Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2506

พ.ศ. 2506 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัล ซึ่งเป็นความผิดอันไม่อาจยอมความได้นั้น แม้ไม่มีการร้องทุกข์ เจ้าพนักงานก็ดำเนินคดีแก่จำเลยได้จำเลยจับนมผู้เสียหายในรถประจำทางซึ่งมีคนโดยสารแน่นนั้น เป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล แม้มิได้มีพยานรู้เห็นการกระทำของจำเลยมาเบิกความในชั้นศาลการที่จำเลยจับนมผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้อนุญาตยินยอมนั้น เป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 278 แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานกระทำอนาจารจับนมผู้เสียหายต่อหน้าธารกำนัลบนรถประจำทาง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษจำคุก 6 เดือนจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาจากพยานหลักฐานในท้องสำนวนข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาได้ความดังนี้ ตามวันเวลาที่โจทก์หา ผู้เสียหายอายุ 19 ปี ขึ้นรถประจำทางสายกรมที่ดิน-คลองเตยที่สะพานน้อยในรถนั้นมีคนแน่น ที่นั่งเต็มหมด ผู้เสียหายต้องยืน จำเลยยืนอยู่ข้างหลังผู้เสียหายและดันหลังผู้เสียหาย เมื่อต้นเดือนเดียวกันจำเลยเคยจับของลับผู้เสียหายครั้งหนึ่งแล้วเมื่อจำเลยมาดันอยู่ข้างหลัง ผู้เสียหายก็เดินหนีไปข้างหน้าและได้ที่นั่งจึงนั่งลง สักครู่จำเลยก็มายืนชิดผู้เสียหาย พอรถเลี้ยวจำเลยก็เอามือซ้ายจับนมข้างขวาของผู้เสียหายโดยจับนอกเสื้อผู้เสียหายรู้สึกอายมาก จึงผลักมือจำเลยเมื่อรถถึงสี่แยกปทุมวันจำเลยลงจากรถ

ผู้เสียหายก็ตามลงไปและบอกตำรวจ พาตำรวจไปจับจำเลยได้ ข้อเท็จจริงได้ความดังนี้1. จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายยังไม่บรรลุนิติภาวะ อำนาจปกครองอยู่แก่บิดามารดาจะร้องทุกข์ได้ต้องได้รับอนุญาตและยินยอมจากบิดามารดา ปัญหานี้มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม คดีนี้เหตุเกิดต่อหน้าธารกำนัล จึงมิใช่ความผิดอันยอมความได้ แม้จะมิได้มีการร้องทุกข์ เจ้าพนักงานก็ดำเนินคดีแก่จำเลยได้2. จำเลยฎีกาว่า สถานที่เกิดเหตุบนรถเมล์ประจำทางมิได้มีพยานรู้เห็นการกระทำของจำเลยมาเบิกความในศาล จึงมิใช่เป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าศาลฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าจำเลยจับนมผู้เสียหายในรถประจำทางซึ่งมีคนโดยสารแน่นเป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล3. จำเลยฎีกาว่า ผู้เสียหายมิได้เบิกความว่า การที่จำเลยจับนมนั้นผู้เสียหายมิได้ยินยอมหรือไม่สมัครใจแสดงกิริยาขัดขืนการจับนี้จึงรับฟังไม่ได้ว่าใช้กำลังกายบังคับหรือขู่เข็ญผู้เสียหายศาลฎีกาเห็นว่า ข้อนี้ก็มิได้ยกขึ้นว่ากันมาในศาลอุทธรณ์ อย่างไรก็ดีการที่จำเลยจับนมผู้เสียหายโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้อนุญาตยินยอมนั้น เป็นการใช้กำลังประทุษร้าย มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278 แล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
คร้าม สิวายะวิโรจน์ · ชวน สิงหลกะ · สำราญ ศิริพันธ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2530

ศาลล่างทั้งสองพิพากษายืนตามกันมาให้ลงโทษจำคุกจำเลยฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจาร กระทำอนาจาร ข่มขืนใจผู้อื่น และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 278,281,284,309และ 310 กับฐานมีและพาอาวุธปืนโดยไ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1444/2530

ครั้งแรกผู้เสียหายถูกพวกของจำเลยข่มขืนกระทำชำเราในสวนปาล์มโดยจำเลยมิได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย หลังจากผู้เสียหายนุ่งกางเกงและเดินมาถึงถนนข้างสวนปาล์มจึงพบกับจำเลย จำเลยได้กอดและลากพาตัวผู้เสียหายไปข่มขื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 932/2529

เหตุที่จำเลยกระทำอนาจารผู้เสียหายอายุ 20 ปี เกิดขึ้นในเวลากลางคืนบนรถโดยสารและข้างทางขณะที่ ป.คนขับลงรถไปปัสสาวะในที่เกิดเหตุคงมีแต่ ป.ซึ่งต้องหาว่าร่วมกระทำผิดด้วยเพียงคนเดียวแต่พนักงานอัยการมีคำสั่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3575/2526

ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ถอนคำร้องทุกข์ แต่เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 337/2505

คดีความผิดต่อส่วนตัวอันยอมความได้นั้นถ้ามารดาของผู้เสียหายซึ่งเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการได้ถอนคำร้องทุกข์โดยผู้เสียหายยินยอมไม่คัดค้าน สิทธินำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้