Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1291/2558

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงท้ายทะเบียนหย่า แม้จะเป็นข้อตกลงที่แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ว่า ในอนาคตหากจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใด จำเลยที่ 1 จะยอมแบ่งให้แก่บุตรทั้งสาม อันหมายถึงบุตรของโจทก์และจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่เนื้อหาตามข้อตกลงดังกล่าวเป็นลักษณะที่ตกลงกันกว้าง ๆ ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการระบุทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ เป็นการระบุที่ครอบคลุมทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งย่อมรวมทรัพย์สินทุกชนิดที่ได้มาในอนาคตและไม่จำกัดเวลา และในข้อตกลงส่วนที่เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 นั้น ก็ไม่ระบุชัดเจนว่าจะแบ่งแก่บุตรคนใด เท่าใด อันหมายความแล้วแต่ดุลยพินิจของจำเลยที่ 1 ข้อตกลงดังกล่าวนี้ จึงไม่ชัดแจ้ง ไม่มีสภาพบังคับให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งสามารถปฏิบัติให้ตรงตามวัตถุที่ประสงค์แห่งข้อตกลงได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนให้ที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2534 ให้จำเลยทั้งสองไปจดทะเบียนเพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินที่พิพาทให้แก่นายนพฤทธิ์ นางสาวศิริลักษณ์ นายอิทธิเดช และจำเลยที่ 2 หากจำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนหนังสือสัญญาให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 10528 เลขที่ดิน 112 ตำบลสี่แยกมหานาค (ดุสิต) อำเภอดุสิต กรุงเทพมหานคร ระหว่าง จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2534 กับให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดดังกล่าวให้แก่นายนพฤทธิ์ ในฐานะทายาทของพันจ่าอากาศเอกอนุชิต นางสาวศิริลักษณ์ และนายอิทธิเดช คนละหนึ่งในสี่ส่วน หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษานี้แทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสอง ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองศาล โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 เคยเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2496 มีบุตรด้วยกัน 3 คน คือ พันจ่าอากาศอนุชิต นางสาวศิริลักษณ์ และนายอิทธิเดช ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม 2507 โจทก์และจำเลยที่ 1 จดทะเบียนหย่ากัน โดยมีข้อตกลงการหย่าในบันทึกหลังทะเบียนหย่าข้อที่ 3 ว่า "ถ้าหากต่อไปภายหน้าจำเลยที่ 1 มีสิทธิในทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใด จำเลยที่ 1 ยอมแบ่งให้แก่บุตรทั้งสามด้วย" ตามบันทึกหลังทะเบียนหย่า หลังจากนั้นในวันที่ 1 มีนาคม 2516 จำเลยที่ 1 ได้จดทะเบียนสมรสกับนางสุปราณี และมีบุตรกับนางสุปราณี 1 คน

คือ จำเลยที่ 2 สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 10528 แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 29 ตารางวา เป็นของนายถวัลย์ ซึ่งเป็นพี่ชายของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2520 นายถวัลย์จดทะเบียนโอนที่ดินแปลงดังกล่าวนี้ให้จำเลยที่ 1 ต่อมาวันที่ 9 ธันวาคม 2534 จำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินแปลงนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองที่เห็นสมควรนำมาวินิจฉัยเสียก่อนคือ จำเลยที่ 1 จะต้องแบ่งที่ดินพิพาทให้แก่บุตรทั้งสามของจำเลยที่ 1 ตามข้อตกลงท้ายทะเบียนหรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงข้อ 3. นั้น แม้จะเป็นข้อตกลงที่แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์และจำเลยที่ 1 ว่า ในอนาคตหากจำเลยที่ 1 มีทรัพย์สินสิ่งหนึ่งสิ่งใด

จำเลยที่ 1 จะยอมแบ่งให้แก่บุตรทั้งสาม อันหมายถึงบุตรของโจทก์และจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่เนื้อหาตามข้อตกลงดังกล่าวเป็นลักษณะที่ตกลงกันกว้าง ๆ ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะการระบุทรัพย์อันเป็นวัตถุแห่งหนี้ เป็นการระบุที่ครอบคลุมทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งย่อมรวมทรัพย์สินทุกชนิดที่ได้มาในอนาคตและไม่จำกัดเวลา และในข้อตกลงส่วนที่เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 นั้น ก็ไม่ระบุชัดเจนว่า จะแบ่งแก่บุตรคนใด เท่าใด อันหมายความแล้วแต่ดุลยพินิจของจำเลยที่ 1 ข้อตกลงดังกล่าวนี้ จึงไม่ชัดแจ้ง ไม่มีสภาพบังคับให้คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งสามารถปฏิบัติให้ตรงตามวัตถุที่ประสงค์แห่งข้อตกลงได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยปัญหาข้ออื่นต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรูญ ชีวิตโสภณ · พฤษภา พนมยันตร์ · บุญไชย ธนาพันธ์สิน
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางวงศ์ศิริ เทียนฤทธิเดช
ศาลอุทธรณ์ - นายธีรวัฒน์ ธีรโรจน์วิทย์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยช.(พ)86/2557
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ196/2554
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ176/2555
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกเยาวชนและครอบครัว
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้