Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2494

พ.ศ. 2494 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ฟ้องว่าจำเลยเอาสร้อยคอ ซึ่งเป็นของปลอมไปขายโดยจำเลยมีเจตนทุจริตหลอกลวงให้เขาเชื่อในสภาพแห่งสร้อยอันเป็นความเท็จ อันเป็นเหตุให้เขาหลงเชื่อและได้ตกลงซื้อสร้อย ดังนี้ ยังไม่เป็นความผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา 310 เพราะโจทก์มิได้กล่าวว่าจำเลยหลอกลวงประการใดจะด้วยกิริยา ด้วยวาจา หรือด้วยประการใด และหลอกลวงอย่างไรมิได้กล่าวในฟ้อง จึงต้องพิพากษายกฟ้อง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้ง ๒ กับพวกอีกคนหนึ่งบังอาจสมคบกันนำเอาสร้อยคอและสร้อยข้อมือสีเหมือนทองคำอย่างละหนึ่งเส้น ซึ่งเป็นของปลอมมิได้ทำด้วยทองคำแท้ มาขายฝากให้นายพัว ณ มหาไชย โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้นายพัวหลงเชื่อในสภาพแห่งสร้อยว่าเป็นทองคำแท้ อันเป็นเท็จ ซึ่งเป็นเหตุให้นายพัวหลงเชื่อ และได้ตกลงซื้อในราคา ๘๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๑๐ จำเลยปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยผิดฐานพยายาทเท่านั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์กล่าวในฟ้องแต่ว่า " โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตหลอกลวงให้นายพัวหลงเชื่อในสภาพแห่งสร้อยอันเป็นเท็จ อันเป็นเหตุให้นายพัวหลงเชื่อ และได้ตกลงซื้อสร้อย " โจทก์หาได้กล่าวว่าจำเลยได้หลอกลวงนายพัวประการใดไม่ จะเป็นหลอกลวงด้วยกิริยา หรือวาจา หรือด้วยประการใดและหลอกลวงอย่างไร ก็ชอบที่จะว่ามา เพราะแม้จำเลยจะมีเจตนาทุจริตประการใด แต่ถ้าจำเลยเอาสร้อยไปขายนายพัวเฉย ๆ โดยมิได้แสดงอาการหลอกลวงอย่างใด หากแต่นายพัว ซึ่งเป็นผู้ซื้อฝาก และมีหน้าที่ต้องตรวจตราของเข้าใจไปเองแล้ว ก็จะเอาผิดแก่จำเลยไม่ได้

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญเนติศาสตร์ · มนูภันย์วิมลสาร · นนทประชา
ศาลล่าง
ศาลแขวงธนบุรี - นายอุทัย จึงเจริญ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงวุฒิธรรมเนติการณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้