก็รับผิดเพียงวงเงินที่ค้ำประกันและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้น มิได้ปฏิเสธยอดหนี้ ดังนั้น ปัญหาว่าจำเลยอื่นได้เบิกเงินไปจากโจทก์ และนำเงินเข้าฝากในบัญชีเพื่อลดหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด หนี้ถึงวันฟ้องเป็นต้นเงินเท่าใด และดอกเบี้ยเท่าใดนั้น โจทก์นำมาสืบในชั้นพิจารณาได้โดยไม่จำเป็นต้องแนบบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมาท้ายคำฟ้องฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระหนี้จำนวน363,293.30 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระ ขอให้ยึดทรัพย์สินที่จำนองขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ขอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยทั้งสามชำระหนี้แก่โจทก์ จำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาข้อแรก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ได้ระบุจำนวนหนี้ที่ขอให้จำเลยที่ 3 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ที่ 2 ต่อโจทก์ในฐานะผู้ค้ำประกันแล้ว ซึ่งจำเลยที่ 3 ก็ให้การต่อสู้คดีว่า หากจำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ก็รับผิดเพียงวงเงินที่ค้ำประกันและดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีเท่านั้นมิได้ปฏิเสธเกี่ยวกับยอดหนี้ตามจำนวนที่โจทก์ฟ้อง ส่วนที่ว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ได้เบิกเงินไปจากโจทก์ครั้งสุดท้ายและนำเงินเข้าฝากในบัญชีเพื่อลดหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อใด หนี้ถึงวันฟ้องเป็นต้นเงินเท่าใด และดอกเบี้ยเท่าใดนั้นเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบในชั้นพิจารณา โดยไม่จำเป็นต้องแนบบัญชีเงินฝากกระแสรายวันมาท้ายคำฟ้อง คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ

ทั้งข้ออ้างซึ่งอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้วจึงไม่เคลือบคลุมปัญหาข้อสุดท้าย จำเลยที่ 3 จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่จำเลยที่ 3 ให้การรับว่าได้ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 ตามฟ้องจริงที่จำเลยที่ 3 นำสืบว่า หลังจากจำเลยที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันจำเลยที่ 1 แล้วฐานะทางการค้าของจำเลยที่ 3 ไม่ดี ค้าขายขาดทุนจนต้องโอนที่ดินให้แก่โจทก์ สาขาหล่มสัก เพื่อชำระหนี้ของจำเลยที่ 3 ให้แก่โจทก์ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.1 ถึง ล.4 ซึ่งนายสุนทรผู้จัดการของโจทก์สาขาซับสมอทอด ทราบฐานะทางการเงินของจำเลยที่ 3 ดี ได้บอกจำเลยที่ 1 ที่ 2 เพื่อให้จำเลยที่ 1เพิ่มวงเงินที่จำนองที่ดินและตึกไว้แล้วอีก 100,000 บาท ให้พอเป็นประกันจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 เป็นหนี้โจทก์เนื่องจากฐานะทางการเงินของจำเลยที่ 3 ไม่ดี จำเลยที่ 1 ได้ตกลงด้วย หลังจากจำนองเพิ่มวงเงินแล้ว นายสุนทรได้บอกจำเลยที่ 3 ว่าสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ที่ทำกันไว้เป็นอันยกเลิกกันไปนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อกล่าวอ้างของจำเลยที่ 3 เป็นคำกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีพยานมาสนับสนุน จึงฟังไม่ได้ว่าสัญญาประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ได้ยกเลิกกัน ส่วนที่จำเลยที่ 3 ฎีกาว่าการที่จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเพิ่มวงเงินจำนองดังกล่าวถือว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่ ทำให้หนี้ตามสัญญาค้ำประกันที่จำเลยที่ 3 เป็นอันระงับไปนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าข้อตกลงเพิ่มวงเงินจำนองระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตามเอกสารหมาย จ.11 และ จ.14 นั้น มิใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เป็นสาระสำคัญแห่งหนี้ จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการแปลงหนี้ใหม่ อันจะมีผลทำให้หนี้เดิมระงับไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 349 ดังนั้นหนี้ตามสัญญาค้ำประกันระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ย่อมไม่ระงับไปดังที่จำเลยที่ 3 ฎีกา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 3 ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7138/2544

จำเลยได้ทำสัญญาขายรถยนต์ให้แก่โจทก์ โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยในวันทำสัญญาบางส่วน ส่วนที่เหลือผ่อนชำระเป็นเวลา 48 เดือน ต่อมาโจทก์และจำเลยได้ตกลงเปลี่ยนสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นสัญญาเช่าซื้อโดยบันทึกสัญญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2321/2543

เมื่อโจทก์แปรสภาพจากบริษัทเอกชนจำกัดเดิมมาเป็นบริษัทมหาชนจำกัด โจทก์ย่อมต้องรับโอนไปซึ่งทรัพย์สิน หนี้สิน สิทธิ และความรับผิดต่าง ๆ จากบริษัทเอกชนเดิมทั้งสิ้น ตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 มาตร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2540

คำบรรยายฟ้องโจทก์ได้ความชัดว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายลดตั๋วเงินกับโจทก์โดยมีจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เป็นผู้ทำสัญญาจำนองและสัญญาค้ำประกันความรับผิดของจำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วสัญ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5866/2538

การที่จำเลยที่1ซึ่งเป็นลูกหนี้ฝ่ายเดียวทำหนังสือรับสภาพหนี้โดยยอมใช้หนี้ให้แก่โจทก์เจ้าหนี้โดยขอผ่อนชำระเป็นรายเดือนเป็นเพียงขอเปลี่ยนวิธีการชำระหนี้เท่านั้นส่วนหนี้เดิมมีอยู่อย่างไรคงมีอยู่อย่างนั้นไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้