Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2523

พ.ศ. 2523 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมที่พิพาทเป็นที่ชายตลิ่งน้ำท่วมถึงได้เปลี่ยนสภาพเป็นที่น้ำท่วมไม่ถึงมาได้ 4-5 ปีที่พิพาทอยู่หน้าที่ดินโจทก์ด้านริมแม่น้ำและมีทางเดินเล็ก ๆ เรียบริมแม่น้ำอันเป็นทางเดินในที่ดินโฉนดของโจทก์หรืองอกจากที่ดินของโจทก์ ทางเดินนี้แม้ชาวบ้านจะอาศัยใช้เป็นทางสัญจรไปมา.ก็หาใช่ทางสาธารณะไม่ หากจะเป็นก็เพียงทางภารจำยอม ต้องถือว่าทางเดินดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ ที่พิพาทติดกับทางเดินจึงเป็นที่งอกจากที่ดินมีโฉนดของโจทก์และเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เจ้าของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 ถึงแม้ต่อมาโจทก์จะอุทิศที่ดินที่เป็นทางเดินให้เป็นถนนสาธารณะก็หาทำให้ที่พิพาทที่เป็นที่งอกซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้ว เปลี่ยนแปลงไปไม่ และจะถือว่าเป็นที่งอกจากที่สาธารณะมิได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 1929 ร่วมกับนายวิชัยคนละครึ่งโดยแยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด ส่วนของโจทก์อยู่ทางทิศเหนือ ที่ดินด้านทิศตะวันตกติดลำน้ำแม่กลอง ลำน้ำได้ตื้นเขินจนเกิดเป็นที่งอกริมตลิ่งมีเนื้อที่ 1 งานเศษ โจทก์ได้ครอบครองที่งอกตลอดมาจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ปลูกบ้านลงบนที่ดินส่วนที่เป็นที่งอกแล้วให้จำเลยซึ่งเป็นบุตรสาวอาศัยอยู่ตลอดมา ประมาณ 4-6 ปีมานี้จำเลยทะเลาะวิวาทกับน้อง ๆ และก้าวร้าวด่าว่าโจทก์ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอยู่ บอกให้จำเลยย้ายไป จำเลยไม่ยอมย้าย เมื่อสองเดือนมานี้จำเลยรื้อบ้านย้ายไป แต่ให้คนมาขุดหลุมขนดินลูกรังและหินมาไว้บนที่ดินที่โจทก์เคยให้จำเลยอยู่เพื่อปลูกสร้างขึ้นใหม่

โจทก์ห้ามปรามจำเลยไม่เชื่อฟัง ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินส่วนที่ติดกับโฉนดที่ 1929 ทางทิศตะวันตกเป็นที่งอกริมตลิ่งเนื้อที่ประมาณ 1 งานเศษ เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยขนกองวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างออกไป ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า ที่ดินโฉนดที่ 1929 ทางทิศตะวันตกเดิมติดแม่น้ำแม่กลองจริงแต่เมื่อ 30 ปีเศษ ก่อนที่ดินจะเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์และนายวิชัยทางราชการกับชาวบ้านได้ร่วมกันอุทิศที่ดินทำถนนสาธารณะริมแม่น้ำขึ้น ที่ดินของโจทก์จึงติดกับถนนสาธารณะหาใช่ติดกับแม่น้ำแม่กลองไม่ ที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ 1 งาน เป็นที่งอกขึ้นภายหลังจากได้ทำถนนสาธารณะแล้วและงอกจากน้ำมาติดตลิ่ง ไม่ใช่งอกจากที่ดินของโจทก์และนายวิชัย

โจทก์ไม่เคยครอบครองที่พิพาทเลย เมื่อประมาณ 20 ปีมานี้ ที่พิพาทเป็นที่ว่างเปล่าไม่มีเจ้าของ จำเลยได้เข้าไปปลูกบ้านอยู่อาศัย ครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมา ที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินส่วนที่ติดกับโฉนดที่ 1929 ตำบลโคกหม้ออำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ด้านทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่งอกริมตลิ่ง เนื้อที่ประมาณ1 งาน ตามรูปแผนที่พิพาทเส้นสีแดง เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ให้จำเลยขนกองวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทอีกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งต่อจากถนนสาธารณะไม่ใช่ที่งอกจากที่ดินของโจทก์ จำเลยเป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทมีสิทธิในที่พิพาทดีกว่าโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินอยู่หน้าที่ดินของโจทก์ และเป็นที่งอกซึ่งเดิมเป็นที่ชายตลิ่ง น้ำท่วมถึงแล้วที่ดินค่อย ๆ งอกไปทางแม่น้ำจนเป็นที่พิพาทน้ำท่วมไม่ถึง ต้องฟังในเบื้องต้นว่าที่พิพาทเป็นที่งอกริมตลิ่งซึ่งงอกออกจากที่ดินของโจทก์ ทางเดินเลียบริมแม่น้ำซึ่งมีมาแต่เดิมนั้น เป็นทางเดินในโฉนดของโจทก์หรือไม่ก็เป็นที่งอกจากที่ดินของโจทก์ แม้ชาวบ้านจะอาศัยใช้เป็นทางสัญจรไปมาก็หาใช่เป็นทางสาธารณะไม่ หากจะเป็นก็เป็นเพียงทางภารจำยอมเท่านั้นต้องถือทางเดิมดังกล่าวเป็นที่ดินของโจทก์ ข้อเท็จจริงได้ความว่าพิพาทซึ่งเดิมเป็นที่ชายตลิ่งน้ำท่วมถึง ได้เปลี่ยนสภาพเป็นที่งอกน้ำท่วมไม่ถึงมาได้ 4-5 ปีแล้ว ฉะนั้น ที่พิพาทที่ติดกับทางเดินจึงเป็นที่งอกจากที่ดินมีโฉนดของโจทก์ และเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์เจ้าของที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1308 แม้จะฟังว่าเมื่อ 4 ปีมานี้ โจทก์ได้อุทิศที่ดินที่เป็นทางเดินให้สุขาภิบาลถมดินลูกรังขยายทำเป็นถนนสาธารณะก็ตาม ก็หาทำให้ที่งอกซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แล้วเปลี่ยนแปลงไม่และจะถือว่าเป็นที่งอกจากถนนสาธารณะมิได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นคนปลูกบ้านในที่พิพาทให้จำเลยอยู่อาศัยพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภิญโญ ธีรนิติ · ภักดิ์ บุณย์ภักดี · อาจ ปัญญาดิลก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้