Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1308/2515

พ.ศ. 2515 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้โอนมีหนังสือถึงบริษัทว่าผู้โอนประสงค์จะโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นให้แก่ผู้รับโอน แล้วต่อมาผู้รับโอนก็มีหนังสือถึงบริษัทว่ามีความประสงค์จะรับโอนหุ้นดังกล่าว ขอให้บริษัทจัดการโอนหุ้นดังกล่าวดังนี้ หนังสือทั้งสองฉบับนี้เป็นเรื่องที่ผู้โอนและผู้รับโอนแจ้งความประสงค์เพื่อให้บริษัทจัดการโอนหุ้นเท่านั้น หาใช่เป็นหนังสือโอนหุ้นที่ผู้โอนกับผู้รับโอนจะสมัครใจซื้อขายหุ้นกัน แต่มิได้จัดทำตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้นดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรค 2

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทจำเลยที่ 1 ชนิดระบุชื่อลงในใบหุ้น จำนวน 140 หุ้น ซึ่งได้ชำระค่าหุ้นเต็มมูลค่าแล้ว จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 3, 4 เป็นบุตรจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 5เป็นกรรมการคนหนึ่งของบริษัทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 6 เป็นคนของจำเลยที่ 2 เมื่อประมาณ พ.ศ. 2507 โจทก์นำใบหุ้นดังกล่าวของโจทก์ไปจำนำค้ำประกันหนี้ของบิดาโจทก์กับธนาคาร ต่อมาปี 2511 บิดาโจทก์ถึงแก่กรรม ธนาคารเร่งรัดให้ชำระหนี้ โจทก์จึงจำเป็นต้องขายหุ้นทั้งหมดให้แก่บุคคลอื่นซึ่งตกลงราคาเป็นจำนวนเงินสูงมาก แต่จำเลยที่ 2 คัดค้านว่าขัดต่อข้อบังคับของบริษัทซึ่งต้องขายหุ้นแก่ผู้ถือหุ้นด้วยกัน และได้พูดจาหว่านล้อมให้โจทก์ขายหุ้นในราคาที่ต่ำมาก

อ้างว่าบริษัทไม่มีกำไร มูลค่าของหุ้นยังต่ำอยู่ โจทก์ถูกบีบบังคับจากธนาคารประกอบกับไม่ทราบฐานะอันแท้จริงของบริษัทจำเลยที่ 1 จึงได้ยอมเชื่อและตกลงขายหุ้นให้แก่จำเลย ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 2 ได้จัดการแบ่งหุ้นของโจทก์ทั้ง 140 หุ้น โอนทะเบียนใส่ชื่อจำเลยที่ 3 ที่ 4 คนละ 50 หุ้น และใส่ชื่อจำเลยที่ 5 ที่ 6 อีกคนละ 20 หุ้น การที่โจทก์ขายหุ้นให้แก่จำเลยจึงเป็นการเสียเปรียบและเสียหายยิ่ง ถือว่าเกิดจากกลฉ้อฉลของจำเลยที่ 2ซึ่งแสดงงบดุลย์ บัญชีกำไรขาดทุนเป็นเท็จตลอดมา เป็นการจงใจนิ่งเสียไม่ไขข้อความจริงของบริษัทและของค่าหุ้นที่มีราคาสูงให้โจทก์ทราบการซื้อขายหุ้นจึงตกเป็นโมฆะ และโจทก์ได้บอกล้างแล้ว การโอนหุ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ถึง ที่ 6 มิได้กระทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้โอนกับผู้รับโอน

ทั้งไม่มีพยานรับรองลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน การโอนหุ้นจึงตกเป็นโมฆะ คู่กรณีย่อมกลับคืนสู่ฐานะเดิม โจทก์ได้เจรจากับจำเลยแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมเพิกถอนหุ้น จึงขอให้พิพากษาว่าการโอนหุ้นเป็นโมฆะ ขอให้เพิกถอนทะเบียนชื่อผู้ถือหุ้นให้เป็นชื่อของโจทก์ตามเดิม และให้ออกใบหุ้นระบุชื่อโจทก์ให้แก่โจทก์ด้วยจำเลยที่ 1 ให้การว่า การโอนหุ้นของโจทก์กับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ชอบด้วยกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท ถ้าโจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 1ก็พร้อมที่จะออกใบหุ้นให้แก่โจทก์ใหม่จำเลยที่ 2 ให้การว่าโจทก์ถูกทางธนาคารเร่งรัดและไม่มีผู้ถือหุ้นหรือบุคคลภายนอกคนใดยอมรับโอนหุ้นของโจทก์ โจทก์จึงอ้อนวอนขอให้จำเลยที่ 2 ช่วยรับซื้อไว้

จำเลยที่ 2 เป็นเพื่อนกับบิดาโจทก์ จึงรับซื้อไว้เพื่อช่วยเหลือโจทก์ และที่ต้องแบ่งหุ้นให้คนอื่นบ้างก็เพราะจำเลยที่ 2 ไม่มีเงินพอที่จะรับซื้อไว้ผู้เดียวจำเลยที่ 2 ไม่เคยทุจริตต่อบริษัทจำเลยที่ 1 การซื้อขายหุ้นสมบูรณ์ไม่เป็นโมฆียะ หากฟังว่าโจทก์ขายหุ้นถูกเกินไป โดยโจทก์อาจได้เงินค่าขายหุ้นมากขึ้น ก็ชอบที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 123 การโอนหุ้นชอบด้วยมาตรา 1129 ไม่เป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 4 ให้การว่า ขณะโอนหุ้น จำเลยทั้งสองยังเป็นผู้เยาว์ จำเลยที่ 2 ผู้เป็นบิดาโดยชอบธรรมได้ออกเงินซื้อหุ้นให้จำเลยโดยเสน่หาจำเลยที่ 5 ที่ 6 ให้การว่า ได้รับซื้อหุ้นไว้โดยสุจริตเพื่อช่วยเหลือโจทก์

การโอนหุ้นรายนี้มีหลักฐานเป็นหนังสือถูกต้องตามกฎหมายแล้วไม่เป็นโมฆะในวันนัดสืบพยานโจทก์ โจทก์แถลงขอสละข้ออ้างในประเด็นที่เกี่ยวกับเรื่องจำเลยฉ้อฉลทั้งหมด ขอให้ศาลวินิจฉัยในประเด็นข้อเดียวว่าการโอนหุ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่เท่านั้น และคู่ความต่างไม่ติดใจสืบพยานบุคคล ขอให้ศาลวินิจฉัยจากพยานเอกสารที่ส่งศาลศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การโอนหุ้นได้ดำเนินการถูกต้องตามความประสงค์ของกฎหมายทุกประการ ไม่ตกเป็นโมฆะ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ว่า การโอนหุ้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 ย่อมตกเป็นโมฆะศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การโอนหุ้นรายนี้ไม่ได้ทำเป็นหนังสือสัญญาโอนหุ้น ลงลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอน ฉะนั้น หนังสือที่โจทก์ก็ดี และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 มีไปถึงบริษัทจำเลยที่ 1 เป็นเพียงคำเสนอขอขายหุ้นของโจทก์และคำสนองรับซื้อหุ้นของจำเลยเท่านั้น การโอนหุ้นจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า การโอนหุ้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 เป็นโมฆะ ให้บริษัทจำเลยที่ 1 เพิกถอนการโอนหุ้นจากทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทให้เป็นชื่อโจทก์ตามเดิมและออกใบหุ้นระบุชื่อโจทก์ให้แก่โจทก์ต่อไปจำเลยทั้ง 6 ฎีกาว่าเมื่อพิจารณาเอกสารที่ส่งศาลแล้ว จะได้ความสำคัญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรค 2 ครบถ้วน การโอนหุ้นจึงเป็นไปโดยชอบ ขอให้ยกฟ้องศาลฎีกาเห็นว่า การโอนหุ้นรายนี้โจทก์และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 หาได้ทำหนังสือไว้ต่อกันไม่ เป็นแต่โจทก์ได้มีหนังสือถึงบริษัทจำเลยที่ 1 ความว่า โจทก์มีความประสงค์จะขอโอนหุ้นของโจทก์ทั้งหมดรวม 140 หุ้นให้แก่จำเลยที่ 3 ที่ 4 คนละ 50 หุ้น และให้แก่จำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 20 หุ้น ขอให้ทางบริษัทได้จัดการโอนให้ด้วย ต่อมาจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ก็มีหนังสือถึงบริษัทจำเลยที่ 1 ความว่า จำเลยมีความประสงค์จะรับโอนหุ้นจากโจทก์ตามจำนวนหุ้นดังนี้คือ จำเลยที่ 3 ที่ 4 โดยจำเลยที่ 2 ผู้แทนโดยชอบธรรมรับโอนหุ้นคนละ 50 หุ้น และจำเลยที่ 5 ที่ 6 รับโอนหุ้นคนละ 20 หุ้น ขอให้จัดการโอนให้ด้วยหนังสือทั้ง 2 ฉบับนี้เป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยที่ 3 ถึงที่ 6มีไปถึงจำเลยที่ 1 ให้บริษัทจัดการโอนหุ้นแก่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 6 ให้เป็นที่เรียบร้อยเท่านั้นหาใช่เป็นหลักฐานที่จะฟังได้ว่าเป็นหนังสือโอนหุ้นที่ผู้โอนกับผู้รับโอนลงลายมือชื่อไว้ต่อกันได้ไม่ แม้โจทก์จำเลยจะสมัครใจซื้อขายหุ้นกัน แต่มิได้จัดทำตามแบบที่กฎหมายบังคับไว้ การโอนหุ้นรายพิพาทนี้ก็ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 1129 วรรค 2พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิชัย รชตะนันทน์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้