Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1298/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนต์จากนายลิขิตมาฉายโรงภาพยนต์ของจำเลย ต่อมานายลิขิตบอกเลิกสัญญากับโจทก์ โจทก์เรียกคืนจากจำเลยจำเลยไม่ยอมคืน นายลิขิตจึงฟ้องโจทก์ โจทก์ได้ขอให้ศาลเรียกจำเลยเข้ามาเป็นจำเลยร่วม เพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้นไป คดีถึงที่สุด ชั้นฎีกาพิพากษาให้โจทก์และจำเลยส่งคืนแก่นายลิขิต โดยไม่ชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ระหว่างโจทก์และจำเลย แต่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะว่ากล่าวแก่จำเลย ดังนี้อายุความฟ้องคดีนี้ย่อมสดุดหยุดลง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173,175, และ 181 และเมื่อโจทก์มาฟ้องคดีนี้หลังคดีก่อนถึงที่สุดเพียง 3-4 เดือนคดีจึงไม่ขาดอายุความ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เช่าเครื่องฉายภาพยนตร์เสียงพร้อมด้วยเครื่องอุปกรณ์จากนายลิขิตนำไปฉายที่โรงภาพยนตร์ของจำเลยที่จังหวัดพิษณุโลก ต่อมานายลิขิตเลิกสัญญาให้โจทก์ส่งคืน โจทก์แจ้งให้จำเลยส่งคืนจำเลยไม่ยอมคืน อ้างว่าเอาหักชำระใช้หนี้ที่นายลิขิตเป็นหนี้จำเลยอยู่แล้ว ที่สุดนายลิขิตฟ้องโจทก์ ๆ ได้ใช้ให้นายลิขิตไปแล้ว คิดเป็นค่าเช่า ค่าดอกเบี้ยและอื่น ๆ รวม 30,922 บาท 91 สตางค์ ขอให้จำเลยชำระจำเลยปฏิเสธความรับผิดและตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความค่าเสียหายต่าง ๆ บางอย่างที่โจทก์ขอได้ยุติกันแล้วเพียงศาลล่างคงเหลือมาสู่ศาลฎีกาเพียงค่าเช่า 5 ปี 9 เดือนครึ่งคิดเป็นเงิน 21,718 บาท 75 สตางค์ ซึ่งศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องแต่ศาลอุทธรณ์ให้จำเลยรับผิดใช้ให้โจทก์และจำเลยฎีกาต่อมาศาลฎีกาเห็นว่า ในสำนวนคดีเดิมแพ่งแดงที่ 185/2491 นายประสงค์(โจทก์คดีนี้)

ได้ขอให้ศาลเรียกนางสำเนียงเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องให้เสร็จสิ้นไปในคราวเดียวกัน คดีนั้นถึงที่สุดชั้นศาลฎีกา ชี้ขาดว่าเครื่องฉายภาพยนตร์และอุปกรณ์ยังเป็นของนายลิขิตนางสำเนียงไม่มีอำนาจยึดหน่วงครอบครอง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาให้นางสำเนียงและนายประสงค์ (โจทก์คดีนี้) ส่งคืนให้นายลิขิต หากแต่ศาลยังไม่ชี้ขาดสิทธิและหน้าที่ระหว่างนายประสงค์ และนางสำเนียง (โจทก์และจำเลยในคดีนี้) แต่ไม่ตัดสิทธิของนายประสงค์ที่จะว่ากล่าวเอาความแก่นางสำเนียงดังนี้อายุความย่อมสดุดหยุดลง จนกว่าคดีจะถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173, 175 และ 181 และเมื่อนายประสงค์ ฟ้องคดีนี้หลังจากคดีเดิมถึงที่สุดเพียง 3-4 เดือนคดีจึงไม่ขาดอายุความพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่ให้นางสำเนียงชดใช้เงินจำนวนนี้ให้นายประสงค์ (โจทก์)

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · มนูกิจวิมลอรรถ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2558/2567

แม้โจทก์จะมีความสามารถตามกฎหมาย แต่ไม่มีความสามารถที่จะดูแลตนเองหรือผลประโยชน์ของตนเองได้ในความเป็นจริงอันอาจเป็นเพียงบางช่วงเวลา ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติทางจิตใจหรือความผิดปกติทางร่างกายที่มีผลกระทบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8368/2538

จำเลยนอกจากจะให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์หลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกับหนังสือมอบอำนาจโดยไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยยังได้ให้การอีกว่า ในขณะที่จ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2639/2534

การแจ้งการประเมินภาษีอากรมีผลเป็นอย่างเดียวกันกับการฟ้องคดีย่อมเป็นเหตุให้อายุความสะดุดหยุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 173 เริ่มนับใหม่เมื่อพ้นระยะเวลาสามสิบวันที่กำหนดให้นำค่าภาษีไปชำระตามหน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1781/2531

เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินจากจำเลยให้เสียภาษีอากรอายุความย่อมสะดุดหยุดลงนับแต่วันดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 173 แม้คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จะวินิจฉัยชี้ขาดอุทธรณ์เมื่อพ้น 10 ปี น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2531

ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2516 โจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2516จากนั้นเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ดำเนินการชั้นบังคับคดีโดยยึดทรัพย์จำเลยและประกาศขาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้