Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1305/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

บทบัญญัติ ป.วิ.อ. มาตรา 15 มีความหมายชัดแจ้งว่า จะนำบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับในการพิจารณาคดีอาญาได้เฉพาะในกรณีที่ ป.วิ.อ. ไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับวิธีพิจารณาข้อนั้นและให้นำมาใช้บังคับเท่าที่จะใช้บังคับได้ บทบัญญัติมาตรา 4 วรรคสองและมาตรา 193/17 วรรคสอง ซึ่งเกี่ยวกับอายุความสะดุดหยุดลงแห่ง ป.พ.พ. ไม่ใช่บทบัญญัติของ ป.วิ.พ. จึงนำมาใช้บังคับแก่การพิจารณาคดีอาญาไม่ได้ ทั้ง ป.วิ.อ. มาตรา 185 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ถ้าศาลเห็นว่าคดีขาดอายุความแล้วให้ศาลยกฟ้องโจทก์ จึงเป็นกรณีที่ ป.วิ.อ. ได้บัญญัติวิธีพิจารณาเกี่ยวกับอายุความไว้โดยเฉพาะ และไม่ใช่กรณีที่จะนำ ป.วิ.พ. มาใช้บังคับ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2542 จำเลยทำสัญญากับโจทก์ตกลงเป็นตัวแทนประกันวินาศภัยรถยนต์ของโจทก์ โดยจำเลยมีหน้าที่หาลูกค้าและเก็บเงินค่าเบี้ยประกันภัยจากผู้เอาประกันภัยส่งมอบให้โจทก์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2542 ถึงเดือนมกราคม 2543 เวลากลางวัน จำเลยได้รับมอบกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพร้อมเครื่องหมาย พ.ร.บ. จากโจทก์เพื่อนำไปจำหน่ายให้บุคคลทั่วไป รวม 13,618 ฉบับ แต่เมื่อจำเลยจำหน่ายได้เงินแล้วกลับไม่ส่งมอบให้โจทก์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2543 โจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยและให้จำเลยคืนกรมธรรม์คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถพร้อมเครื่องหมาย พ.ร.บ. ที่จำเลยยังไม่ได้จำหน่ายและอยู่ในความครอบครองของจำเลยจำนวน 1,035 ฉบับ

พร้อมสรรพเอกสารทั้งหมดให้โจทก์ภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับหนังสือ แต่หลังจากครบกำหนดแล้วในระหว่างเดือนมีนาคม 2543 วันใดไม่ปรากฏชัดทั้งกลางวันและกลางคืนต่อเนื่องกัน จำเลยโดยทุจริตได้บังอาจเบียดบังเอาทรัพย์สินดังกล่าว ซึ่งมีราคาจำหน่ายเฉลี่ยทั้งหมดจำนวน 1,522,800 บาท ของโจทก์ที่จำเลยครอบครองอยู่ไปเป็นประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลช้างม่อย อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โจทก์มิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนและได้ฟ้องจำเลยต่อศาลแขวงพระนครเหนือเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2543

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแขวงพระนครเหนือไต่สวนมูลฟ้องแล้ววินิจฉัยว่าคดีของโจทก์ไม่อยู่ในเขตอำนาจพิจารณาของศาลแขวงพระนครเหนือ และมีคำสั่งเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2544 ไม่รับคดีของโจทก์ไว้พิจารณา ให้จำหน่ายคดีเพื่อให้โจทก์นำคดีไปฟ้องยังศาลที่มีเขตอำนาจต่อไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีโจทก์ขาออายุความจึงมีคำสั่งงดไต่สวนมูลฟ้องและพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับอายุความสะดุดหยุดลงจึงต้องนำบทบัญญัติมาตรา 4 วรรคสอง และมาตรา 193/17 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 บัญญัติว่า "วิธีพิจารณาข้อใดซึ่งประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับเท่าที่พอจะใช้บังคับได้" เห็นว่า บทกฎหมายดังกล่าวมีความหมายชัดแจ้งว่า จะนำบทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับในการพิจารณาคดีอาญาได้เฉพาะในกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาไม่ได้บัญญัติเกี่ยวกับวิธีพิจารณาข้อนั้น และให้นำมาใช้บังคับเพียงเท่าที่จะใช้บังคับได้บทบัญญัติมาตรา 4 วรรคสอง และมาตรา 193/17 วรรคสอง

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่ใช่บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจึงนำมาใช้บังคับแก่การพิจารณาคดีอาญาไม่ได้ทั้งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญายังได้บัญญัติในมาตรา 185 วรรคหนึ่ง ว่า ถ้าศาลเห็นว่าคดีขาดอายุความแล้วให้ศาลยกฟ้องโจทก์ จึงเป็นกรณีที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติวิธีพิจารณาเกี่ยวกับอายุความไว้โดยเฉพาะ และไม่ใช่กรณีที่จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กำธร โพธิ์สุวัฒนากุล · สุรชาติ บุญศิริพันธ์ · กิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์
แหล่งที่มา
สำนักวิชาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้