Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1304/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดนั้น ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดมาแต่เวลาที่ทำละเมิดเป็นต้นไป ฉะนั้น ค่าเสียหายคำนวณเป็นเงินก้อนจากวันละเมิดจนถึงวันฟ้อง จึงต้องคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดให้ตั้งแต่วันละเมิดแต่ถ้าคำขอท้ายฟ้องโจทก์ระบุมาไม่ชัดแจ้งว่า ให้จำเลยชำระตั้งแต่วันใดศาลอาจให้ดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องก็ได้ ส่วนค่าเสียหายที่โจทก์ขอให้ชำระเป็นรายเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดทำละเมิดนั้น หลักการคิดดอกเบี้ยไม่เหมือนกับการคำนวณค่าเสียหายเป็นเงินก้อนเดียวดังกรณีข้างต้น ในกรณีเช่นนี้ถ้าจำเลยผิดนัด ไม่ชำระในเดือนใด ก็ให้คิดดอกเบี้ยแต่เดือนที่ผิดนัดนั้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกจากอาคารเลขที่ ๓๕๖/๓๙ ตำบลบางยี่เรือ อำเภอธนบุรี จังหวัดธนบุรี และออกจากที่ดินโฉนดที่ ๔๗๒๐ ตำบลนางไส้ไก่เหนือ อำเภอบางลำภูล่าง จังหวัดธนบุรี ให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำนวน ๑๑,๙๐๐ บาทและเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะหยุดละเมิด กับให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ในเงินค่าเสียหายดังกล่าวด้วย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และ ๓ ออกจากอาคารและที่ดินพิพาท ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๖๕๐ บาทนับแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๐๗ จนถึงวันฟ้องและร่วมกับจำเลยที่ ๓ ใช้ค่าเสียหายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๐๘ จนถึงวันฟ้องและต่อจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จกับให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี ในเงินค่าเสียหายดังกล่าวด้วย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยที่ ๑ ใช้ค่าเสียหายตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๐๘ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ เข้าอยู่ในตึกพิพาทโดยละเมิดและเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองที่กำหนดค่าเสียหายให้เดือนละ ๖๕๐ บาท ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในจำนวนเงินค่าเสียหายอีกเพราะจำนวนค่าเสียหายเท่าใดยังไม่แน่นอน และเท่ากับเป็นการเรียกค่าเสียหายซ้อนนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า หนี้รายนี้เป็นหนี้อันเกิดแต่มูลละเมิดต้องถือว่าจำเลยผิดนัดมาแต่วันละเมิดต้องคิดดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๐๖ และ ๒๒๔ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องค่าเสียหายก่อนฟ้องรวมกันเป็นเงินก้อนและมิได้ระบุมาให้ชัดเจนในคำขอท้ายฟ้องว่า ให้จำเลยเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันใด ศาลฎีกาจึงเห็นควรให้ดอกเบี้ยในจำนวนเงินค่าเสียหายก่อนฟ้องนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ส่วนค่าเสียหายภายหลังฟ้องเป็นรายเดือนนั้น จำเลยผิดนัดไม่ชำระในเดือนใด ก็ให้คิดดอกเบี้ยแต่เดือนนั้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะข้อที่ให้คิดดอกเบี้ยเป็นว่าในจำนวนเงินค่าเสียหายก่อนฟ้องโดยคิดอัตราค่าเสียหายเดือนละ ๖๕๐ บาท นับแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๐๘ จนถึงวันฟ้องให้โจทก์นั้นให้คิดดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ ส่วนค่าเสียหายเดือนละ ๖๕๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะออกไปจากตึกและที่ดินพิพาทนั้น ถ้าจำเลยผิดนัดก็ให้คิดดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีไปทุกเดือนที่ผิดนัด จนกว่าจะชำระเงินเสร็จนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายเสนาะ เอกพจน์
ศาลอุทธรณ์ - นายกฤษณ์ โสภิตกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้