Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1263/2512

พ.ศ. 2512 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และผู้ร้องขัดทรัพย์ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมเป็นใจความว่า. ผู้ร้องขอให้โจทก์ขายทอดตลาดเฉพาะเรือนตามประกาศทรัพย์อันดับ 2 ไปก่อน หากขายเรือนได้เงิน.ไม่พอชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา. ผู้ร้องจะยอมชำระเงินให้โจทก์แทนจำเลยจนครบ ฯลฯ ดังนี้ เมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้จากจำเลยขาดจำนวนอยู่ผู้ร้องต้องชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอม. เมื่อไม่ชำระ. โจทก์จึงขอให้บังคับผู้ร้องชำระหนี้แทนจำเลยจนครบได้.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลพิพากษาตามยอมโดยจำเลยยอมใช้เงิน 5,287 บาท และชำระดอกเบี้ยในเงินต้น 2,915 บาท อัตราชั่งละ 1 บาทต่อเดือนจำเลยไม่ชำระหนี้ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 2715ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ ต่อมาโจทก์และผู้ร้องได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันและศาลพิพากษาตามยอมเป็นใจความว่า ข้อ 1. ผู้ร้องขอให้โจทก์ขายทอดตลาดเฉพาะเรือนตามประกาศยึดทรัพย์อันดับ 2 ไปก่อนหากขายเรือนดังกล่าวได้เงินไม่พอชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษาผู้ร้องจะยอมชำระเงินให้โจทก์แทนจำเลยจนครบ ฯลฯ โดยขอให้โจทก์ถอนการยึดที่ดินตามประกาศยึดทรัพย์อันดับ 1 เสีย ฯลฯ ข้อ 2. โจทก์ยอมตกลงตามข้อ 1 แต่จะขอถอนการยึดให้ก็ต่อเมื่อโจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาครบแล้วตามข้อ 1. ต่อมาขายทอดตลาดเรือนเป็นราคา 10,550 บาท โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามส่วนเฉลี่ย 3,485.71 บาท คงขาดไป 2,824.57 บาท

โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์ได้รับชำระหนี้และยังขาดจำนวนอยู่ดังกล่าวขอให้ออกคำบังคับให้ผู้ร้องนำเงินตามจำนวนที่ยังขาดมาชำระให้โจทก์ภายใน 10 วันศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับแก่ผู้ร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่าผู้ร้องต้องชำระหนี้โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมเมื่อไม่ชำระ โจทก์จึงขอให้บังคับผู้ร้องชำระหนี้แทนจำเลยจนครบตามที่ผูกพันตนเข้ามา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสลา หัมพานนท์ · ศริ มลิลา · เฉลิม ทัตภิรมย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้