Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 131/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยานและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยาน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 197 วรรค 2 ให้ถือว่าคู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา หาใช่ให้ศาลต้องคอยฟังเหตุผลจากฝ่ายนั้นก่อนไม่ ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันสืบพยานให้จำเลยทราบโดยชอบแล้ว จำเลยขาดนัดพิจารณา หากไม่มีเหตุให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่นแล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 202 ให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา ความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 นั้น จะเป็นในวรรค 2 หรือ 3 ก็หมายความเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาล ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้ามาศาลเมื่อพ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานของตนได้ ศาลสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวเสร็จแล้วจำเลยก็มิได้มาศาล จึงไม่ใช่กรณีที่จะให้จำเลยสืบพยานได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 205 วรรค 3 (1) ต้องถือว่าเสร็จการพิจารณา (อ้างฎีกาที่ 976/2497, 250/2501).

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาจำเลยมิได้จดทะเบียนสมรส โจทก์ได้จำหน่ายทรัพย์ที่ติดตัวมาซื้อที่ดิน เครื่องใช้ในบ้าน บัดนี้จำเลยขับไล่โจทก์ จึงฟ้องขอแบ่งทรัพย์กึ่งหนึ่ง

จำเลยให้การว่า ทรัพย์ตามบัญชีหมายเลข ๒ อันดับ ๓ โจทก์จำเลยร่วมกันหาได้มา นอกนั้นจำเลยผู้เดียวหามา ศาลชั้นต้นกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อน จำเลยทราบวันนัดพิจารณาแล้ว แต่ไม่มาศาลในวันสืบพยานโดยไม่ทราบเหตุผล ศาลจึงสั่งว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา และดำเนินการสืบพยานโจทก์ฝ่ายเดียว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง ทรัพย์อันดับ ๒ ถึง ๗ ให้ประมูลราคาระหว่างโจทก์จำเลย ถ้าไม่ตกลงกันก็ให้ขายทอดตลาด แบ่งเงินให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มาศาลในวันสืบพยาน และมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องมที่ไม่มาศาลเสียก่อนลงมือสืบพยานประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๙๗ วรรค ๒ ให้ถือว่า คู่ความฝ่ายนั้นขาดนัดพิจารณา หาใช่ให้ศาลต้องฟังเหตุผลจากฝ่ายจำเลยก่อนไม่ เพราะในวันนั้นจำเลยไม่มาศาลและการพิจารณาจะดำเนินไปฝ่ายเดียวจะคอยฟังเหตุผลทางฝ่ายจำเลยไม่ได้อยู่เอง ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันสืบพยานให้จำเลยทราบแล้ว จำเลยขาดนัดพิจารณา หากไม่มีเหตุผลให้ศาลเห็นเป็นอย่างอื่นแล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๒ ให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าจำเลยขาดนัดพิจารณา

ที่จำเลยฎีกาว่า แม้จำเลยจะขาดนัดพิจารณา จำเลยก็หมดสิทธิซักค้านพยานโจทก์ และหมดสิทธิที่จะอ้างพยานต่อไป แต่ยังมีสิทธินำพยานที่ระบุไว้แล้วเข้าสืบได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๕ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๒ ให้ศาลพิจารณาและชี้ขาดตัดสินไปฝ่ายเดียว ส่วนความในมาตรา ๒๐๕ นั้น จะเป็นในวรรค ๒ หรือวรรค ๓ ก็หมายความเฉพาะกรณีที่จำเลยมาศาลในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้ามาศาลเมื่อพ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว ก็ไม่อนุญาตให้จำเลยสืบพยานของตนได้ แต่คดีนี้ศาลสืบพยานโจทก์ไปฝ่ายเดียวเสร็จแล้ว จำเลยก็มิได้มาศาล จึงไม่ใช่กรณีที่จะให้จำเลยสืบพยานได้ตามาตรา ๒๐๕ วรรค ๓(๑) ต้องถือว่าเสร็จการพิจารณา ศาลพิพากษาไปได้ตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๗๖/๒๔๙๗, ๒๕๐/๒๕๐๑

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จิตติ ติงศภัทิย์ · เพรียง โรจนรัส · ไฉน บุญยก
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายเฉลิม สถิตย์ทอง
ศาลอุทธรณ์ - นายไสว เสนาขันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4199/2530

จำเลยทราบนัดชี้สองสถานแล้ว แต่ไม่มาศาลตามนัด ศาลได้ชี้สองสถานไปโดยกำหนดให้จำเลยมีภาระการพิสูจน์และนำสืบพยานก่อน และนัดสืบพยานจำเลยพร้อมกับนัดฟังคำพิพากษา เช่นนี้ต้องถือว่าจำเลยทราบวันนัดทั้งสองแล้วโดย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1554/2524

ในวันนัดสืบพยานโจทก์ครั้งแรกโจทก์ขอเลื่อนคดี ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 11 ธันวาคม 2522 ถึงวันนัดโจทก์ขอเลื่อนอีก ศาลอนุญาตให้เลื่อนไปนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 25 มกราคม 2523 แต่ทนายจำเลยจด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2520

โจทก์เป็นส่วนราชการของรัฐบาลฟ้องบังคับตามสัญญาค้ำประกันที่ไม่ปิดอากรแสตมป์ เมื่อตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ข้อ 17 (ก) กำหนดให้ผู้ค้ำประกันเป็นผู้ต้องเสียค่าอากรแสตมป์และขีดฆ่าอากรแสตมป์ หาใช่ฝ่ายที่ต้องเส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 640/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 1 (11) บัญญัติว่า "คู่ความ หมายความว่า บุคคลผู้ยื่นคำฟ้องหรือถูกฟ้องต่อศาลและเพื่อประโยชน์แห่งการดำเนินกระบวนพิจารณาให้รวมถึงบุคคลผู้มีสิทธิกระทำการแทนบุคคลนั้น ๆ ตามกฎหมายหรือในฐานะทนาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 767/2543

ขณะเจ้าหน้าที่ศาลส่งหมายเรียกและหมายนัดสืบพยานโจทก์ให้แก่จำเลยทั้งสองครั้ง จำเลยได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุและจำพรรษาอยู่ที่วัด ซึ่งห่างจากบ้านจำเลยเพียงประมาณ 1 กิโลเมตร การเดินทางไปมาสะดวก ที่บ้านจำเลยมี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้