Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1264/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การขอคืนของกลางตามพระราชบัญญัติป่าไม้ในกรณีที่พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือศาลไม่พิพากษาให้ริบนั้น ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองขอคืนได้ภายใน 6 เดือนนับแต่วันทราบหรือถือว่าได้ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณีตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 64 ทวิ วรรคสอง ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2518 มาตรา 26แต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ริบตามมาตรา 74 และ 74ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้นั้นมิได้บัญญัติเรื่องการขอคืนของกลางไว้ในที่ใดในพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงต้องใช้บทบัญญัติทั่วไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ประกอบด้วยมาตรา 17บุคคลภายนอกผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ที่ถูกริบมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมจะร้องขอต่อศาลให้สั่งคืนของกลางแก่ตนได้

คำฟ้องและคำให้การ

เดิมศาลพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสองและสั่งริบของกลางซึ่งรวมทั้งรถยนต์บรรทุกทะเบียน กท.01146 คดีถึงที่สุดแล้ว

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่ารถยนต์ของกลางเป็นของผู้ร้องซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ขอให้ศาลสั่งคืนแก่ตนโจทก์คัดค้านว่าพระราชบัญญัติป่าไม้เป็นกฎหมายพิเศษ ในกรณีที่ศาลสั่งริบของกลาง เจ้าของย่อมขอคืนไม่ได้ เพราะไม่เข้าตามเงื่อนไขในมาตรา 64 ตรี ขอศาลได้สั่งคืนของกลางในวันนัดไต่สวน โจทก์รับว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ของกลางและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย แต่เห็นว่าเมื่อศาลสั่งริบของกลางตามพระราชบัญญัติป่าไม้แล้ว ศาลจะสั่งคืนตามประมวลกฎหมายอาญาไม่ได้ ขอให้ศาลชี้ขาดข้อกฎหมายศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนแล้วมีคำสั่งว่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พ.ศ. 2484 ได้วางหลักเรื่องการยึด ริบ และการขอคืนของกลางไว้แล้วจะนำประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 มาใช้บังคับไม่ได้ ให้ยกคำร้องของผู้ร้องผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามมาตรา 74 และ 74 ทวิแห่งพระราชบัญญัติป่าไม้

ไม่มีความมุ่งหมายที่จะลงโทษบุคคลอื่นที่มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของมาขอคืน หากไม่คืนให้ก็เท่ากับลงโทษแก่ผู้ร้องโดยที่ผู้ร้องมิได้กระทำผิดหรือรู้เห็นด้วย เป็นการขัดต่อการลงโทษ ผู้ร้องจึงขอคืนได้ พิพากษากลับให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาคดีแล้วข้อเท็จจริงเป็นอันฟังได้เป็นยุติว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน กท.01146 ของกลางที่ศาลพิพากษาให้ริบ และผู้ร้องไม่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดของจำเลย มีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่า ศาลจะสั่งคืนของกลางนี้ให้แก่ผู้ร้องได้หรือไม่ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว การขอรับคืนของกลางตามพระราชบัญญัติป่าไม้มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติป่าไม้

พ.ศ. 2484 มาตรา 64 ทวิ วรรคสองซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2518 มาตรา 26ว่า "ทรัพย์ที่ยึดไว้ตามวรรคหนึ่ง ถ้าพนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือศาลไม่พิพากษาให้ริบ และผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองมิได้ร้องขอรับคืนภายในกำหนดหกเดือนนับแต่วันทราบ หรือถือว่าได้ทราบคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี หรือวันที่คำพิพากษาถึงที่สุด แล้วแต่กรณี ให้ตกเป็นของกรมป่าไม้" ตามนี้กฎหมายบัญญัติแต่ในกรณีที่พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดี กับกรณีที่ศาลไม่พิพากษาให้ริบ กำหนดให้ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องร้องขอรับคืนภายในกำหนดหกเดือน มิฉะนั้นให้ตกเป็นของกรมป่าไม้ และตามมาตรา 64 ตรี เป็นเรื่องคืนของกลางที่มิใช่เป็นของผู้กระทำความผิด หรือของผู้มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นผู้กระทำความผิดก่อนถึงกำหนดตามมาตรา 64 ทวิ แต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ริบตามมาตรา 74 มาตรา 74 ทวิอย่างในคดีนี้ไม่ได้มีบัญญัติเรื่องขอคืนของกลางไว้ในที่ใดพระราชบัญญัติป่าไม้ จึงต้องใช้บทบัญญัติทั่วไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36ประกอบด้วยมาตรา 17 ผู้ร้องในคดีนี้เป็นบุคคลภายนอกไม่มีโอกาสต่อสู้คดีกับโจทก์

ฉะนั้นผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของย่อมใช้สิทธิตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 36 ที่จะร้องขอให้ศาลสั่งคืนของกลางแก่ผู้ร้องได้ และเมื่อคดีได้ความว่าผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยศาลก็ต้องสั่งคืนของกลางนั้นให้แก่ผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้วฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ผสม จิตรชุ่ม · พยนต์ ยาวะประภาษ · สุทิน เลิศวิรุฬห์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้