Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1303/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 4 เป็นบุตรของ อ. จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นบุตรและผู้จัดการมรดกของ อ. โจทก์เป็นบุตรของจำเลยที่ 4 เดิมที่ดินพิพาทเป็นของ อ. ก่อนตาย อ. ได้ลงลายมือชื่อในใบมอบอำนาจเกี่ยวกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทไว้ หลังจาก อ. ตายแล้วโจทก์นำใบมอบอำนาจดังกล่าวไปโอนที่พิพาทมาเป็นของตน เจ้าพนักงานที่ดินไม่ทราบว่า อ. ตายแล้ว จึงจัดทำให้ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับบรรดาทายาทของ อ. ทำหนังสือรับรองและรับรู้ว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ อ. ยกที่ดินพิพาท และทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ไปโอนกรรมสิทธิ์ ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้ถอนชื่อโจทก์ออกจากโฉนด เพราะรับโอนมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ลงชื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ อ. เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โอนที่พิพาทให้จำเลยที่ 4 เช่นนี้ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เป็นผู้จัดการมรดกของ อ. มีหน้าที่แบ่งมรดกของ อ.ให้แก่ทายาทโดยธรรม โจทก์มิใช่ทายาทโดยธรรมของอ.ไม่มีสิทธิรับมรดกที่โจทก์เอาหนังสือมอบอำนาจของ อ. ไปขอโอนกรรมสิทธิ์หลัง อ. ตายแล้ว เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย แม้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และทายาทของ อ. จะได้ทำหนังสือรับรองและรับรู้ดังกล่าวข้างต้น ก็เป็นเพียงมีความหมายว่า ไม่ติดใจยกเอาเรื่องดังกล่าวเป็นข้ออ้าง เพื่อฟ้องร้องเรียกที่ดินนั้นคืนจากโจทก์เท่านั้น การที่โจทก์ถูกเพิกถอนชื่อออกจากโฉนด เป็นเพราะเจ้าพนักงานที่ดินเห็นว่าการโอนกรรมสิทธิ์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โอนที่ดินให้จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของ อ. เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของหมื่นอำพนแพทย์และทายาทโดยธรรมของหมื่นอำพนแพทย์ ได้ทำหนังสือรับรองและรับรู้ว่าเมื่อหมื่นอำพนแพทย์ยังมีชีวิตอยู่ได้ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2748 ให้โจทก์ แม้ว่าโจทก์จะนำหนังสือมอบอำนาจไปโอนที่ดินแปลงนี้หลังจากหมื่นอำพลแพทย์ถึงแก่กรรมแล้ว ก็ไม่ติดใจเรียกร้องเอาที่ดินแปลงนี้ ต่อมานางถนอมฟ้องโจทก์และจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขอแบ่งมรดก ในที่สุดได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยโจทก์ยอมแบ่งที่ดินแปลงนี้ให้นางถนอมกับพวกรวม 3 คน ๆ ละ 1 ใน 12 ส่วน เจ้าหน้าที่ได้ถอนชื่อโจทก์ออกจากโฉนดแล้วลงชื่อจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ในในฐานะผู้จัดการมรดกของหมื่นอำพลแพทย์ไปก่อน

เมื่อแบ่งที่ดินให้นางถนอมแล้วจึงจะโอนกรรมสิทธิ์ส่วนที่เหลือให้โจทก์ แต่เมื่อแบ่งที่ดินให้นางถนอมแล้ว จำเลยไม่โอนที่ดินส่วนที่เหลือให้โจทก์ กลับโอนให้จำเลยที่ 4 เป็นการละเมิดทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ใช้เงินแก่โจทก์ 2,486,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การว่า ขณะที่ยังมีชีวิตอยู่หมื่นอำพนแพทย์ยกที่ดินโฉนดที่ 2748 ให้จำเลยที่ 4 และทำหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยที่ 4 ไว้เพื่อจะได้นำไปโอนที่ดิน แต่หลังจากหมื่นอำพนแพทย์ตายแล้ว โจทก์นำเอาหนังสือมอบอำนาจนั้นไปขอโอนที่ดินเป็นของโจทก์ ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้ลบชื่อโจทก์ออกจากโฉนดที่ดิน ที่ดินนั้นจึงเป็นมรดกนอกพินัยกรรมของหมื่นอำพนแพทย์

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และทายาทอื่นได้ทำหนังสือรับรองยกที่ดินให้จำเลยที่ 4 จึงได้โอนที่ดินให้จำเลยที่ 4 ไปโดยชอบ ที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และทายาทอื่นทำหนังสือรับรองและรับรู้ว่าหมื่นอำพนแพทย์ยกที่ดินให้โจทก์ดังโจทก์อ้าง เพื่อช่วยเหลือโจทก์ไม่ให้ถูกดำเนินคดีอาญา คดีโจทก์ขาดอายุความและเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 5484/2518 ของศาลชั้นต้น ค่าเสียหายไม่สูงเท่าที่โจทก์เรียกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ขอให้ศาลเรียกนางเยี่ยมเข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลอนุญาตและให้เรียกนางเยี่ยมว่าจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 ให้การว่า ที่ดินโฉนดที่ 2748 เป็นของจำเลยที่ 4 โดยหมื่นอำพนแพทย์ยกให้ตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่ จำเลยที่ 4 ครอบครองมาตลอดหนังสือรับรองการยกให้ท้ายฟ้องไม่มีผลบังคับ การที่ผู้จัดการมรดกยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้จำเลยที่ 4 ถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย ค่าเสียหายบางรายสูงเกินไปและบางรายการโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ไม่โอนที่ดินโฉนดที่ 2748 ส่วนที่เหลือจากแบ่งให้นางถนอมกับพวกให้แก่โจทก์ กลับไปโอนให้แก่จำเลยที่ 4 เป็นการละเมิดต่อโจทก์นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าที่ดินโฉนดที่ 2748 เป็นมรดกของหมื่นอำพนแพทย์ แม้หมื่นอำพนแพทย์จะทำพินัยกรรมไว้ แต่พินัยกรรมของหมื่นอำพนแพทย์มิได้ระบุถึงที่ดินโฉนดที่ 2748 ว่ายกให้แก่ทายาทคนใด ที่ดินโฉนดที่ 2748 จึงไม่ตกทอดแก่ทายาทตามพินัยกรรมของหมื่นอำพนแพทย์ แต่ตกแก่ทายาทโดยธรรมของหมื่นอำพนแพทย์ จำเลยที่ 1, ที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของหมื่นอำพนแพทย์มีหน้าที่แบ่งที่ดินโฉนดที่ 2748 ให้แก่ทายาทโดยธรรมของหมื่นอำพนแพทย์ โจทก์เป็นเพียงหลานของหมื่นอำพนแพทย์และจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นมารดาของโจทก์ยังมีชีวิตอยู่ โจทก์จึงมิใช่ทายาทโดยธรรมของหมื่นอำพนแพทย์ และไม่มีสิทธิรับมรดกที่ดินโฉนดที่ 2748 ที่โจทก์เอาหนังสือมอบอำนาจของหมื่นอำพนแพทย์ไปขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินหลังจากที่หมื่นอำพนแพทย์ตายแล้ว เป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายแม้จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 และบรรดาทายาทของหมื่นอำพนแพทย์จะทำหนังสือรับรอง และรับรู้การให้ว่าเมื่อยังมีชีวิตอยู่หมื่นอำพนแพทย์ยกที่ดินโฉนดที่ 2748 พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างให้โจทก์ และทำหนังสือมอบอำนาจให้โจทก์ไว้เพื่อนำไปขอโอนที่ดินมาเป็นของโจทก์

ก็เป็นเพียงจำเลยทั้งสามดังกล่าวและบรรดาทายาทของหมื่นอำพนแพทย์ไม่ติดใจยกข้อที่โจทก์นำหนังสือมอบอำนาจของหมื่นอำพนแพทย์ไปขอโอนที่ดินดังกล่าวมาเป็นของโจทก์หลังจากหมื่นอำพนแพทย์ตายแล้วมาเป็นข้ออ้างเพื่อฟ้องร้องเรียกที่ดินนั้นคืนจากโจทก์เท่านั้น ซึ่งจำเลยทั้งสามดังกล่าวและบรรดาทายาทของหมื่นอำพนแพทย์ก็มิได้ทำละเมิดคำมั่นที่ให้ไว้ตามหนังสือรับรองและรับรู้การให้ดังกล่าวแต่อย่างใด การที่โจทก์ถูกเพิกถอนชื่อออกจากโฉนดที่ดินดังกล่าวเป็นเพราะเจ้าพนักงานที่ดินเห็นว่าการโอนที่ดินกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 2748 ให้โจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจของหมื่นอำพนแพทย์ที่โจทก์นำไปขอโอนหลังจากหมื่นอำพนแพทย์ตายแล้ว เป็นการโอนและรับโอนกรรมสิทธิ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเห็นว่าที่ดินดังกล่าวเป็นมรดกของหมื่นอำพนแพทย์

เจ้าพนักงานที่ดินจึงเพิกถอนชื่อโจทก์ออกจากโฉนดที่ดินดังกล่าวและลงชื่อจำเลยที่ 1, ที่ 2 และที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของหมื่นอำพนแพทย์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน ที่ดินโฉนดที่ 2748 จึงกลับเป็นมรดกของหมื่นอำพนแพทย์ตามเดิม ทั้งต่อมาบรรดาทายาทของหมื่นอำพนแพทย์ตกลงกันให้โอนที่ดินโฉนดที่ 2748 ให้แก่จำเลยที่ 4 ตามหนังสือรับรองและรับรู้การให้ฉบับลงวันที่ 15 กรกฎาคม 2517 การที่จำเลยที่ 1 ที่ 2และที่ 3 โอนที่ดินโฉนดที่ 2748 ส่วนที่เหลือจากแบ่งให้นางถนอมกับพวกให้แก่จำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมของหมื่นอำพนแพทย์ตามข้อตกลงของบรรดาทายาทของหมื่นอำพนแพทย์จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการมรดกโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการละเมิดต่อโจทก์และไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สนิท อังศุสิงห์ · สันติ์ ธีรนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้