Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 126/2517

พ.ศ. 2517 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ จำเลยที่ 3 เป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา จำเลยที่ 4 เป็นผู้เขียนในคอลัมน์ข่าวสังคม เมื่อจำเลยที่ 4 เขียนข้อความอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์อันจะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 แล้วจำเลยที่ 3 ต้องรับผิดในข้อความที่ตนรวบรวมนำลงพิมพ์จะแก้ตัวว่ามีผู้รับผิดชอบในแผนกข่าวคอลัมน์ดังกล่าวนั้นแล้วหาได้ไม่ จำเลยที่ 4 เป็นคนเขียนข้อความนั้นเอง จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 3 ด้วย ส่วนจำเลยที่ 1 เป็นเพียงเจ้าของหนังสือพิมพ์นั้น ถึงแม้ว่าจำเลยที่ 3, 4 เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ 1 แต่การดำเนินการพิมพ์ต่าง ๆ เป็นเรื่องที่จำเลยที่ 3 ดำเนินการเอง ไม่ได้ความว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปเกี่ยวข้องกับการละเมิดนี้อย่างใดและโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในฐานะที่จำเลยที่ 3, 4 เป็นลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้างจำเลยที่ 1 ก็ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย การแก้ข่าวในหนังสือพิมพ์ อันจะทำให้สิทธิในการฟ้องของผู้ได้รับความเสียหายระงับลงตามพระราชบัญญัติการพิมพ์พ.ศ. 2484 มาตรา 41 นั้นจะต้องปรากฏว่าผู้ขอแก้ข่าวคือ โจทก์ผู้ได้รับความเสียหาย ได้มีหนังสือขอแก้ข่าวนั้นไปยังบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นั้น ขอให้แก้ข่าวที่ฝ่าฝืนความจริงและหนังสือพิมพ์นั้นลงพิมพ์ข้อความแก้ข่าวให้ โจทก์เป็นบุคคลที่มีเกียรติคุณและมีชื่อเสียงในสังคมมีคนรู้จักในทางที่ดี จำเลยลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ทำให้แพร่หลายแก่บุคคลทั่ว ๆไป คนที่ไม่รู้ความจริงต้อง เข้าใจผิดว่าโจทก์เป็นคนที่มีความประพฤติดังที่จำเลยกล่าว หรือไขข่าวเป็นการทำให้โจทก์เสียหายแก่ชื่อเสียง พฤติการณ์ดังนี้ เป็นเหตุสมควรจัดการเพื่อให้ชื่อเสียงของ โจทก์กลับคืนดีโดยการโฆษณาในหนังสือพิมพ์แจ้งความจริงให้ประชาชนทราบโดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามก็ให้โจทก์จัดการโฆษณาเองโดยคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด จำเลยที่ ๒ เป็นเจ้าของผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์หลักเมืองสมัยไทยเดลี่ จำเลยที่ ๓เป็นบรรณาธิการ ผู้พิมพ์โฆษณา จำเลยที่ ๔ เป็นผู้จัดการแผนกโฆษณาและเป็นผู้เขียนข้อความในคอลัมน์ สังคมเป็นข่าว โดยใช้นามแฝงหรือนามปากกาว่า "กลองยาว" จำเลยทั้งสี่ได้ร่วมกันหมิ่นประมาท ละเมิดต่อโจทก์ โดยการพิมพ์โฆษณาข้อความในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว โดยการกล่าวหรือไขข้อความอันเป็นการด่าประจานโจทก์ให้แพร่หลาย มีข้อความว่า"ขอประกาศมาให้ทราบจนทั่วกันว่า มนุษย์ร้อยเล่ห์ โพยม โรจนวิภาตผู้บังอาจแอบอ้างเป็นสารพัดสัตว์ ขณะนี้กำลังหายัดด้วยการอ้างเป็นผู้สื่อข่าวไทยเดลี่ ใครเห็นโปรดแจ้งจับด่วน" อันเป็นการฝ่าฝืนต่อความจริงซึ่งจำเลยทั้งสี่รู้หรือควรรู้ว่าข้อความนั้นไม่จริง

เพราะโจทก์เป็นคนมีชื่อเสียงเกียรติยศเป็นที่เชื่อถือในวงสังคม การกระทำของจำเลยเป็นการเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ จิตใจ และร่างกายของโจทก์ จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันละเมิดถึงวันฟ้อง ๑,๐๐๐ บาทและตั้งแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เสร็จ ให้จำเลยทั้งสี่ลงโฆษณาขอขมาต่อโจทก์ในหนังสือพิมพ์ของจำเลยและหนังสือพิมพ์รายวันอื่นอีกไม่น้อยกว่า ๗ ฉบับ ๆ ละ ๗ ครั้ง จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์รายวันหลักเมืองสมัยไทยเดลี่ จำเลยที่ ๒ เป็นตัวแทนของจำเลยที่ ๑ ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว

ความจริงมีคนชื่อนายโพยมสุทธินิเทศ ไปแอบอ้างว่าเป็นผู้สื่อข่าวของจำเลยที่ ๑ ทำให้จำเลยที่ ๑เสียหาย จึงมีผู้เขียนข้อความลงเพื่อแจ้งให้ผู้อ่านทราบ แต่ผู้เขียนจำนามสกุลผิดพลาด ต่อมาโจทก์ได้แจ้งให้แก้ข้อความ และหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ ๑ ได้ลงแก้ข่าวให้แล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะฟ้องจึงระงับไปตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พ.ศ.๒๔๘๔ จึงไม่มีสิทธิขอให้ลงโฆษณาอีก ฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ให้การว่า จำเลยที่ ๔ มิได้เป็นผู้เขียนข้อความโดยใช้นามแฝงหรือนามปากกาว่า "กลองยาว" และไม่ได้เขียนข้อความตามฟ้อง โจทก์ขอให้แก้ข้อความ จำเลยก็แก้ให้แล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องคดี และไม่จำต้องลงโฆษณาให้โจทก์ฟ้องเกี่ยวกับค่าเสียหายเคลือบคลุม

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้อความที่ลงพิมพ์นั้นฝ่าฝืนความจริงทำให้โจทก์เสียชื่อเสียงเกียรติคุณ โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ไม่ได้ร่วมทำละเมิดต่อโจทก์ พิพากษาให้จำเลยที่ ๓ที่ ๔ ร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับแต่วันละเมิดไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ และให้จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ จัดให้มีการโฆษณาแจ้งความจริงให้ประชาชนทราบในหนังสือพิมพ์หลักเมืองสมัยไทยเดลี่ และหนังสือพิมพ์อื่นอีก ๕ ฉบับ ๆ ละ๗ ครั้ง โดยให้จำเลยเสียค่าใช้จ่าย หากไม่ปฏิบัติตาม ให้โจทก์จัดการโฆษณาเอง แล้วคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลย คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกให้ยกฟ้องโจทก์เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ขอให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ และที่ ๔ จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๓ ผู้เดียวทำละเมิดต่อโจทก์จำเลยที่ ๑ ไม่ต้องร่วมรับผิด กำหนดค่าเสียหายให้จำเลยที่ ๓ ชดใช้๑๐,๐๐๐ บาท และไม่จำต้องโฆษณา พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ ๓ ใช้ค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดจนถึงวันชำระเสร็จคำขออื่นเกี่ยวกับจำเลยที่ ๓ ให้ยกและให้ยกฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๔ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๔ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ใช้ค่าเสียหาย ๕๐,๐๐๐ บาท และขอให้โฆษณาแจ้งความจริงในหนังสือพิมพ์ด้วย จำเลยที่ ๓ ฎีกาขอให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย (๑) ข้อความที่ลงพิมพ์โฆษณา เป็นข้อความที่ได้กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายซึ่งข้อความอันฝ่าฝืนต่อความจริงเป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของโจทก์ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๒๓ (๒) ปัญหาว่า จำเลยคนใดต้องร่วมรับผิดด้วยนั้น เห็นว่าจำเลยที่ ๓ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา ต้องรับผิดในข้อความที่ตนรวบรวมนำลงพิมพ์ และต้องรับผิดโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยง จะแก้ตัวว่ามีผู้รับผิดชอบในแผนกข่าวคอลัมน์นี้แล้วหาได้ไม่ สำหรับจำเลยที่ ๔นั้น ได้ความจากโจทก์และร้อยตรีอดิศร อิสี พยานโจทก์เบิกความต้องกันว่า จำเลยที่ ๓ เป็นคนบอกที่สถานีตำรวจนครบาลชนะสงครามวันที่เจ้าพนักงานเรียกจำเลยที่ ๓ ไปสถานีตำรวจว่า

จำเลยที่ ๔ เป็นคนเขียนข้อความนี้ทั้งจำเลยที่ ๓ ยังเบิกความอีกว่า ผู้รับผิดชอบในคอลัมน์สังคมเป็นข่าวคือนายรุ่งโรจน์ นรเชษฐวุฒิวัย ผู้ใช้นามปากกาว่า "กลองเพล"ในกรณีที่นายวิโรจน์ไม่อยู่ จึงจะให้นายวิลาศ ฉัตรภูมิ จำเลยที่ ๔ ผู้ใช้นามปากกาว่า "กลองยาว" เป็นผู้รับผิดชอบแทน แม้ในคอลัมน์ฉบับที่เกิดเหตุนี้จะเป็นคอลัมน์ที่พาดหัวในช่องนี้ไว้เป็นของนามปากกาว่า"กลองเพล" เป็นผู้ควบคุม แต่ตอนท้ายของคอลัมน์กลับลงชื่อเป็น"กลองยาว" จึงเชื่อได้ว่าจำเลยที่ ๔ เป็นคนเขียนข้อความอันเป็นการละเมิดต่อโจทก์ดังกล่าวเอง จำเลยที่ ๔ จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ด้วย ส่วนจำเลยที่ ๑ แม้จะฟังว่าจำเลยที่ ๓, ๔ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๑จำเลยที่ ๑ ก็เป็นเพียงเจ้าของหนังสือพิมพ์

กิจการดำเนินการพิมพ์ต่าง ๆเป็นเรื่องของจำเลยที่ ๓ ดำเนินการเอง โจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำละเมิดนี้อย่างใด ทั้งโจทก์มิได้บรรยายฟ้องให้จำเลยที่ ๑ รับผิดในฐานะนายจ้างที่จำเลยที่ ๓, ๔ เป็นลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างไว้ด้วย จะให้เข้าใจว่าเมื่อมีหนังสือพิมพ์ของจำเลยที่ ๑ออกมาเป็นสินค้าจำหน่ายตามท้องตลาด ต้องรู้กันทั่วไปว่าจำเลยที่ ๓, ๔เป็นลูกจ้างกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๑ หาได้ไม่ (๓) ปัญหาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะได้มีการลงแก้ข่าวให้แล้ว จึงได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายนั้น เห็นว่า ตามพระราชบัญญัติการพิมพ์ พุทธศักราช ๒๔๘๔ มาตรา ๔๑ จะต้องปรากฏว่าผู้ขอแก้ข่าวคือโจทก์

ได้มีหนังสือขอแก้ข่าวนั้นไปยังบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ผู้โฆษณาข่าวนั้น ขอให้แก้ข่าวที่ฝ่าฝืนต่อความจริงแต่คดีนี้คงได้ความจากคำเบิกความของจำเลยที่ ๓ ผู้เป็นบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับนี้เพียงว่า โจทก์ให้ลงแก้ข่าวให้ ความข้อนี้โจทก์ปฏิเสธจำเลยที่ ๓ ก็ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือของโจทก์มาแสดง จึงยังฟังไม่ได้ว่าโจทก์แจ้งความเป็นหนังสือขอให้แก้ข่าวให้ ที่จำเลยที่ ๓ นำสืบว่าได้มีการลงรูปถ่ายของนายโพยม สุทธินิเทศ พร้อมทั้งเขียนข้อความเกี่ยวกับนายโพยม สุทธินิเทศ ไว้ดังกล่าวแล้ว พิเคราะห์ข้อความนี้แล้วเห็นว่า เป็นเพียงลงภาพถ่ายของนายโพยม สุทธินิเทศ พร้อมทั้งข้อความลงไว้ในล้อมกรอบว่ามิได้เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ของจำเลยแต่ด้านเดียว

มิได้มีลักษณะเป็นการแก้ข่าวให้โจทก์ให้มีข้อความโดยแจ้งชัดว่าเป็นการลงข่าวที่ผิดตัวและคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริงไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวโจทก์ ส่วนคอลัมน์สังคมเป็นข่าวอีกฉบับหนึ่งที่ว่าได้ลงขออภัยต่อโจทก์ ก็มิได้ทำให้หลุดพ้นความรับผิดไปโดยนัยแห่งกฎหมายดังกล่าวนั้นได้ สิทธิที่จะฟ้องคดีทางแพ่งของโจทก์หาระงับไปไม่ (๔) ค่าเสียหายเห็นควรให้จำเลยรับผิดเพียง ๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์เป็นบุคคลที่มีเกียรติคุณและมีชื่อเสียงในทางสังคมทั่วไป มีคนรู้จักในทางที่ดี ข้อความที่โจทก์ถูกจำเลยลงโฆษณาทางหนังสือพิมพ์นั้นย่อมทำให้แพร่หลายแก่บุคคลทั่ว ๆ ไป คนที่ไม่รู้ความจริงต้องเข้าใจผิดว่าโจทก์เป็นคนที่มีความประพฤติดังที่จำเลยกล่าวหรือไขข่าวไปนั้นอันเป็นการทำให้โจทก์เสียหายแก่ชื่อเสียง พฤติการณ์แห่งคดีจึงมีเหตุสมควรจัดการเพื่อให้ชื่อเสียงของโจทก์กลับคืนดี โดยการโฆษณาแจ้งความจริงให้ประชาชนทราบ

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ เป็นว่าให้จำเลยที่ ๔ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๓ โดยร่วมกันใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ ๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันละเมิดจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ และให้จำเลยที่ ๓และที่ ๔ จัดให้มีการโฆษณาแจ้งความจริงให้ประชาชนทราบในหนังสือพิมพ์หลักเมืองสมัยไทยเดลี่ และหนังสือพิมพ์อื่นอีก ๑ ฉบับ ๆ ละ ๕ ครั้งโดยจำเลยเสียค่าใช้จ่าย หากจำเลยไม่ปฏิบัติตาม ก็ให้โจทก์จัดการโฆษณาเอง โดยคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายจันทร์ ระรวยทรง
ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้