Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ถูกรถจำเลยชน รอยแผลเป็นซึ่งไม่ทำให้โจทก์เสียบุคลิกและโจทก์ต้องทนทุกข์ทรมาน เป็นความเสียหายอันมิใช่ตัวเงินซึ่งไม่ซ้ำซ้อนกัน โจทก์เรียกได้ตาม มาตรา 446 รถยนต์ราคา 70,000 บาท ถูกชนแล้วขายซากรถไป 10,000 บาท เรียกค่าเสียหายที่ขาดเงินไป 60,000 บาทได้

คำฟ้องและคำให้การ

ลูกจ้างของจำเลยขับรถชนรถซึ่งโจทก์ขับ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียโฉม ค่าทนทุกข์ทรมาร ค่าที่ไม่ได้ใช้รถ รวม 53,470 บาท กับดอกเบี้ยตั้งแต่วันทำละเมิด

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาว่า ค่าเสียโฉมสูงเกินไป โจทก์ที่ 1 ไม่ได้เสียโฉมหรือเสียบุคลิกและไม่ควรเรียกเพราะตีราคาเป็นเงินไม่ได้ กับเป็นค่าเสียหายที่ซ้ำซ้อนกันกับที่โจทก์อ้างว่าได้รับทุกข์ทรมานนั้นพิเคราะห์แล้ว โจทก์ที่ 1 เสียโฉมและเสียบุคลิกหรือไม่นี้ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า รอยแผลเป็นของโจทก์ที่ 1 ที่ปรากฏต่อศาลไม่ถึงกับทำให้เสียโฉมและเสียบุคลิกแต่ว่าทำให้โจทก์ที่ 1 เสียหายแก่ร่างกายซึ่งกรณีเช่นนี้ ผู้ต้องเสียหายมีสิทธิเรียกร้องเอาค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงินด้วยอีกก็ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 446 ส่วนจำนวนค่าเสียหายควรจะได้เท่าใดนั้น

ศาลย่อมกำหนดให้ได้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด และเห็นว่าค่าเสียหายเช่นว่านี้ไม่เป็นการซ้ำซ้อนกับค่าทนทุกข์ทรมาน ที่ศาลล่างกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้ให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาทนั้น เห็นว่าเป็นจำนวนที่สมควรแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไขสำหรับค่าทนทุกข์ทรมาน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาว่าสูงเกินไปและไม่มีกฎหมายสนับสนุนให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายในส่วนนี้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บเกี่ยวกับสมองและประสาท วิธีการรักษาต้องดึงกระดูกคอให้เข้าที่ และต้องใส่เฝือกที่คอเป็นเวลานาน เป็นการทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 ยังได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลที่หน้า ที่คอและที่ไหล่อีกการที่โจทก์ที่ 1 ต้องเจ็บปวดทนทุกข์ทรมานระหว่างรักษาพยาบาล และต้องใช้เวลารักษานานหลายเดือนจนถึงวันที่โจทก์เบิกความคอยังเคลื่อนไหวเป็นปกติไม่ได้ ถือได้ว่า ทำให้เสียหายต่ออนามัยและเสียเสรีภาพ จัดเป็นความเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงินอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 446 กรณีเช่นนี้ ศาลย่อมกำหนดค่าเสียหายให้ได้ตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดค่าเสียหายเป็นค่าทนทุกข์ทรมานให้โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาทนั้น เห็นว่าเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นเช่นเดียวกันค่าเสียหายเนื่องจากไม่ได้ใช้รถ จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาว่าโจทก์ที่ 1ไม่เสียหาย หากจะเสียหายก็ไม่เกิน 8 วัน วันละ 20 บาทเท่านั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ที่ 1 ได้รับบาดเจ็บสาหัสต้องรักษาอยู่เป็นเวลานานหลายเดือนในระหว่างรักษาตัวอยู่นั้นโจทก์ต้องเสียค่าจ้างรถแท็กซี่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลและจากบ้านไปที่ทำงาน อันเป็นผลจากการละเมิด จำเลยต้องชดใช้ให้ ที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดให้โจทก์ที่ 1 ได้รับค่าเสียหาย 45 วัน วันละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 2,250 บาทนั้น เป็นการเหมาะสมแล้วจำเลยและจำเลยร่วมฎีกาว่า ค่าเสียหายเกี่ยวกับรถยนต์นั้น รถโจทก์ที่ 1ราคาไม่ถึง 60,000 บาท ไม่มีการซื้อขายซากรถกันจริง และรถโจทก์ที่ 1 ซ่อมคืนสู่สภาพเดิมได้เสียค่าซ่อมไม่เกิน 23,600 บาทนั้น เห็นว่า โจทก์ที่ 1 เอารถประกันภัยไว้กับโจทก์ที่ 2 ในราคาทุน 70,000 บาท แสดงว่ารถของโจทก์ที่ 1จะต้องมีราคาไม่ต่ำกว่า 70,000 บาท

ไม่เช่นนั้นคงไม่เอาประกันภัยไว้ในราคานี้ให้เสียดอกเบี้ยประกันสูงโดยใช่เหตุ และโจทก์ที่ 2 เป็นบริษัทประกันภัย ถ้ารถของโจทก์ที่ 1 เสียหายไม่มากและสามารถซ่อมให้คืนสภาพเดิมได้โดยเสียค่าซ่อมเพียง 23,600 บาท ตามใบเสนอราคาค่าซ่อมที่จำเลยอ้างเท่านั้นแล้วโจทก์ที่ 2 คงจะจัดการซ่อมแล้วไม่จ่ายเงินจำนวน 70,000 บาทให้โจทก์ที่ 1ซึ่งปรากฏว่าได้จ่ายไปตามเอกสารหมาย จ.7 และรับโอนซากรถมา ปรากฏตามหลักฐานใบเสนอราคาของบริษัทประชายนต์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถโฟล์คในประเทศไทยและเป็นอู่ซ่อมรถโฟล์คใหญ่ที่สุดว่าได้เสนอราคาค่าซ่อมเป็นเงินหกหมื่นบาทเศษ นายสิทธิไชย ไทยทอง พนักงานตีราคาของห้างหุ้นส่วนจำกัดบรรทัดทองเซอร์วิส

พยานจำเลยก็ยอมรับว่าอู่ของบริษัทประชายนต์ จำกัดเชื่อถือได้ ฉะนั้นจึงเชื่อว่า ราคาที่บริษัทประชายนต์ จำกัด เสนอตามเอกสารหมาย จ.9 ใกล้เคียงกับความจริงความเสียหายของรถโจทก์ที่ 1 ตามที่เห็นในภาพถ่ายหมาย จ.4 แสดงว่าเสียหายมาก ร้อยตำรวจโทมนูญพยานโจทก์ว่าต้องใช้รถยกลากไปเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ เมื่อคำนึงถึงราคาซ่อมและค่าเสื่อมราคาแล้ว การที่โจทก์ที่ 2 ขายซากรถไป 10,000 บาทแล้วเรียกให้จำเลยชดใช้ส่วนที่ยังขาด 60,000 บาท เห็นว่า เป็นค่าเสียหายพอสมควร"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ขจร หะวานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ถนัด ลีลากุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้