Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยถูกผู้ร้องฟ้องคดีแพ่งเรื่องผิดสัญญาซื้อขายที่ดินคดีนั้นจำเลยกับผู้ร้องได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ว่า จำเลยจะออกโฉนดที่พิพาทแล้วโอนให้ผู้ร้อง โดยผู้ร้องจะต้องชำระราคาที่ดินอีก 10,000 บาทให้จำเลย ต่อมาจำเลยถูกสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และที่ดินมีราคาสูงขึ้นเป็น 100,000 บาทเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่อาจอ้างอำนาจตามมาตรา 122 วรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2485 มาบอกปัดความผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวเพราะสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระราคาที่ดินอีก 10,000 บาท นั้นมิใช่สิทธิตามสัญญาโดยแท้ แต่เป็นสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว ถือได้ว่าเป็นสิทธิตามคำพิพากษานั่นเอง

เนื้อความคำพิพากษา

ผู้ร้องร้องว่า ผู้ร้องเคยเป็นโจทก์ฟ้องนายหอมจำเลยคดีนี้ตามคดีแพ่งแดงที่ 167/2505 เรื่องผิดสัญญาซื้อขายที่ดิน คดีถึงที่สุดโดยผู้ร้องกับจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันไว้ว่า จำเลยจะออกโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโอนให้ผู้ร้อง เงินค่าที่ดินอีก 10,000 บาท ผู้ร้องจะชำระให้จำเลยในวันโอน ศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมแล้ว ต่อมามีนางถนอม สวัสดี กับพวกโต้แย้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินแปลงนี้ จำเลยได้ฟ้องนางถนอมกับพวก ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของนายหอมจำเลย ต่อมานายหอมถูกโจทก์คดีนี้ฟ้องล้มละลายศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแดงที่ 167/2505 ผู้ร้องได้รับความเสียหายขอให้ศาลมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีดังกล่าวเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำคัดค้านว่า

ปรากฏว่าเวลานี้ที่ดินรายนี้มีราคาราว 100,000 บาท แต่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นลูกหนี้(ผู้ล้มละลาย) จะต้องโอนที่ดินนี้ให้แก่ผู้ร้อง โดยจะได้รับเงินราคาที่ดินอีก10,000 บาทเท่านั้น การที่จะรับปฏิบัติตามสัญญาต่อไปนั้นกองทรัพย์สินในคดีล้มละลายจะมีภาระยิ่งกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ กรณีจึงต้องตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจที่จะไม่ยอมรับสัญญาประนีประนอมยอมความไว้ปฏิบัติต่อไปได้ศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ นายหอมลูกหนี้จะต้องโอนที่พิพาทให้แก่ผู้ร้องในราคา 25,000 บาท โดยนายหอมลูกหนี้ได้รับเงินมัดจำไว้แล้ว 15,000 บาท ผู้ร้องจะต้องชำระในวันโอนอีก 10,000 บาท แต่เนื่องด้วยที่พิพาทในปัจจุบันมีราคาเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 บาท

สิทธิตามสัญญาดังกล่าวของลูกหนี้มีภาระเกินควรกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้ตามมาตรา 122 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงปฏิเสธไม่ยอมรับสิทธิตามสัญญานั้นได้ หากผู้ร้องได้รับความเสียหายโดยเหตุนี้ก็ชอบที่จะขอรับชำระหนี้สำหรับค่าเสียหายนั้นได้ ให้ยกคำร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เพียงแต่ที่ดินมีราคาสูงขึ้นอย่างเดียวไม่พอจะฟังว่าทรัพย์สินหรือสิทธิตามสัญญานั้นมีภาระเกินกว่าประโยชน์ที่จะพึงได้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จึงไม่มีอำนาจที่จะปฏิเสธไม่ยอมรับสัญญาประนีประนอมดังกล่าว

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายหอมลูกหนี้ปฏิบัติตามหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความและคำบังคับในคดีแพ่งแดงที่ 167/2505 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า หลักสำคัญซึ่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยกขึ้นอ้างเพื่อปฏิเสธไม่ยอมปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ผู้ร้องกับลูกหนี้ผู้ล้มละลายได้ทำกันไว้ คือ พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 122 วรรคแรก ถึงแม้ว่าตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้ผู้ร้องชำระราคาที่ดินอีก10,000 บาท แต่สิทธิของลูกหนี้ผู้ล้มละลายคดีนี้ก็มิใช่สิทธิตามสัญญาโดยแท้ เพราะเป็นสิทธิตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว จึงถือได้ว่าเป็นสิทธิตามคำพิพากษานั่นเอง และโดยนัยเดียวกันการที่ลูกหนี้ผู้ล้มละลายจะต้องไปจัดการออกโฉนดที่ดินรายพิพาทแล้วโอนให้แก่ผู้ร้องนั้นก็คือได้ว่าเป็นหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งลูกหนี้ผู้ล้มละลายมีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามด้วยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ผู้ล้มละลายหาอาจอ้างอำนาจตามมาตราดังกล่าวมาบอกปัดความผูกพันตามข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความในกรณีเช่นนี้ไม่พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อัศนี เกาไศยนันท์ · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · สวัสดิ์ ภู่งาม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้