Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2497

พ.ศ. 2497 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คู่ความย่อมนำสืบเจตนาอันแท้จริงเรื่องนิติกรรมอำพรางได้ ไม่เป็นการนำสืบพยานบุคคลเพื่อเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลแก้ไขข้อความในเอกสาร โจทย์ฟ้องขอให้บังคับให้ขาย เมื่อทางพิจารณาปรากฎว่าเป็นเรื่องแลกเปลี่ยน โจทก์จะขอให้ศาลบังคับให้แลกเปลี่ยน โดยอ้าง ป.พ.พ.ม. 519 ไม่ได้ เพราะโจทก์มิได้ฟ้องขอให้บังคับเช่นนั้น

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทย์ฟ้องว่า จำเลยได้ตกลงจะขายที่นาให้โจทก์ ๑ แปลงราคา ๑,๐๐๐ บาท ต่อมาจำเลยกลับไม่ยอมขายจึงขอให้บังคับให้ขายให้โจทก์

จำเลยให้การว่า ความจริงโจทก์จำเลยตกลงแลกเปลี่นที่นากัน แต่อำเภอแจ้งว่าการทำสัญญาแลกเปลี่ยนไม่สดวกไม่เคยทำ ให้ทำเป็นทำนองขายที่นาให้ซึ่งกันและกัน อันเป็นการอำพรางเจตนาอันแท้จริง คือเจตนาแลกเปลี่ยน ครั้นถึงเมื่อจะทำสัญญากับที่อำเภอเจ้าพนักงานแจ้งว่านาโจทก์ติดภาระจำนอง ทำนิติกรรมให้ไม่ได้จนกว่าจะได้ไถ่ถอนเสียก่อน โจทก์ไม่ยอมไถ่เจ้าพนักงานงานไม่ทำนิติกรรมให้ ถ้าจำเลยทราบมาก่อนว่าที่โจทก์ ติดภาระจำนองอยู่ จำเลยก็ไม่ตกลงแลกเปลี่ยนด้วย จำเลยจึงไม่ยอมขายที่นาของจำเลยให้โจทก์ และบอกเลิกการแลกเปลี่ยนแล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาต้องกันให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ว่า (๑) การที่จำเลยนำสืบพยานบุคคลเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารซึ่งมีข้อความชัดเจนว่า จำเลยตกลงจะขายที่พิพาทให้แก่โจทก์นั้น ขัดต่อ ป.วิ.แพ่ง ม.๙๔, ข้อนี้เห็นว่าเป็นเรื่องนิติกรรมอำพราง ตาม ป.พ.พ.ม. ๑๑๘ วรรค ๒ ให้บังคับตามเจตนาอันแท้จริง ฉะนั้นคู่สัญญาจึงนำสืบถึงเจตนาอันแท้จริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.แพ่ง ม. ๙๔ (๒) ที่โจทก์อ้างว่า ป.พ.พ.ม. ๕๑๙ ว่า ให้นำบทบัญญัติในลักษณะซื้อขายมาใช้ถึงการแลกเปลี่ยนด้วย ฉะนั้นแม้จะฟังว่าแลกเปลี่ยนกัน จำเลยก็ต้องยอมแลกเปลี่ยนกับโจทก์ ข้อนี้เห็นว่าตามฟ้องโจทก์ไม่ได้ขอบังคับให้แลกเปลี่ยน จึงบังคับให้ไม่ได้ ฉะนั้นจึง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · มนูกิจวิมลอรรถ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายจรัส ศรีวรรธนะ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารนาทประจิตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1158/2498

โจทก์ประสงค์จะขายฝากที่ดินของตนบางส่วน แต่เพื่อความสะดวกในทางทะเบียนผู้รับขายฝากกับโจทก์จึงตกลงกันว่าให้โจทก์ทำขายฝากไว้กับผู้รับขายฝากทั้งหมดส่วนที่โจทก์ไม่ได้ขายฝากไว้นั้น ผู้รับขายฝากได้ทำเป็นหนังส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6601/2558

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์ทำกับ ส. ข้อ 1 ระบุว่า ส. จะขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนของตนให้แก่โจทก์ ข้อนี้จำเลยทั้งสี่ให้การต่อสู้คดีมาตั้งแต่ยื่นคำให้การใน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11645/2554

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินโจทก์กำหนดดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี โดยสัญญากู้ระบุว่า ดอกเบี้ยตามกฎหมาย แต่โจทก์นำสืบว่า ขั้นแรกตกลงคิดดอกเบี้ยกันอัตราร้อยละ 5 ต่อเดือน ต่อมาลดลงเหลือร้อยละ 3 ต่อเดือ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1482/2549

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโดยฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำสัญญากู้เงินกับโจทก์เพื่อเป็นหลักฐานการรับเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินที่โจทก์ทำกับจำเลย และจำเลยมีสิทธิริบเงินมัดจำได้เนื่องจากโจทก์เป็นฝ่ายผิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้