Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12601/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ศาลแพ่งโดยระบุชื่อจำเลยว่า "บริษัท ที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำกัด" เมื่อมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ยังศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางโดยระบุชื่อจำเลยว่า "บริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด หรือ ที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส" แม้ทั้งสองบริษัทเป็นนิติบุคคลต่างกันแต่ชื่อใกล้เคียงกันมาก มีกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนคนเดียวกัน กรรมการคนอื่นก็มีนามสกุลเดียวกัน เชื่อว่าเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน และตามใบรับขนทางอากาศ ในส่วนที่เป็นตราประทับของบริษัท และในส่วนที่เป็นช่องลายมือชื่อผู้ส่งสินค้าหรือตัวแทนระบุชื่อไว้ชัดเจนว่า กับในช่องลายมือชื่อผู้ขนส่งหรือตัวแทนผู้ออกเอกสารก็มีตราประทับแสดงเครื่องหมายการค้าของบริษัทโดยมีคำว่า ขนาดใหญ่กว่าคำหรือข้อความอื่น เมื่อได้ความว่าโจทก์ประสงค์จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่รับจ้างขนส่งสินค้าและทำให้สินค้าเสียหาย ซึ่งก็คือบริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด หรือชื่อทางการค้าว่า ที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งแล้ว ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่รับฟ้องในอีก 7 วัน ต่อมาโดยเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแพ่ง เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีโอกาสขอแก้ไขคำฟ้องในข้อผิดพลาดผิดหลงเกี่ยวกับชื่อจำเลย จำเลยเองก็ไม่ได้ปฏิเสธโดยชัดแจ้งว่าไม่ใช่บุคคลที่รับจ้างโจทก์ขนส่งสินค้าดังกล่าว แต่กลับระบุว่าความเสียหายของสินค้าดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของจำเลย ทั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเรียกจำเลยร่วมทั้งสองเข้ามาในคดี เมื่อสำเนาใบรับสินค้าและใบรับขนทางอากาศเอกสารท้ายฟ้องในคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกับเอกสารท้ายฟ้องในคดีนี้ก็เป็นชุดเดียวกัน จึงฟังได้ว่าผู้โต้แย้งสิทธิที่แท้จริงต่อโจทก์ คือ จำเลยนั่นเอง ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 55 และถือว่าโจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยคดีนี้ต่อศาลแพ่งแล้ว สิทธิเรียกร้องตามคำฟ้องที่โจทก์มีต่อจำเลยยังไม่ขาดอายุความ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 2,571,364.40 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 2,365,739.51 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเรียกบริษัทชับบ์ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทเกาหลีแอร์ไลน์ จำกัด เข้ามาเป็นคู่ความ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งอนุญาต โดยให้เรียกบริษัททั้งสองว่าจำเลยร่วมที่ 1 และจำเลยร่วมที่ 2 ตามลำดับ จำเลยร่วมที่ 1 และที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 37,075 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2548 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากชำระเป็นเงินไทยให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยน ณ สถานที่และเวลาที่ชำระเงินจริง โดยให้จำเลยร่วมที่ 1 ในฐานะผู้รับประกันภัยความรับผิดของจำเลย ร่วมรับผิดกับจำเลยต่อโจทก์ในเงินที่หักเงินร้อยละ 10 ของเงิน 37,075 ดอลลาร์สหรัฐ ที่จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ออก และเมื่อคำนวณเงินที่จะหักออกแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท หากคำนวณได้ต่ำกว่าให้หักด้วย 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินที่จำเลยร่วมที่ 1 ต้องรับผิดดังกล่าว โดยต้นเงินที่จำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 ต้องรับผิดต้องไม่เกิน 2,571,364.40 บาท และดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 205,624.89 บาท ตามคำฟ้อง ให้จำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท

ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยร่วมที่ 2 ให้เป็นพับ จำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้แย้งกันในชั้นนี้รับฟังได้ว่า โจทก์ว่าจ้างจำเลยให้ขนส่งเนื้อปูปรุงรสแช่แข็งไปให้ลูกค้าของโจทก์ที่เมืองแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งจำเลยตกลงรับจ้าง ต่อมาในวันที่ 26 กันยายน 2548 จำเลยได้รับสินค้า 400 หีบห่อ รวมน้ำหนักสินค้าและหีบห่อ 4,265 กิโลกรัม มูลค่า 56,740 ดอลลาร์สหรัฐ ไปจากโจทก์ จำเลยทำประกันภัยความรับผิดไว้กับจำเลยร่วมที่ 1 ในวงเงินทุนประกันภัย 20,000,000 บาท หลังจากรับสินค้าแล้ว

จำเลยจัดส่งสินค้าไปทางสายการบินของจำเลยร่วมที่ 2 สินค้าของโจทก์ไปถึงสนามบินปลายทางที่เมืองแอตแลนต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ในวันที่ 27 กันยายน 2548 แต่เนื่องจากจำเลยและจำเลยร่วมที่ 2 ที่จะต้องดูแลสินค้าของโจทก์ให้อยู่ในสภาพแช่แข็งรักษาอุณหภูมิไว้ที่ลบ 18 องศาเซลเซียส หรือต่ำกว่า แยกสินค้าออกมาวางไว้บนที่วางรองสินค้าในโกดังเก็บสินค้าซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 26.67 องศาเซลเซียส ทำให้เนื้อปูปรุงรสแช่แข็งของโจทก์ต้องเสียสภาพเสียหายไม่อาจใช้ประโยชน์ได้ ลูกค้าของโจทก์ปฏิเสธการรับสินค้าดังกล่าวของโจทก์ โจทก์เคยยื่นฟ้องคดีที่ศาลแพ่งเป็นคดีหมายเลขดำที่ 4174/2549 เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2549 ตามคำฟ้องระบุชื่อจำเลยว่า

"บริษัทที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำกัด" ต่อมาศาลแพ่งเห็นว่าคดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้องเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2549 โจทก์จึงได้มายื่นฟ้องจำเลยที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 ระบุชื่อจำเลยว่า "บริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด หรือที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส" สำหรับจำเลยร่วมที่ 2 โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยร่วมที่ 2 ต่อศาลแพ่งและวันที่จำเลยร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเรียกจำเลยร่วมที่ 2 เข้ามาในคดีซึ่งถือเป็นวันที่จำเลยร่วมที่ 2 ถูกฟ้อง

คือวันที่ 22 ธันวาคม 2549 เมื่อนับจากวันที่ 27 กันยายน 2548 เป็นระยะเวลาเกิน 1 ปี สิทธิเรียกร้องของโจทก์สำหรับจำเลยร่วมที่ 2 ขาดอายุความแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 เพียงข้อเดียวว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ศาลแพ่งโดยระบุชื่อจำเลยว่า "บริษัทที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำกัด" เป็นการฟ้องผิดตัว ทำให้เมื่อมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ยังศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางโดยระบุชื่อจำเลยว่า "บริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด หรือที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส" สิทธิเรียกร้องตามคำฟ้องของโจทก์จึงได้ขาดอายุความแล้วหรือไม่

เห็นว่า แม้ตามหลักฐานหนังสือรับรองบริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด และสำเนาหนังสือรับรองบริษัทที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำกัด แสดงให้เห็นว่าทั้งสองบริษัทเป็นนิติบุคคลต่างกัน แต่ชื่อของทั้งสองบริษัทนั้นใกล้เคียงกันมาก คำว่า "ที.เอ็ม.ที." ที่เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำกัด เข้าลักษณะของอักษรย่อที่ย่อมาจากคำว่า "ไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนล" ที่เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด และยังปรากฏตามหนังสือรับรองว่า บริษัททั้งสองมีนายเผดิมเกียรติเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทเช่นเดียวกัน และกรรมการผู้มีอำนาจคนอื่นของทั้งสองบริษัทก็ต่างมีนามสกุล

"สมบัติพิบูลย์" เช่นเดียวกันทั้งสิ้น เชื่อได้ว่าทั้งสองบริษัทเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน และเมื่อตามใบรับขนทางอากาศของจำเลยร่วมที่ 2 ในส่วนที่เป็นตราประทับของบริษัท และในส่วนที่เป็นช่องลายมือชื่อผู้ส่งสินค้าหรือตัวแทนระบุชื่อไว้ชัดเจนว่า "TMT" กับในช่องลายมือชื่อผู้ขนส่งหรือตัวแทนผู้ออกเอกสารก็มีตราประทับแสดงเครื่องหมายการค้าของบริษัทโดยมีคำว่า "TMT" ขนาดใหญ่กว่าคำหรือข้อความอื่นมาก คำว่า "THAI MASTER TRANSPORT INTERNATIONAL SERVICE (T.M.T.) CO., LTD." เป็นเพียงถ้อยคำภาษาอังกฤษที่ตัวอักษรขนาดเล็กกว่าคำว่า "TMT" มาก เมื่อได้ความจากนายสมภพ พยานโจทก์ซึ่งเป็นทนายโจทก์ตอบทนายจำเลยและทนายจำเลยร่วมที่ 1 ถามค้านใจความว่า

โจทก์ประสงค์จะฟ้องบริษัทผู้ออกใบรับขนทางอากาศซึ่งระบุชื่อทางการค้าว่า ที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส ตัวแทนโจทก์จึงไปคัดหนังสือรับรองและได้หนังสือรับรองบริษัทที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส จำกัด หลังจากยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งแล้วโจทก์ตรวจสอบชื่อนิติบุคคลของจำเลยอีกครั้งพบว่าผิดพลาด แต่ก่อนโจทก์จะดำเนินการขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับชื่อจำเลย ศาลแพ่งได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องเสียก่อน เมื่อโจทก์ยื่นคำฟ้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางจึงระบุชื่อบริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด หรือที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิสเป็นจำเลย จากพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่า

โจทก์มีความประสงค์ที่จะฟ้องเรียกค่าเสียหายจากบุคคลที่รับจ้างโจทก์ขนส่งทางอากาศสินค้าเนื้อปูปรุงรสแช่แข็งและทำให้สินค้าดังกล่าวเสียหายไม่อาจใช้ประโยชน์ได้อันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ ซึ่งก็คือ บริษัทไทยมาสเตอร์ทรานสปอร์ตอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส (ทีเอ็มที) จำกัด หรือชื่อทางการค้าว่า ที.เอ็ม.ที.อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์วิส แต่เมื่อโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งแล้ว ศาลแพ่งมีคำสั่งไม่รับฟ้องในอีก 7 วัน ต่อมาโดยเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลแพ่ง เป็นเหตุให้โจทก์ไม่มีโอกาสขอแก้ไขคำฟ้องในข้อผิดพลาดผิดหลงเกี่ยวกับชื่อจำเลย จำเลยเองก็ไม่ได้ปฏิเสธโดยชัดแจ้งว่า จำเลยไม่ใช่บุคคลที่รับจ้างโจทก์ขนส่งทางอากาศสินค้าเนื้อปูปรุงรสแช่แข็ง แต่กลับระบุว่าความเสียหายของสินค้าดังกล่าวไม่ใช่ความผิดของจำเลย

ทั้งยื่นคำร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางเรียกจำเลยร่วมทั้งสองเข้ามาในคดีนี้ เมื่อพิจารณาต่อไปว่า สำเนาใบรับสินค้าและสำเนาใบรับขนทางอากาศเอกสารท้ายฟ้องในคดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกับเอกสารท้ายฟ้องในคดีนี้ก็เป็นชุดเดียวกัน จึงฟังได้ว่าผู้โต้แย้งสิทธิที่แท้จริงต่อโจทก์ คือ จำเลยนั่นเอง ซึ่งโจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และถือว่าโจทก์ได้เคยฟ้องจำเลยคดีนี้ต่อศาลแพ่งแล้ว และสิทธิเรียกร้องตามคำฟ้องของโจทก์ที่มีต่อจำเลยยังไม่ขาดอายุความดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยมาซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของจำเลยและจำเลยร่วมที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทัศนีย์ จั่นสัญจัย ธรรมเกณฑ์ · อร่าม เสนามนตรี · สมควร วิเชียรวรรณ
ศาลล่าง
ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายตุล เมฆยงค์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ทก.(ค)173/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
กค213/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
กค5/2552
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้