Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยได้ยินยอมลงชื่อในเอกสารที่มีใจความว่าโจทก์สัญญาว่าจะไม่ประพฤติการต่าง ๆ ให้เป็นที่เสียหายต่อจำเลย หากทำให้จำเลยเสียหายยอมให้จำเลยหักเอาจากเงินที่โจทก์มีสิทธิได้รับจากจำเลยได้ ไม่มีข้อความตอนใดที่แสดงว่าโจทก์จะเรียกร้องสิ่งใดจากจำเลยได้บ้าง และไม่มีกฎหมายบังคับว่าความยินยอมของลูกจ้างเช่นนี้จะต้องทำตามแบบอย่างไร ดังนั้นเพียงแต่โจทก์แสดงเจตนาฝ่ายเดียวก็เป็นการเพียงพอที่จะทำให้จำเลยมีสิทธิหักเงินเดือนของโจทก์มาชดใช้เงินค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียนของบุตรที่โจทก์เบิกไปโดยไม่มีสิทธิได้ โดยจำเลยไม่จำเป็นต้องลงชื่อในเอกสารดังกล่าวด้วย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างโจทก์ได้ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๓๐ โดยสั่งหักหนี้อื่นจากเงินเดือนของโจทก์เพื่อชดใช้เงินค่าเล่าเรียนบุตรซึ่งโจทก์เบิกไปโดยได้รับอนุญาตการจ่ายตามระเบียบแล้ว และเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน ๑,๒๘๐ บาท ที่จำเลยหักไปคืนแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์นำเงินค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียนของบุตรมาเบิกเป็นค่าเล่าเรียนบุตรจึงไม่ถูกต้องตามระเบียบของจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิหักเงินเดือนโจทก์ จำเลยมิได้ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงมหาดไทย และข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า หนี้เงินที่จำเลยหักจากเงินเดือนโจทก์มิใช่หนี้อื่นแต่เป็นหนี้ที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามสัญญาจ้างแรงงาน จึงไม่ขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยฯ ข้อ ๓๐ พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ค่าอาหารและค่าอุปกรณ์การเรียนไม่ใช่เงินค่าเล่าเรียนตามระเบียบของธนาคารจำเลย แต่ยังมีปัญหาว่ามีข้อตกลงให้จำเลยมีสิทธิหักเงินของโจทก์หรือไม่ จึงพิพากษาให้ศาลแรงงานกลางสืบพยานในประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้วฟังว่ามีข้อตกลงให้หักหนี้ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าเอกสารทั้งสามฉบับที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าเป็นข้อตกลงให้จำเลยมีสิทธิหักเงินเดือนโจทก์นั้นเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวเพราะมีผู้ลงชื่อในเอกสารเพียงฝ่ายเดียวจึงถือเป็นสัญญาไม่ได้

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เอกสารดังกล่าวมีความว่า หากข้าพเจ้าทำให้ธนาคารออมสินเสียหายด้วยประการใด ๆ ข้าพเจ้ายินยอมให้ธนาคารออมสินเรียกร้องจากหลักประกันได้โดยตรงหรือยึด จำหน่าย จ่ายโอน หัก หรือถือเอาจากหลักประกัน หรือหักเอาจากเงินที่มีสิทธิได้จากธนาคารออมสิน โดยทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อการชำระชดใช้ค่าเสียหายเช่นว่านั้นได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องฟ้องร้องข้าพเจ้าก่อน หรือสุดแต่ธนาคารออมสินจะเห็นควร ท้ายเอกสารดังกล่าวลงชื่อโจทก์และพยานอีก ๒ คน ใจความในเอกสารทั้งสามฉบับมีเฉพาะเรื่องที่โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานของจำเลยสัญญาว่าจะไม่ประพฤติการต่าง ๆ ให้เป็นที่เสียหายต่อจำเลย หากกระทำให้จำเลยเสียหายยินยอมให้จำเลยปฏิบัติต่อโจทก์อย่างไรบ้าง

ไม่มีข้อความตอนใดในเอกสารทั้งสามฉบับว่าโจทก์จะเรียกร้องสิ่งใดจากจำเลยได้บ้าง ดังนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่จำเลยจะต้องลงชื่อในเอกสารทั้งสามฉบับนั้นด้วย นอกจากนี้ไม่มีกฎหมายบังคับไว้ที่ใดว่า ความยินยอมของลูกจ้างเช่นนี้จะต้องทำตามแบบอย่างไร ฉะนั้นเพียงแต่โจทก์แสดงเจตนาฝ่ายเดียวว่า เมื่อโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายโจทก์ยอมให้จำเลยหักเงินที่โจทก์มีสิทธิได้จากจำเลยได้ก็เป็นการเพียงพอที่จะทำให้จำเลยมีสิทธิหักเงินเดือนของโจทก์มาชดใช้เงินที่โจทก์เบิกไปโดยไม่มีสิทธิได้แล้ว หาจำเป็นที่จะต้องให้จำเลยลงชื่อในเอกสารดังกล่าวด้วยไม่ อุทธรณ์โจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัช รัตนอุดม · ขจร หะวานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสมมาตร พรหมานุกูลศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้