Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ไปรับเงินจากศาลมามอบให้เทศบาล แม้จะไม่ใช่หน้าที่ตามตำแหน่งของจำเลยโดยตรง แต่เมื่อจำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการแล้ว จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินที่ได้รับมอบหมายนั้น เมื่อจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตนจำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่จัดการเป็นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นพนักงานของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ตำแหน่งนิติกร 4 ได้รับมอบอำนาจจากเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ให้ไปรับเงินค่าธรรมเนียมในการยึดแล้วไม่มีการขายหรือจำหน่ายจำนวน 35,000 บาท ซึ่งศาลจังหวัดเพชรบูรณ์สั่งคืนให้แก่เทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ได้ยักยอกเบียดบังเอาเงินจำนวน 35,000 บาทของเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ไปเป็นประโยชน์ของตนหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ลงโทษจำคุก 5 ปี ทางต่อสู้ของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง ประกอบกับจำเลยนำเงินมาชดใช้คืนเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ในเวลาอันรวดเร็วเป็นการบรรเทาผลร้ายมีเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลย 3 ปี 4 เดือน ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก ให้จำคุก 1 ปี หลังจากทำผิดแล้วจำเลยได้นำเงินที่ยักยอกไปคืนผู้เสียหายถือว่าจำเลยรู้สึกความผิดและพยายามบรรเทาผลร้ายมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลย 8 เดือนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นข้าราชการเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ตำแหน่งนิติกร 4 ได้รับมอบหมายจากนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ให้ไปรับเงินค่าธรรมเนียมคืนจากศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ 35,000 บาทจำเลยรับเงินจากศาลจังหวัดเพชรบูรณ์วันที่ 15 พฤษภาคม 2532มิได้นำส่งมอบให้นายกเทศมนตรีหรือเทศบาลในวันนั้น

เมื่อนายกเทศมนตรีทวงถามจำเลยนำเงินคืนวันที่ 31 พฤษภาคม 2532 จำเลยไม่ได้ฎีกาข้อเท็จจริง จึงฟังได้ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต่อไปว่า จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินดังกล่าวเป็นของตน ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 หรือไม่ เห็นว่าจำเลยเป็นข้าราชการอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของนายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์และได้รับคำสั่งมอบหมายจากนายกเทศมนตรีให้ไปรับเงินจากศาลมามอบให้เทศบาลแม้จะไม่ใช่หน้าที่ตามตำแหน่งของจำเลยโดยตรง เมื่อจำเลยได้รับมอบหมายให้จัดการแล้ว จำเลยจึงเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการเกี่ยวกับเงินที่ได้รับมอบหมายนั้นเมื่อจำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินนั้นเป็นของตน จำเลยมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ที่ได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่จัดการเป็นของตนโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 วรรคแรก นั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สกล เหมือนพะวงศ์ · อัมพร ทองประยูร · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้