Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1289/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่สามารถยกปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นอ้างในศาลชั้นต้นเนื่องจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้และศาลชั้นต้นมิได้กะประเด็นนำสืบในข้อนี้ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะอ้างอิงปัญหานี้ขึ้นในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสองเมื่อประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมายซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญในประเด็นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกามีอำนาจให้โจทก์นำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์มาสืบเพิ่มเติม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคสาม, 240(3)ประกอบด้วยมาตรา 247 แล้วให้จำเลยสืบแก้ รวมทั้งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิระบุทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารเพิ่มเติมได้ด้วย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บุกรุกเข้าถากถางตัดฟันต้นไม้ และปลูกบ้านโดยยกเสาขึ้นแล้ว 6 ต้น และเข้ายึดถือครอบครองที่พิพาทโจทก์ร้องเรียนต่อพนักงานสอบสวนให้ว่ากล่าวห้ามปรามจำเลย แต่จำเลยไม่เชื่อฟัง ขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทให้จำเลยรื้อถอนเสาและรั้วออกไป และห้ามเกี่ยวข้องกับที่พิพาทจำเลยสู้ว่า จำเลยเป็นตัวแทนจัดการครอบครองดูแลทำประโยชน์ในที่พิพาทต่อจากนายเนิ่นซึ่งรับมอบอำนาจมาจากนายเจิม เกษสุวรรณ์เจ้าของที่พิพาท นายเจิมได้เข้าครอบครองที่พิพาทมาตั้งแต่ พ.ศ. 2467 หากโจทก์ซื้อที่รายนี้มาจริงก็ได้ทอดทิ้งปล่อยปละละเลยให้นายเจิมครอบครองมาเกิน 1 ปี โจทก์หมดสิทธิฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 เพราะเป็นที่มือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่

จำเลยไม่รับรองว่าหนังสือมอบอำนาจของโจทก์เป็นใบมอบอำนาจที่ถูกต้องแท้จริง แผนที่ท้ายฟ้องไม่ถูกต้อง ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องนายเนิ่น เกษสุวรรณ์ ในฐานะผู้รับมอบอำนาจจากนายเจิมเกษสุวรรณ์ ร้องสอดเข้ามาเป็นจำเลยร่วมศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์มอบอำนาจให้ฟ้องคดีโดยชอบฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ไม่ขาดอายุความ ให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกจากที่พิพาท ให้รื้อบ้านและรั้วออกไปจากที่พิพาท ห้ามเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่พิพาทต่อไปจำเลยและผู้ร้องสอดอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลต่างด้าวไม่มีสิทธิในที่พิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกาอ้างว่า

จำเลยมิได้ยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องตามที่ศาลอุทธรณ์ยกขึ้นวินิจฉัยขึ้นต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้น และในการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นก็มิได้กะประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องนี้ให้โจทก์สืบแต่ประการใดเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่พิพาทของโจทก์ได้ถูกควบคุมโดยคณะกรรมการควบคุมและจัดกิจการหรือทรัพย์สินของคนต่างด้าวบางจำพวกในภาวะคับขันและคณะกรรมการก็ได้ทำการยื่นคำขอจดทะเบียนสิทธิในที่พิพาทแทนโจทก์ไว้ เมื่อเลิกสงครามรัฐบาลไทยได้มอบทรัพย์สินรวมทั้งที่พิพาทคืนให้โจทก์ตามบันทึกข้อตกลงสงบศึก โดยถือว่าบริษัทโจทก์ยังมีสิทธิสมบูรณ์ในที่พิพาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องนั้น หากความจริงเป็นดังที่โจทก์กล่าวอ้างในฎีกาและตามเอกสารที่โจทก์ขออ้างเพิ่มเติมแล้วที่พิพาทก็ยังเป็นสิทธิของโจทก์อยู่โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้

ทั้งทางพิจารณาได้ความว่า โจทก์ไม่สามารถยกปัญหาข้อนี้ขึ้นอ้างในศาลชั้นต้น เนื่องจากพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้ เพราะจำเลยมิได้ให้การต่อสู้ และศาลชั้นต้นก็มิได้กะประเด็นให้นำสืบในข้อนี้ โจทก์จึงย่อมมีสิทธิที่จะอ้างอิงปัญหานี้ขึ้นในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรค 2 และโดยที่ประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ซึ่งศาลชั้นต้นยังมิได้พิจารณาหรือวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงอันเป็นสารสำคัญในประเด็น ฉะนั้น เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลฎีกาเห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องให้โจทก์นำพยานหลักฐานอันเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์มาสืบเพิ่มเติมตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรค 3, 240(3) ประกอบด้วยมาตรา 247แล้วให้จำเลยสืบแก้ ทั้งนี้ รวมทั้งให้คู่ความทั้งสองฝ่ายมีสิทธิระบุทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารเพิ่มเติมได้ด้วยพิพากษายกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาในปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์ต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปความ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง เหลืองรังษี · เนิ่น กฤษณะเศรนี · นิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6634/2538

การที่จะวินิจฉัยว่าคดีโจทก์ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1003 หรือไม่นั้น จะต้องได้ความว่าได้มีการโอนเช็คพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 917 ประกอบด้วยมาตรา 3…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3844/2528

จำเลยเป็นบริษัทในต่างประเทศ สายเดินเรือเมอสก์ สาขากรุงเทพเป็นกิจการของจำเลยจึงเป็นสาขาของจำเลยเมื่อสาขาดังกล่าวมี สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในเขตศาลชั้นต้นและได้ร่วมกระทำการ ในการขนส่งสินค้ารายพิพาท จึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1500/2498

คำว่า "เคหะ" อันจะได้รับความคุ้มครองตาม ม.3 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่า ฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2490 นั้น ก.ม.ประสงค์จะคุ้มครองการเช่าอันใช่เป็นที่อยู่อาศัยเป็นหลัก กล่าวคือเมื่อใช่เป็นที่อยู่อาศัยแล้วก็ไม่ต้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5668/2567

อุทธรณ์ไม่ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งถึงข้อโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าไม่ถูกต้องอย่างไร ด้วยเหตุผลใด และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นประเด็นในการวินิจฉัยในชั้นอุท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1480/2563

เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใดแล้วต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้