Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1262/2501

พ.ศ. 2501 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างดำเนินงานเกี่ยวกับการชำระบัญชีจำเลยรับว่าได้ทำสัญญาจ้าง โจทก์กำหนดอัตราค่าจ้างไว้จริง ไม่ได้ยกข้อต่อสู้อื่นอีกแต่ประการใด เช่นนี้ ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างนี้ได้เลยโดยไม่ต้องสืบพยานหรือวินิจฉัยประการใดอีก

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างในการดำเนินคดีในศาลและงานเกี่ยวกับการชำระบัญชีที่กองหมายตามสัญญาจ้างลงวันที่ 18 ตุลาคม 2495 เป็น4 จำนวน คือ(1) ค่าจ้างดำเนินคดีตามสัญญา ข้อ 1 เงิน 10,000 บาท (2) ค่าจ้างดำเนินงานการชำระบัญชีกองหมาย ตามสัญญา ข้อ 2 (ก) 10,000 บาท (3) ค่าจ้างในการโต้แย้งเอาสิทธิในประทานบัตร 16 แปลงให้หลุดพ้นจากการชำระบัญชีของกองหมาย 200,000 บาท (4) ค่าจ้างดำเนินคดีตามสัญญาข้อ 2 (ค) 10,000 บาทจำเลยให้การรับว่าได้ทำสัญญาลงวันที่ 18 ตุลาคม 2495 จริงและรับรองเรื่องค่าจ้างตามสัญญาข้อ 1 ข้อ 2 (ก) และ ข้อ 2 (ค)คงโต้แย้งเรื่องค่าจ้างตามสัญญาข้อ 2 (ข) ประการเดียวว่า โจทก์ไม่ได้ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามสัญญาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 180,000 บาทจำเลยอุทธรณ์เฉพาะค่าจ้างตามสัญญาข้อ 2(ก) และ (ข)

เท่านั้นศาลอุทธรณ์เห็นว่า ค่าจ้างตามสัญญาข้อ 2(ก) นั้น จำเลยรับว่าได้จ้างโจทก์จริง และมิได้ยกข้อต่อสู้ไว้เลย ประกอบกับการที่จำเลยไปทำสัญญาประนีประนอมกับหุ้นส่วนอื่นเสีย จึงทำให้ไม่ต้องชำระบัญชีต่อไป ไม่ใช่ความผิดของโจทก์ โจทก์จึงควรได้รับค่าจ้างตามสัญญา ส่วนค่าจ้างตามสัญญาข้อ 2 (ข) เห็นพ้องตามศาลชั้นต้น จึงพิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า เฉพาะฎีกาเรื่องค่าจ้าง 10,000 บาท ตามสัญญาข้อ 2 (ก) นั้น

จำเลยให้การรับรองสัญญาแล้ว และมิได้ยกข้อต่อสู้ประการใดเลย ศาลย่อมพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวนนี้ได้โดยไม่ต้องสืบพยานหรือวินิจฉัยประการใดอีกศาลชั้นต้นไม่ควรวินิจฉัยในความข้อนี้ ในชั้นฎีกาจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยปัญหาข้อนี้อีกส่วนฎีกาเรื่องค่าจ้างตามสัญญาข้อ 2 (ข) นั้นข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ได้ใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดที่จะทำให้เป็นผลสำเร็จตามที่จ้างไว้ แม้การปฏิบัติงานในหน้าที่ของโจทก์จะยังไม่บรรลุผลสำเร็จเรียบร้อย หากจำเลยเข้าช่วยจึงสำเร็จก็ดี โจทก์ก็ยังควรได้รับค่าจ้างบ้างตามสมควรแก่ผลงานที่ได้ปฏิบัติมา และที่ศาลกำหนดค่าจ้างให้โจทก์ 150,000 บาท นั้น นับว่าเป็นผลดีแก่จำเลยอยู่แล้ว ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วุฒินัยเนติศาสตร์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4961/2558

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมผู้ร้องเคยสมรสกับจำเลยที่ 3 ต่อมาเมื่อปี 2535 ผู้ร้องหย่ากับจำเลยที่ 3 และได้ตกลงสัญญาในการหย่าให้ที่ดินพิพาทตกแก่ผู้ร้องแต่เพียงผู้เดียว ผู้ร้องได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมาโ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12715/2557

คำให้การจำเลยทั้งสิบมิได้ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างว่าผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนให้โจทก์ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง จึงไม่มีประเด็นโต้เถียงว่า ผู้กู้ได้ชำระหนี้บางส่วนตามคำฟ้องหรือไม่ เพราะถือว่าจำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3353/2552

คดีแพ่งคู่ความทั้งสองฝ่ายจะต้องนำพยานมาสืบต่อศาลเพื่อให้ศาลได้ใช้ดุลพินิจชั่งน้ำหนักพยานว่าพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่ากัน หากพยานฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือกว่าศาลก็จะใช้ดุลพินิจพิพากษาให้ฝ่ายนั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4832/2550

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยถมดินและปลูกสร้างโรงเรือนรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์เนื้อที่ประมาณ 80 ตารางวา ต่อมาจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับโจทก์ โดยจำเลยขอเช่าที่ดินส่วนที่รุกล้ำโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8917/2550

สัญญากู้เงินมีข้อความว่า จำเลยกู้เงินไปจากโจทก์ทั้งสอง 476,720 บาท และได้รับเงินไปครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยให้การรับว่าทำสัญญากู้จริงแต่ไม่ได้รับเงินกู้ มูลหนี้ตามฟ้องไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นการยกข้อเท็จจริ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้