Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2503

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลย่อมมีอำนาจที่จะระบุไว้ในคำพิพากษานั้นด้วยว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะนำคดีมาฟ้องใหม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148(3) ไม่เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำฟ้อง และไม่ขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เพราะมาตรา142 กับมาตรา 148 นั้น ต้องพิจารณาประกอบกัน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยที่ 1 ผู้กู้ และจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ให้การว่าไม่ได้ยืมเงินโจทก์ แต่ยืมเงินของบริษัทค้าสัตว์ทหารสามัคคีจำกัดโจทก์เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลภายหลังการกู้เงินรายนี้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ต่อสู้ว่า เจ้าหนี้ผ่อนเวลาให้ลูกหนี้โดยจำเลยที่ 2 ไม่รู้เห็นด้วย จึงพ้นความรับผิดเมื่อสืบพยานโจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นงดสืบพยาน ฟังว่าจำเลยที่ 1 กู้เงินจากบริษัทค้าสัตว์ฯ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2498 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน บริษัทโจทก์เพิ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลภายหลังการกู้เงินรายนี้ ผู้จัดการบริษัทโจทก์เบิกความว่าบริษัทค้าสัตว์ฯ ได้เลิกกิจการแล้วโอนกิจการรวมทั้งสิทธิและหน้าที่และหนี้สินให้กับบริษัทโจทก์ แต่โจทก์ไม่บรรยายในฟ้องถึงการโอนดังที่พยานโจทก์เบิกความ

การนำสืบของโจทก์ในข้อนี้จึงนอกประเด็นศาลชั้นต้นจึงวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และไม่วินิจฉัยประเด็นอื่น พิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิของโจทก์จะฟ้องคดีใหม่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ที่ศาลพิพากษาว่าไม่ตัดสิทธิโจทก์จะฟ้องคดีได้ใหม่นั้น ไม่ถูกต้อง ชอบที่จะยกฟ้องโดยไม่มีเงื่อนไขให้ฟ้องใหม่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เรื่องนี้ศาลชั้นต้นยกฟ้องเพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโดยไม่ได้ตั้งข้อหาเรื่องรับโอนหนี้จากบริษัทเจ้าหนี้ของจำเลย แต่มูลหนี้ที่โจทก์รับโอนมามีอยู่ ศาลแพ่งยังไม่ได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือประการใด ฉะนั้นคำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่กล่าวว่า ไม่ตัดสิทธิโจทก์จะฟ้องใหม่จึงไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 พิพากษายืนจำเลยฎีกาว่า

คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ว่า ไม่ตัดสิทธิโจทก์จะฟ้องใหม่ ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142ศาลฎีกาเห็นว่า ในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์นั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148(3)บัญญัติรับรองให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งไว้ด้วยว่าไม่ตัดสิทธิที่จะนำคดีมายื่นฟ้องใหม่โดยไม่มีเงื่อนไขหรือวางกฎเกณฑ์ไว้ว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวได้ภายในเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์อย่างใด จึงเป็นการให้อำนาจศาลในกรณีที่ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ยกฟ้องโจทก์ที่จะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร คดีนี้ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่าจำเลยจะมีความรับผิดต่อโจทก์ในหนี้สินรายที่โจทก์ฟ้องนี้หรือไม่ เป็นแต่วินิจฉัยในเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์

ฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ จึงเป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 และไม่เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 เพราะแม้มาตรา 142 จะห้ามมิให้พิพากษาหรือทำคำสั่งให้สิ่งใด ๆ เกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฎในคำฟ้อง เว้นแต่จะต้องด้วยข้อยกเว้นอันบัญญัติไว้ในมาตรานั้น แต่เมื่อมีมาตรา 148 ให้อำนาจศาลไว้ดังกล่าวแล้ว ก็ต้องพิจารณามาตราทั้งสองนี้ประกอบกัน และถือว่าการสั่งให้ฟ้องได้ใหม่ตามมาตรา 148 หาใช่เป็นการพิพากษาหรือสั่งเกินคำฟ้องไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สอาด นาวีเจริญ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เจริญ ฤทธิศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2548 (เลขอ้างอิง 267961)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณอุทยานประวิติศาสตร์ศรีสัชนาลัยซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาและใช้ประโยชน์ของกรมศิลปากรโจทก์ที่ 2 และเป็นกรรมสิทธิ์ของก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2536

เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ยอมรื้อเรือนและร้านค้าออกจากที่ดินพิพาท และจำเลยที่ 3เป็นบริวารจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์ก็ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 265/2534

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของที่ดินทั้งแปลง ได้แบ่งขายให้โจทก์บางส่วนโดยยังมิได้มีการแบ่งแยกออกเป็นสัดส่วนแน่นอน และแม้จำเลยที่ 1 จะได้ยกที่ดินอีกบางส่วนให้จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 2 ไปยื่นขอออก น.ส.3 ก. แล้ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2515

เมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีใดว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดเพียงใด ย่อมเป็นเรื่องที่คู่ความจะต้องดำเนินการในคดีนั้นเพื่อขอคำวินิจฉัยจากศาล แม้ คดีนั้นจะได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้