Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1266/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ไม่นำเงินค่าที่ดินไปสำนักงานที่ดินเพื่อชำระให้จำเลย ทั้งๆ ที่จำเลยพร้อมที่จะโอนที่ดินให้โจทก์โจทก์จึงเป็นผู้ผิดสัญญาจะซื้อจะขาย แม้ต่อมาโจทก์จะนัดให้จำเลยไปรับเงินและโอนที่ดินใหม่ ก็เป็นกรณีโจทก์ขอปฏิบัติตามสัญญาภายหลังโจทก์ผิดสัญญาแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ไปรับเงินและโอนที่ดินให้โจทก์ได้ฎีกาในปัญหาที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้โจทก์ฎีกาว่าจำเลยผิดสัญญาโดยอ้างเหตุนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้องจึงเป็นฎีกาที่นอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยเมื่อโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาจะซื้อจะขายแต่เพียงฝ่ายเดียวโจทก์ย่อมไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาและไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินแก่โจทก์ แล้วจำเลยไม่ยอมไปโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินให้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ด้วยจำเลยให้การว่า ในวันนัดโอนที่ดินตัวแทนของจำเลยไปสำนักงานที่ดิน เพื่อโอนที่ดินให้โจทก์ตามสัญญา แต่โจทก์ไม่มีเงินมาชำระค่าที่ดินที่ยังค้างอยู่ โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา โจทก์ไม่ได้เสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่ 3 เมษายน 2522โจทก์ไม่นำเงิน 2,650,000 บาท ไปที่สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร เพื่อชำระค่าที่ดินที่เหลือให้จำเลย

ทั้งที่จำเลยพร้อมที่จะโอนที่ดินให้โจทก์ โจทก์จึงเป็นผู้ผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน ที่โจทก์นัดให้จำเลยไปรับเงินและโอนที่ดินให้โจทก์ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2522 โดยอ้างว่าโจทก์ได้เตรียมแคชเชียร์เช็คไว้แล้ว เป็นกรณีโจทก์ขอปฏิบัติตามสัญญาภายหลังโจทก์ผิดสัญญาแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ไปรับเงินและโอนที่ดินให้โจทก์ ณ สำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครได้ส่วนที่โจทก์ฎีกาว่า นางฉวีวรรณผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 472และโฉนดเลขที่ 473 มิได้มอบอำนาจให้นายทองล้วน (ตัวแทนโจทก์) มิได้มอบหนังสือให้ความยินยอมของสามี บัตรประจำตัวประชาชน ตลอดทั้งสำเนาทะเบียนบ้านให้แก่นายทองล้วน เมื่อที่ดินตามโฉนดข้างต้นโอนไม่ได้จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา

เห็นว่าเป็นปัญหาที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัย และที่โจทก์ฎีกาว่าจำเลยถูกกรมสรรพากรยึดที่ดินตามโฉนดเลขที่ 476 และโฉนดเลขที่ 9743 ก่อนแล้ว จำเลยจึงไม่อยู่ในฐานะจะโอนที่ดินให้โจทก์ได้ กรณีต้องตาม มาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงมิใช่ผู้ผิดนัด และที่ฎีกาว่าที่ดินตามโฉนดเลขที่ 423 จำเลยไม่ใช่เจ้าของกรรมสิทธิ์ จำเลยย่อมโอนให้โจทก์ไม่ได้และตกเป็นผู้ผิดนัดผิดสัญญาด้วยนั้น เห็นว่าทั้ง 2 กรณีนี้ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์มิได้อ้างข้อเท็จจริงดังกล่าวมาเป็นเหตุว่าจำเลยผิดสัญญา การที่โจทก์ยกเหตุนี้ขึ้นฎีกาว่าจำเลยผิดสัญญาจึงเป็นฎีกาที่นอกฟ้องนอกประเด็น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา

จำเลยไม่ได้เป็นฝ่ายที่ไม่พร้อมที่จะทำการโอน ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า โจทก์เป็นผู้ผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมาย จ.33 ข้อ 3 วรรคสอง แต่ฝ่ายเดียวสัญญาดังกล่าวได้ระงับไปตามข้อ 5 โจทก์ไม่มีสิทธิบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเอกสารหมาย จ.33 ข้อ 3 วรรคสองและวรรคสาม และไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายตามฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง ชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุนทร วรรณแสง · เสมา รัตนมาลัย · พูน จักรเสน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้