Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1302/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

หลักฐานแห่งการกู้ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 ต้องมีสาระสำคัญให้เห็นว่า มีการกู้ยืมเงินกันก็เพียงพอ ไม่ได้บังคับว่าต้องระบุชื่อของผู้ให้กู้ไว้ด้วยหรือหากไม่ระบุลงไว้จะต้องถือว่าไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม เมื่อเอกสารพิพาทระบุว่าจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ยืมเงินจำนวนเงินและวันเดือนปี แม้มิได้ระบุชื่อผู้ให้กู้ก็ตาม ถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินแล้ว และโจทก์มีสิทธินำสืบได้ว่าผู้ให้กู้คือโจทก์ได้ไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมเอกสารตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ข) หนี้ที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้โจทก์มีสิทธิทวงถามได้โดยพลันตามป.พ.พ. มาตรา 203 แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทวงถามเมื่อใดจึงถือว่าจำเลยผิดนัดในวันฟ้อง.

คำฟ้องและคำให้การ

หลักฐานแห่งการกู้ยืมตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 ต้องมีสาระสำคัญให้เห็นว่า มีการกู้ยืมเงินกันก็เพียงพอ ไม่ได้บังคับว่าต้องระบุชื่อของผู้ให้กู้ไว้ด้วยหรือหากไม่ระบุลงไว้จะต้องถือว่าไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม เมื่อเอกสารพิพาทระบุว่าจำเลยลงลายมือชื่อเป็นผู้กู้ยืมเงินจำนวนเงินและวันเดือนปี แม้มิได้ระบุชื่อผู้ให้กู้ก็ตาม ถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินแล้ว และโจทก์มีสิทธินำสืบได้ว่าผู้ให้กู้คือโจทก์ได้ไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมเอกสารตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94(ข) หนี้ที่ไม่มีกำหนดเวลาชำระหนี้โจทก์มีสิทธิทวงถามได้โดยพลันตามป.พ.พ. มาตรา 203 แต่ไม่ปรากฏว่าโจทก์ทวงถามเมื่อใดจึงถือว่าจำเลยผิดนัดในวันฟ้อง.

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกู้ยืมเงินโจทก์หลายครั้ง ยอมให้ดอกเบี้ยแก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุกเดือน หลังจากกู้ยืมเงินไปแล้ว จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระดอกเบี้ยและเงินต้นแก่โจทก์ โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสองก็เพิกเฉย ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 1,950,936 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินจำนวน 1,370,000 บาทนับแต่วันฟ้อง จนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษา ให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 1,370,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนถึงวันชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"...ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปในข้อแรกมีว่า เอกสารหมาย จ.7 เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมหรือไม่ เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 บัญญัติว่า การกู้ยืมเงินกว่าห้าสิบบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่ง ลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ ฉะนั้น สาระสำคัญของหลักฐานเป็นหนังสือตามบทกฎหมายดังกล่าวจึงอยู่ที่ว่า มีการแสดงให้เห็นว่า มีการกู้ยืมเงินกันก็เพียงพอแล้ว ไม่ได้บังคับถึงกับจะต้องระบุชื่อของผู้ให้กู้ไว้ด้วย หรือหากไม่ระบุลงไว้จะต้องถือว่าไม่เป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืม เมื่อเอกสารหมาย จ.7 มีสาระสำคัญแสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองกู้ยืมเงินของผู้ให้กู้ซึ่งมิได้ระบุชื่อลงไว้จำนวนเท่าใดเมื่อวันเดือนปีใด

ทั้งจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อไว้ในฐานะผู้กู้ยืมครบถ้วนตามสาระสำคัญของบทกฎหมายดังกล่าวแล้ว เอกสารหมาย จ.7จึงเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในข้อต่อไปมีว่า การที่โจทก์นำสืบว่าโจทก์เป็นผู้ให้จำเลยทั้งสองกู้ยืมตามเอกสารหมาย จ.7 นั้น เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข)หรือไม่ เห็นว่า แม้หลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือที่จำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อไว้ตามเอกสารหมาย จ.7 นั้น จะมิได้ระบุว่ากู้ยืมเงินจากผู้ใด โจทก์ก็นำสืบพยานบุคคลอธิบายให้เห็นได้ว่าโจทก์เป็นผู้ให้จำเลยทั้งสองกู้ยืม เพราะการกู้ยืมเงินตามเอกสารดังกล่าวย่อมจะต้องมีผู้ให้กู้ยืมเมื่อมิได้ระบุชื่อผู้ให้กู้ยืมลงไว้ให้ปรากฏโจทก์ซึ่งเป็นผู้ให้กู้ยืมย่อมมีสิทธิที่จะนำสืบอธิบายให้ชัดแจ้งว่าผู้ให้กู้ยืมตามเอกสารหมาย

จ.7 คือโจทก์ได้ ไม่เป็นการสืบเพิ่มเติมเอกสารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94(ข) แต่อย่างใดปัยหาที่จะต้องวินิจฉัยข้อสุดท้ายมีว่า จำเลยทั้งสองต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ตั้งแต่วันฟ้องหรือไม่ เห็นว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้เงินกู้ยืมต่อโจทก์ เมื่อข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า มีการกำหนดเวลาชำระหนี้ต่อกันไว้ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ได้โดยพลัน ตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า ได้ทวงถามจำเลยทั้งสองแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ

จำเลยทั้งสองมิได้ให้การปฏิเสธในข้ออ้างตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว ถือได้ว่า จำเลยทั้งสองรับตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว แต่ตามคำฟ้องและพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ปรากฏโดยชัดแจ้งว่าโจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสองอันจะเป็นเหตุให้ถือได้ว่าจำเลยทั้งสองผิดนัดวันเวลาใด จึงต้องฟังให้เป็นประโยชน์แก่จำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองผิดนัดในวันฟ้องนั้นเองจำเลยทั้งสองจึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ ในระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 224..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนพ กีรติยุติ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้