Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 128/2516

พ.ศ. 2516 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ขายฝากที่นาไว้กับจำเลย ต่อมาโจทก์ขอไถ่การขายฝากภายในกำหนดเวลา แต่จำเลยไม่ยอมโดยเกี่ยงจะให้โจทก์ชำระค่าเช่านาที่ค้างด้วย โจทก์จึงไม่ยอมวางเงินค่าขายฝาก เช่นนี้ย่อมเห็นได้ว่าจำเลยเป็นฝ่ายไม่ยอมรับค่าขายฝากจากโจทก์ถือได้ว่าโจทก์ได้ขอไถ่จากจำเลยภายในกำหนดเวลาขายฝากแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๗ โจทก์นำที่นาหนึ่งแปลงมาขายฝากจำเลยไว้มีกำหนด ๓ ปี โดยทำหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในราคา๑๗,๘๐๐ บาท ซึ่งคิดรวมดอกเบี้ยล่วงหน้าไว้ตลอด ๓ ปี เป็นเงิน ๘,๘๐๐ บาท และโจทก์คงครอบครองทำนาตลอดมาโดยไม่เสียค่าเช่า ก่อนครบกำหนดเวลาขายฝากโจทก์ขอไถ่การขายฝาก จำเลยผัดผ่อนเสมอมา ในวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๑๐โจทก์ร้องต่อนายอำเภอให้นัดจำเลยมารับการไถ่ถอนจำเลยกลับจะให้โจทก์ไถ่ถอนในราคา ๒๒,๐๐๐ บาท โจทก์ไม่ยอม จึงตกลงกันไม่ได้ครั้งสุดท้ายตกลงกันว่าจะไถ่ถอน ณ ที่ว่าการอำเภอ ในวันที่ ๓ มกราคม ๒๕๑๑ แต่แล้วจำเลยไม่ยอมให้ไถ่อีกจึงขอให้บังคับจำเลยรับเงิน ๑๗,๘๐๐ บาท จากโจทก์ แล้วจดทะเบียนการไถ่ถอนการขายฝากคืนมาเป็นของโจทก์

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเป็นผู้รับซื้อฝากที่นาจากโจทก์ในราคา๑๗,๘๐๐ บาทจริง แต่มิได้คิดดอกเบี้ย ๓ ปี เงิน ๘,๘๐๐ บาทรวมเข้าด้วย โจทก์ได้ตกลงเช่านาที่ขายฝาก ๓ ปี โดยคิดค่าเช่าเป็นข้าวปีละ ๔ เกวียน สองปีแรกโจทก์ไม่มีค่าเช่าชำระครั้นปีที่สาม จำเลยจะไม่ให้โจทก์เช่า แต่โจทก์ขอเช่าทำอีก ๑ ปีตกลงยอมชำระค่าเช่าโดยทำเป็นสัญญากู้ คิดเป็นเงิน ๑๑,๐๔๐ บาท จำเลยปฏิเสธข้อที่ว่าไม่ยอมให้โจทก์ไถ่ถอนการขายฝากที่โจทก์ไปร้องต่ออำเภอก็เพื่อหาทางประวิงการไถ่คืน และสัญญาขายฝากครบกำหนดแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจไถ่คืนจำเลยแจ้งให้โจทก์ออกจากที่นาพร้อมชำระค่าเช่าที่ค้าง โจทก์ไม่ยอมปฏิบัติตามจึงขอให้โจทก์และบริวารออกจากที่นา และให้โจทก์ใช้เงิน ๑๑,๐๔๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ไม่เคยเช่านาและไม่เคยทำสัญญาค้างค่าเช่านาเป็นเงิน ๑๑,๐๔๐ บาท สัญญากู้ที่จำเลยนำมาฟ้องแย้งเป็นสัญญาปลอม โดยจำเลยอาศัยลายมือของโจทก์ที่เคยเซ็นให้จำเลยไว้เมื่อครั้งโจทก์รับเงินจากจำเลยบางส่วนก่อนทำสัญญาขายฝากโดยยังมิกรอกข้อความ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิด ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์จำเลยขายฝากนาพิพาทกันเป็นเงิน ๑๗,๘๐๐ บาทและโจทก์เช่านาพิพาทจากจำเลยทำแล้วไม่เคยส่งค่าเช่านาเลย ในปีที่สามโจทก์ได้ทำสัญญากู้ให้แทนค่าเช่านา ๓ ปี เป็นเงิน ๑๑,๐๔๐ บาท ส่วนเรื่องการไถ่นาพิพาทฟังว่า จำเลยยอมให้โจทก์ไถ่คืนภายในกำหนดเวลาขายฝาก แต่โจทก์ไม่มีเงินไถ่โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะพ้นกำหนดเวลาไถ่แล้ว พิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์และบริวารออกจากนาพิพาท และให้โจทก์ชำระเงินกู้ ๑๑,๐๔๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาขายฝากกันเป็นเงิน ๑๗,๘๐๐ บาทดังที่จำเลยต่อสู้ในประเด็นที่ว่า โจทก์ใช้สิทธิไถ่ทรัพย์รายพิพาทภายในกำหนดเวลาขายฝากหรือไม่นั้น ข้อเท็จจริงได้ความว่า ก่อนครบกำหนดเวลาไถ่การขายฝาก๑๕ วัน โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อนายอำเภอขอให้เรียกจำเลยมาจัดการให้โจทก์ไถ่ถอนคำร้องของโจทก์ยังได้อ้างว่าเคยขอร้องจำเลยให้มาอำเภอ แต่จำเลยไม่ยอมมา ตามพฤติการณ์และเหตุผลของคดี จึงฟังได้ว่าโจทก์ได้ใช้สิทธิขอไถ่ที่พิพาทจากจำเลยภายในกำหนดเวลาตามสัญญาขายฝากแล้วหากแต่จำเลยบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้ไถ่ในปัญหาที่ว่า ในวันที่โจทก์จำเลยพบกันที่อำเภอนั้น โจทก์มีเงินค่าไถ่ชำระให้จำเลยหรือไม่เห็นว่า การที่โจทก์ติดต่อขอไถ่จากจำเลย

จำเลยไม่ยอม จนโจทก์ต้องยื่นคำร้องต่ออำเภอ เช่นนี้ จะว่าโจทก์ไม่มีเงินไถ่ดูผิดปกติวิสัย ศาลฎีกาเชื่อว่าโจทก์มีเงินค่าไถ่๑๗,๘๐๐ บาท พร้อมที่จะชำระจำเลยตามสัญญาขายฝากในวันเปรียบเทียบที่อำเภอแล้วที่โจทก์ไม่ยอมวางเงินในวันเปรียบเทียบ ก็เพราะจำเลยเกี่ยงจะให้โจทก์ชำระค่าเช่านาที่ค้างด้วยเป็นที่เห็นได้ว่า จำเลยเป็นฝ่ายไม่ยอมรับค่าขายฝากจากโจทก์ถือว่าโจทก์ผู้ขายฝากพร้อมที่จะไถ่ได้ภายในกำหนดแล้ว แต่เป็นเพราะจำเลยผู้ซื้อฝากบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับเงินต่างหาก

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยรับเงินค่าไถ่การขายฝาก๑๗,๘๐๐ บาทจากโจทก์ แล้วจดทะเบียนไถ่การขายฝากคืนให้โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ · ศวิต สมหวัง
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครวรรค์ - นายสมศักดิ์ เกิดลาภผล
ศาลอุทธรณ์ - นายแผ้ว ศิวะบวร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้