Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12652/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอน โจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 575 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 4 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 69 พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 71

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดสรรหลักทรัพย์ของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์ซื้อตามโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ หากไม่ดำเนินการหรือไม่สามารถดำเนินการได้ให้ร่วมกันชำระเงินจำนวน503,507.28 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2537 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2549 สาเหตุที่ออกเนื่องจากจำเลยที่ 2 มีคำสั่งเลิกจ้างอ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 เรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความตกลงกันได้ โดยจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์ โจทก์ถอนฟ้องโดยระบุไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาว่าโจทก์ไม่ติดใจที่จะเรียกร้องเงินใดๆ จากจำเลยอีก ขณะเดียวกันจำเลยที่ 1 ได้มีโครงการเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานในเครือไออาร์พีซี ซึ่งรวมถึงอดีตพนักงานที่เป็นลูกจ้างตามกฎหมายของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือ โดยอดีตพนักงานที่จะได้รับการจัดสรรต้องพ้นจากการเป็นพนักงานด้วยเหตุเกษียณอายุตามระเบียบบริษัท

มีการโอนย้ายเนื่องจากคำสั่งของบริษัทเสียชีวิต หมดสัญญาจ้าง กรณีเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ทุพพลภาพหรือเจ็บป่วยจนต้องออกจากงาน บริษัทอนุญาตให้ลาออกโดยสมัครใจ โดยเสนอขายราคาหุ้นละ 2.88 บาท ราคาของหุ้น ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552 มีราคาสูงสุด 1.96 บาท และต่ำสุด 1.93 บาท แล้ววินิจฉัยว่า เมื่อพิจารณาโครงการที่จำเลยที่ 1 กำหนดเสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่พนักงานเป็นลักษณะสวัสดิการที่จำเลยทั้งสองมอบให้แก่พนักงานด้วยความสมัครใจไม่ได้เกิดขึ้นโดยกฎหมายบังคับหรือข้อสัญญาใด ๆ จำเลยทั้งสองย่อมกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการผู้มีสิทธิได้รับการจัดสรรได้ตามความต้องการ ซึ่งอดีตพนักงานต้องเป็นไปตามที่จำเลยทั้งสองกำหนด หากถูกเลิกจ้างจะต้องถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด กรณีของโจทก์ถูกเลิกจ้างเนื่องจากจำเลยที่ 2 กล่าวอ้างว่ากระทำความผิดร้ายแรง การที่โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองแล้วถอนฟ้อง คำสั่งเลิกจ้างจึงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกลบล้างหรือเพิกถอน โจทก์จึงไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าในโครงการของจำเลยที่ 1 ที่เสนอขายหลักทรัพย์ให้แก่อดีตพนักงานของจำเลยที่ 1 และบริษัทในเครือนั้น อดีตพนักงานที่จะมีสิทธิได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 หากพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานเพราะถูกเลิกจ้างจะต้องเป็นกรณีที่ถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด โดยในคดีก่อนที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าชดเชยและค่าเสียหาย ศาลไกล่เกลี่ยคู่ความจนคดีสามารถตกลงกันได้ซึ่งจำเลยที่ 2 จ่ายเงินให้โจทก์และโจทก์ยอมถอนฟ้อง จึงเท่ากับว่าคำสั่งเลิกจ้างของจำเลยที่ 2 ที่อ้างว่าโจทก์ทุจริตต่อหน้าที่อย่างร้ายแรงยังคงอยู่ไม่ได้ถูกเพิกถอนโจทก์จึงขาดคุณสมบัติที่จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของจำเลยที่ 1 ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษามานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · บูรณ์ ฐาปนดุลย์
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายพิสัณห์ ชมภูพล
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ร.790/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1296/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ1162/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3680/2567

บ. เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 ตำแหน่งช่างเจียระไน โดยมีข้อเสนอนอกเหนือจากงานในตำแหน่งช่างเจียระไน ว่า จำเลยที่ 1 เสนอให้ บ. รับผลิตงานเพิ่มเติม ตามสัญญาการทำงาน ข้อ 2 แต่การรับผลิตงานเพิ่มเติมดังกล่าวจะ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1875/2566

แม้คดีก่อนมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยว่าจำเลยฟ้องเพิกถอนคำสั่งเลิกจ้าง และเรียกสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมจากโจทก์ได้ดังฟ้องของจำเลยเพียงใดหรือไม่ แ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1307/2566

แม้โจทก์จะบรรยายฟ้องว่า โจทก์มีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2502 แต่ พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา 4 ให้คำนิยามความหมายของคำว่า "หน่วยงานของรัฐ" ว่า กระท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4032/2561

เงินโบนัสไม่มีกฎหมายบังคับว่านายจ้างต้องจ่ายเสมอไป หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายเงินโบนัสหรือสิทธิที่ลูกจ้างจะได้รับเงินโบนัส จึงต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างนั้น จำเลยมีประกาศ เรื่อง เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4009/2561

แม้การที่โจทก์แสดงความประสงค์ลาออกจากงานต่อจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2557 โดยให้มีผลวันที่ 16 พฤษภาคม 2557 เป็นการแสดงเจตนาบอกเลิกสัญญาจ้างแรงงาน ซึ่งการเลิกสัญญาจ้างแรงงานที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้