Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1313/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 25 มิใช่บทบังคับว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ทุกเรื่องเสมอไป ในกรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้เข้าว่าคดีแพ่งซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลดังกล่าว และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยเฉพาะหนี้ที่ไม่มีประกันแล้ว โจทก์กลับอุทธรณ์ฎีกาโดยไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย จนเป็นเหตุให้ล่วงเลยกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้นั้น ย่อมต้องถือว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโจทก์ดังกล่าวเนื่องมาจากความผิดของโจทก์เอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ภายในวงเงิน 1,500,000 บาท โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 2 ที่ 3ได้ทำสัญญาจำนองที่ดินเป็นประกันไว้กับโจทก์และเพิ่มวงเงินจากจำนองอีก 5 ครั้ง โจทก์แจ้งให้ชำระหนี้เลิกสัญญาเบิกเงินเกินบัญชี แจ้งบังคับจำนองและไถ่ถอนการจำนอง จำเลยเพิกเฉย จำเลยที่ 1 เป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชีจนถึงวันฟ้อง 2,735,699 บาท 11 สตางค์ นอกจากนี้จำเลยที่ 1ได้ขายลดตั๋วสัญญาใช้เงินให้โจทก์ 7 ฉบับ รวมเป็นเงิน 850,000 บาทโดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับอาวัล จำเลยที่ 1 ที่ 2 ผิดนัด เมื่อคิดรวมกับดอกเบี้ยถึงวันฟ้องแล้วเป็นเงิน 1,141,084 บาท 39 สตางค์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้เงินตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีและตั๋วสัญญาใช้เงินรวมเป็นเงิน 3,876,783 บาท 50 สตางค์พร้อมดอกเบี้ย ให้จำเลยที่ 2 ที่ 3จัดการไถ่ถอนจำนองที่ดิน

ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ขอให้ขายที่ดินที่จำนองเอาเงินชำระหนี้ หากยังไม่พอชำระหนี้ก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามขายชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียว ขณะคดีอยู่ในระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำแถลงว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ถูกฟ้องในคดีล้มละลาย ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับหมายทราบวันนัดแล้ว แต่มิได้เข้าสู้คดีแทนจำเลยที่ 1 ที่ 2 ทั้งมิได้แถลงให้ศาลทราบประการใด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าหนี้มีประกันของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว โจทก์มีทางจะได้รับชำระหนี้ก็โดยยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มิได้เข้ามาสู้คดีแทนจำเลยที่ 1 โจทก์จึงไม่มีอำนาจดำเนินคดีกับจำเลยที่ 1 ต่อไป ให้จำหน่ายคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 1 ส่วนที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เกี่ยวกับหนี้ค้ำประกันและอาวัลนั้น โจทก์ไม่ได้อยู่ในฐานะเจ้าหนี้มีประกัน จึงให้จำหน่ายคดีเช่นเดียวกัน แต่ในส่วนที่จำเลยที่ 2 อยู่ในฐานะผู้จำนอง โจทก์อยู่ในฐานะเจ้าหนี้มีประกันมีอำนาจดำเนินคดีต่อไปได้ ต่อมาศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินรวม 5 โฉนดตามฟ้องเป็นเงิน 2,890,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้จำเลยที่ 2 ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 2481 เป็นเงิน 110,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย และให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ชำระหนี้ไถ่ถอนจำนองที่ดินโฉนดที่ 8821, 8822 เป็นเงิน 450,000 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ย หากจำเลยที่ 1ที่ 2 ไม่ไถ่จำนองที่ดินดังกล่าวข้างต้นให้นำที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอชำระหนี้จำนองที่ดินแปลงใด ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยชำระหนี้ให้โจทก์จนครบโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลายพ.ศ. 2483 จะบัญญัติให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้าว่าคดีแพ่งทั้งปวงอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลในขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ แต่เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้วตามมาตรา 27บัญญัติว่า เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลาย

แม้จะเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ฟ้องคดีแพ่งไว้แล้วแต่คดียังอยู่ในระหว่างพิจารณาก็ตาม ดังนี้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่าเมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ที่ 2 เด็ดขาดแล้ว ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เข้ามาในคดีแทนจำเลยที่ 1 ที่ 2 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีแพ่งสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 โดยไม่ต่อสู้คดี แล้วขอให้โจทก์ไปยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เช่นนี้ก็ย่อมทำได้ถ้าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่เข้ามาในคดีแทนจำเลยที่ 1ที่ 2 แม้ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปโดยไม่สั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ในฐานะที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกัน สำหรับจำเลยที่ 2 ในส่วนที่โจทก์เป็นเจ้าหนี้ไม่มีประกัน

หากโจทก์ชนะคดี โจทก์ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อยู่นั่นเอง ฉะนั้น ความในมาตรา 25 ดังกล่าวจึงไม่ใช่บทบังคับว่า เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะต้องเข้าว่าคดีแพ่งอันเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกหนี้ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลขณะที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ทุกเรื่องเสมอไป ส่วนข้อที่ว่าเมื่อศาลสั่งจำหน่ายคดี และต่อมาล่วงเลยกำหนดเวลาแล้วที่โจทก์จะขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย สิทธิของโจทก์อันจะพึงได้รับตามกฎหมายจะหมดไป โจทก์ได้รับความเสียหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 แล้ว (คดีสำหรับจำเลยที่ 2 เฉพาะหนี้ที่ไม่มีประกัน) โจทก์กลับอุทธรณ์ฎีกาในปัญหาข้อนี้ ไม่ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ โจทก์ไม่ปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัติล้มละลายอันเป็นเหตุให้ล่วงเลยกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้นับว่าเป็นความผิดของโจทก์เอง ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสพิทย์ คังคะเกตุ · จันทร์ ระรวยทรง · สุจริต เสถียรกาล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้