Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1292/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การใช้กฎหมายส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 3 นั้น ต้องพิจารณาทั้งโทษสูงและโทษต่ำ เช่น ถ้าจะลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสถ้าจะลงโทษจำคุกเกิน 7 ปี ซึ่งจะลงได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เช่นนี้ ต้องใช้ มาตรา 256 เพราะลงโทษจำคุกได้ไม่เกิน 7 ปี แต่ถ้าจะลงโทษต่ำกว่า 2 ปีลงมา (ถึง 6 เดือน) ต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297เพราะบัญญัติให้ทำได้แต่ถ้าการวางโทษอยู่ในระดับที่ใช้กฎหมายลักษณะอาญาก็ได้หรือใช้ประมวลกฎหมายอาญาก็ได้ เช่นนี้ควรใช้กฎหมายลักษณะอาญา อันเป็นกฎหมายในขณะทำผิด(ประชุมใหญ่ครั้งที่ 10/2500)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 50 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 53 ป.อ. มาตรา 3 ป.อ. มาตรา 297

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2498 เวลากลางวันจำเลยนี้ได้บังอาจใช้มีดฟันนายโปร่ง แสงเงินข้อมือขาดและแก้มขวาบาดเจ็บถึงรูปหน้าเสียโฉม จึงขอให้ลงโทษจำเลยต่อสู้ว่านายโปร่งซึ่งเป็นสามีจำเลยได้เอามืออุดปากลูกจนหน้าเขียว ร้องไม่ออก และไม่ดิ้นจำเลยกลัวลูกจะตายจึงฟันเอาหลายทีไม่ทราบว่าถูกที่ไหนบ้าง ทั้งจำเลยเป็นไข้มาเรเลียขึ้นสมอง ไม่รู้สึกผิดชอบขณะที่ฟันศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ข้อแก้ตัวว่าไม่รู้สึกตัวของจำเลยโดยว่าเป็นไข้มาเรเลียขึ้นสมองนั้นฟังไม่ได้ พิพากษาว่าจำเลยผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ให้จำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยกระทำไปเพื่อป้องกันบุตรแต่เป็นการเกินแก่เหตุ

พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256ประกอบด้วย มาตรา 50, 53 ให้จำคุก 1 ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ตาม มาตรา 41โจทก์ฎีกาว่าจำเลยทำไปโดยโกรธ มิใช่เพื่อป้องกันชีวิตลูก จึงขอให้ลงโทษตามศาลชั้นต้นศาลฎีกาวินิจฉัยคดีแล้ว พิพากษายืน แต่ได้มีการปรึกษาในที่ประชุมใหญ่ในเรื่องการใช้บทกฎหมายลักษณะอาญา และการใช้บทกฎหมายประมวลอาญาลงโทษจำเลยไว้ดังต่อไปนี้ในขณะที่ศาลฎีกาพิจารณาคดีนี้เป็นเวลาที่ยกเลิกกฎหมายลักษณะอาญาแล้ว และกำลังใช้ประมวลกฎหมายอาญา ตาม มาตรา 3แห่งประมวลกฎหมายอาญา บัญญัติว่า ถ้ากฎหมายที่ใช้ขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ในภายหลัง ให้ใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำผิดดังนี้จึงต้องดูว่า

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256กับประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 บทไหนเป็นคุณแก่จำเลยที่ประชุมใหญ่มีความเห็นว่า มาตรา 256 แห่งกฎหมายลักษณะอาญากับมาตรา 297 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ต่างมีคุณแก่ผู้กระทำผิดคือถ้าดูในโทษขั้นสูงแล้ว มาตรา 256 มีคุณกว่า เพราะจำคุกอย่างสูงเพียง 7 ปี แต่มาตรา 297 ลงโทษอย่างสูงได้ถึง 10 ปี แต่ถ้าจะดูโทษขั้นต่ำแล้ว มาตรา 297 มีคุณกว่า เพราะอาจลงโทษแต่ 6 เดือน ขึ้นไป ส่วน มาตรา 256 ลงโทษจำคุกแต่ 2 ปีขึ้นไป จึงให้ถือหลักว่าถ้าจะลงโทษจำคุกเกิน 7 ปี ต้องใช้กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256 ถ้าจะลงโทษจำคุกต่ำกว่า 2 ปีลงมา (ไม่ต่ำกว่า 6 เดือน) แล้วต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297สำหรับการลงโทษในคดีนี้ เมื่ออาจจะใชมาตรา 256, 50, 53แห่งกฎหมายลักษณะอาญาก็เป็นคุณแก่จำเลยแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนูกิจวิมลอรรถ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 930/2490

เห็นคนในสวนทุเรียนในเวลาค่ำคืน เข้าใจว่าเป็นคนร้ายร้องทักถามแล้วไม่ได้รับคำตอบจึงใช้ปืนแก๊ปยิงไป 1นัด ถูกที่ขา บาดเจ็บสาหัส ดังนี้เป็นการกระทำอันเกินสมควรแก่เหตุ และมีความผิดใช้ปืนแก๊บยิงคนร้ายถูกขาอ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 466/2486

จำเลยไช้ไม้ตีผู้เสียหายโดยทางป้องกัน แล้วแย่งมีดจากผู้เสียหายได้ จึงทำร้ายผู้เสียหายถึงสาหัสอีก ซึ่งการทำร้ายพายหลังนี้ผู้เสียหายได้ล้มลงไปหมอบหยู่ไม่มีอาวุธแต่หย่างไดเช่นนี้ ต้องถือว่าเปนการป้องกันตั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 509/2502

แม้จำเลยจะคิดว่าพลตำรวจม้วนเป็นคนร้ายงัดห้องแต่จำเลยก็มิได้เจตนาจะยิงคนร้ายจำเลยเพียงแต่ยิงเพื่อขู่โดยไม่เห็นตัวและได้ยิงลงต่ำ ไม่ประสงค์ให้ถูกใครหากแต่เผอิญกระสุนไปถูกไม้คร่าวจึงแฉลบไปถูกพลตำรวจม้วนเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2500

จำเลยไม่ได้เกี่ยวข้องในการวิวาท เป็นแต่ผู้ยืนดูอยู่ข้างนอก ผู้ตายมาตีจำเลย 2-3 ที่แล้วยังจะตีซ้ำอีก จำเลยจำต้องป้องกันตัวและไม่มีโอกาสที่จะมัวเลือกหาอาวุธอื่นใดมาใช้ได้ทัน จึงต้องใช้อาวุธมีดที่มีอยู่แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1381/2500

จำเลยสามคนไล่ทำร้ายบุคคลสองคน บุคคลทั้งสองนั้นวิ่งหนีไปที่เรือนผู้เสียหาย ผู้เสียหายช่วยป้องกันคนทั้งสองโดยสอดมือออกมาจะขัดประตูเรือน จำเลยคนหนึ่งใช้ดาบฟันมือผู้เสียหายจนนิ้วขาด ดั่งนี้ เป็นเรื่องนอกค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้