Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1276/2501

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จำเลยจะมิได้ยกเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อต่อสู้ไว้แต่เดิมศาลฎีกาก็มีอำนาจวินิจฉัยได้ เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อยของประชาชนโจทก์ฟ้องเรียกทรัพย์จากจำเลยในคดีก่อนจนศาลพิพากษาเสร็จเด็ดขาดตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีนั้นไปแล้วโจทก์นำคดีเรื่องนี้มาฟ้องเรียกทรัพย์รายเดียวกันคืนจากจำเลยอีก เป็นฟ้องซ้ำ (อ้างฎีกาที่ 54/2494)โจทก์จำเลยและนายสร่างได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่าจำเลยยอมคืนทรัพย์ให้โจทก์ในเมื่อนายสร่างได้จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับโจทก์ และศาลได้พิพากษาคดีเสร็จเด็ดขาดไปตามนั้นแล้ว เมื่อนายสร่างไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรส โจทก์ชอบที่จะขอให้ศาลบังคับตามคำพิพากษาเดิมนั้นเท่าที่จะพึงบังคับได้ สิทธิของโจทก์ที่จะขอให้ศาลบังคับจำเลยให้คืนทรัพย์ยังคงมีอยู่ไม่ใช่ต้องนำคดีมาฟ้องเรียกทรัพย์นั้นคืนอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้แต่งงานกับนายสร่าง บุตรจำเลยและได้ไปอยู่บ้านจำเลย กับได้ฝากทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้อง รวมราคา 2,490 บาท ไว้กับจำเลยต่อมาจำเลยพาลทะเลาะวิวาทกับโจทก์จนโจทก์ต้องออกจากบ้านจำเลย โจทก์ทวงทรัพย์ที่ฝากไว้ จำเลยไม่ยอมคืนและโจทก์เคยฟ้องเรียกทรัพย์รายนี้จากจำเลยมาครั้งหนึ่งแล้วในคดีนั้นนายสร่างบุตรจำเลยได้เข้าเป็นจำเลยร่วม โจทก์จำเลยและนายสร่างทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล โดยจำเลยยอมคืนทรัพย์ตามบัญชีท้ายฟ้องให้โจทก์ในเมื่อนายสร่างได้จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับโจทก์แล้ว แต่จนบัดนี้นายสร่างไม่ยอมจดทะเบียนสมรสตามสัญญายอมความ ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนทรัพย์ตามฟ้องให้โจทก์ถ้าไม่สามารถคืนได้ให้ใช้เงิน 2,490 บาทจำเลยต่อสู้ว่า

โจทก์ไม่ได้ฝากทรัพย์ไว้กับจำเลยศาลชั้นต้นฟังว่า บุตรจำเลยไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับโจทก์ตามสัญญายอม จำเลยก็เลยถือโอกาสไม่คืนทรัพย์ให้โจทก์ ทรัพย์ที่โจทก์ตกอยู่ที่จำเลย พิพากษาให้จำเลยคืนทรัพย์ให้แก่โจทก์ ถ้าคืนไม่ได้ ให้ใช้ราคาทรัพย์ 2,490 บาท แก่โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์เคยฟ้องเรียกทรัพย์ที่ฝากจำเลยไว้คืนครั้งหนึ่งแล้วในคดีก่อนจนได้ทำสัญญายอมความกัน ถ้าฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามสัญญายอมนั้น ก็ชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีตามสัญญายอมในคดีนั้นเท่าที่จะพึงบังคับได้ ไม่ใช่มาฟ้องเป็นคดีใหม่พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาว่าก. เรื่องฟ้องซ้ำ จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้ในคำให้การ ศาลไม่ควรยกขึ้นวินิจฉัยข.

โจทก์ไม่อาจบังคับตามสัญญายอมในคดีก่อนได้ ไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องโจทก์ศาลฎีกาพิจารณาแล้วตามฎีกา ข้อ ก. แม้จำเลยจะมิได้ยกเรื่องฟ้องซ้ำเป็นข้อต่อสู้ไว้แต่เดิม แต่เป็นเรื่องเกี่ยวแก่ความสงบเรียบร้อยฯ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง และทรัพย์ที่โจทก์ฟ้องเรียกจากจำเลยในคดีนี้ โจทก์ได้ฟ้องเรียกจากจำเลยครั้งหนึ่งแล้วตามคดีแพ่งแดงที่ 75/2498 จนโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน นับว่าศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดเกี่ยวกับทรัพย์รายพิพาทนี้ไปแล้วการที่โจทก์นำคดีเรื่องนี้มาฟ้องเรียกทรัพย์คืนจากจำเลยอีกจึงเป็นการฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 อ้างฎีกาที่ 54/2494ตามฎีกา ข้อ ข.

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อในคดีก่อน โจทก์จำเลยและนายสร่างได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาล โดยจำเลยยอมคืนทรัพย์ให้โจทก์ในเมื่อนายสร่างได้จดทะเบียนสมรสและอยู่กินกับโจทก์แล้ว และศาลก็ได้พิพากษาคดีเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว โจทก์ชอบที่จะขอให้ศาลบังคับตามคำพิพากษานั้นเท่าที่จะพึงบังคับได้ถ้านายสร่างไม่ยอมไปจดทะเบียนสมรส สิทธิของโจทก์ที่จะขอให้ศาลบังคับจำเลยให้คืนทรัพย์ก็ยังคงมีอยู่พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8211/2538

คดีเดิมโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากทรัพย์สินที่เช่าเพราะครบกำหนดตามสัญญาเช่าแล้ว ทั้งโจทก์สงวนสิทธิเรียกค่าเสียหายไว้ด้วย ต่อมาโจทก์กับจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์ยอมให้จำเลยอยู่ต่อไปจนถึง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3233/2536

เมื่อจำเลยที่ 1 และที่ 2 ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความโดยไม่ยอมรื้อเรือนและร้านค้าออกจากที่ดินพิพาท และจำเลยที่ 3เป็นบริวารจำเลยที่ 1 ที่ 2 โจทก์ก็ชอบที่จะดำเนินการบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8281/2544

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โจทก์มีสิทธิบังคับจำเลยอยู่สามประการ ประการแรกคือบังคับให้โอนสิทธิในที่ดินพิพาทโดยโจทก์ต้องชำระเงินตอบแทน 35,000 บาท แก่จำเลย ประการที่สองคือบังคับให้ใช้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2656/2537

โจทก์ที่ 1 แต่ผู้เดียวเคยฟ้องจำเลยขอให้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท แล้วโจทก์ที่ 1 และจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลได้พิพากษาตามยอมคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2จึงมาฟ้องจำเลยขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5828/2534

ผู้ร้องขัดทรัพย์อ้างว่าที่ดินที่เจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดมาใน คดี นี้เป็นของผู้ร้อง ต่อมาโจทก์และผู้ร้องทำสัญญา ประนีประนอม ยอมความและศาลพิพากษาตามยอมให้ผู้ร้องชำระเงิน แก่ โจทก์ หาก ผิดนัดยอมให้โจทก์บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้