Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1258/2522

พ.ศ. 2522 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยประมาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420ประการหนึ่ง และให้รับผิดในฐานะจำเลยเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ขณะเกิดเหตุตามมาตรา 437 อีกประการหนึ่งฉะนั้น แม้คดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องศาลพิพากษาถึงที่สุดว่า ต. เป็นคนขับรถจำเลยก็ตาม ในคดีนี้ศาลก็ยังต้องวินิจฉัยต่อไปว่าความรับผิดของจำเลยตามมาตรา 437 มีเพียงใด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่ามาตรา 437มุ่งหมายให้มีข้อสันนิษฐานเป็นคุณแก่ฝ่ายที่มิใช่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล โจทก์จำเลยต่างเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล ไม่อาจบังคับใช้บทบัญญัติมาตรา 437 ได้นั้น เป็นการกล่าวเกี่ยวกับภาระแห่งการพิสูจน์หรือหน้าที่นำสืบ มิใช่วินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดตามมาตรา 437ที่ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่นั้นชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องใจความว่า จำเลยได้ขับรถยนต์กระบะเล็กหมายเลขทะเบียนน.ฐ.07385 ของจำเลยด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวัง กล่าวคือจำเลยได้ขับรถยนต์อย่างรวดเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด แล้วหักหลบรถจักรยานสองล้อที่จอดอยู่ข้างทาง แล่นเข้ามาในเส้นทางเดินรถของโจทก์ ชนรถยนต์ของโจทก์อย่างแรง เป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์พัง ใช้การไม่ได้ จะต้องซ่อมให้อยู่ในสภาพเดิมคิดเป็นเงิน 114,795 บาท ตามใบเสนอราคาท้ายฟ้อง การกระทำของจำเลยซึ่งรถของตนเอง และรถยนต์ของจำเลยอยู่ในความครอบครองของจำเลยในขณะเกิดเหตุ ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดนครปฐมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีอาญา และโจทก์กับนายสมศักดิ์ซึ่งได้รับบาดเจ็บเป็นโจทก์ร่วม คดียังไม่ถึงที่สุดรถยนต์ของโจทก์ถูกชนแล้วเสื่อมราคาไปเป็นเงิน 30,000 บาท

โจทก์เรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยเพิกเฉย ขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 144,795 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า ค่าเสียหายจากอุบัติเหตุคราวนี้ไม่เกิน 30,000 บาท จำเลยรับว่าจำเลยเป็นเจ้าของรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น.ฐ.07385 จริง จำเลยนั่งรถยนต์คันดังกล่าว โดยลูกจ้างของจำเลยเป็นคนขับด้วยความระมัดระวัง เหตุที่รถยนต์ชนกันเกิดจากความประมาทในการขับของโจทก์ฝ่ายเดียว รถยนต์ของจำเลยได้รับความเสียหายต้องซ่อมคิดเป็นเงิน 30,650 บาท ตามเอกสารท้ายคำให้การหมายเลข 1 จำเลยได้รับบาดเจ็บเสียค่ารักษาพยาบาลเป็นเงิน 6,000 บาท จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยเป็นเงิน 36,650 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีตั้งแต่วันฟ้องถึงวันชำระเสร็จโจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่ารถของโจทก์เป็นรถยนต์ใหม่ต้องซ่อมเป็นเงิน 100,000 บาทเศษ รถยนต์ น.ฐ.07385 อยู่ในความครอบครองของจำเลยแล่นไปด้วยความประมาท รถยนต์ของโจทก์มิได้ประมาทคดีอยู่ระหว่างพิจารณา

จำเลยยื่นคำร้องว่า คดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องมีข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยไม่ได้ขับรถยนต์ดังกล่าว ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยไม่ได้ขับรถยนต์โดยประมาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลย ขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าว และจำเลยยื่นคำร้องขอถอนฟ้องแย้งศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยถอนฟ้องแย้งและสอบข้อเท็จจริงได้ความว่าคดีอาญาที่จำเลยถูกฟ้องในเหตุเดียวกันนี้ถึงที่สุดชั้นอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น คดีพอวินิจฉัยได้แล้วให้งดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้ววินิจฉัยว่าเมื่อข้อเท็จจริงในคดีอาญาฟังว่านายตี๋เป็นคนขับ จึงต้องฟังว่าจำเลยมิได้ขับรถยนต์โดยประมาทอันก่อให้เกิดการละเมิด จำเลยไม่ต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ และวินิจฉัยว่าบทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 มุ่งหมายให้มีข้อสันนิษฐานให้เป็นคุณแก่ฝ่ายที่มิใช่เป็นยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล แต่คดีนี้โจทก์จำเลยต่างเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกลด้วยกันทั้งสองฝ่าย

กรณีไม่อาจบังคับใช้บทบัญญัติข้างต้นได้ พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปในประเด็นดังกล่าวแล้วพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาชั้นนี้ว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องนั้นชอบหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์สองประการ กล่าวคือให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นผู้ขับรถยนต์โดยประมาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 ประการหนึ่ง และให้จำเลยรับผิดในฐานะจำเลยเป็นผู้ครอบครองรถยนต์ขณะเกิดเหตุ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437อีกประการหนึ่ง ศาลชั้นต้นยังมิได้วินิจฉัยว่า ความรับผิดของจำเลยตามมาตรา 437 มีเพียงใดหรือไม่ และยังมิได้วินิจฉัยว่า โจทก์ได้รับความเสียหายเพียงไร ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 437 มุ่งหมายให้มีข้อสันนิษฐานเป็นคุณแก่ฝ่ายที่มิใช่ยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล โจทก์จำเลยต่างเป็นผู้ครอบครองหรือควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่องจักรกล ด้วยกันทั้งสองฝ่าย กรณีไม่อาจบังคับใช้บทบัญญัติข้างต้นได้นั้น เป็นการกล่าวเกี่ยวภาระแห่งการพิสูจน์หรือหน้าที่นำสืบมิใช่ข้อวินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดตามมาตรา 437 ปัญหาที่ว่าจำเลยในฐานะผู้ครอบครองรถยนต์ขณะเกิดเหตุจะต้องรับผิดหรือไม่ยังไม่ยุติ ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่บรรยายฟ้องให้ชัดแจ้ง ทำให้จำเลยไม่อาจเข้าใจและทำคำให้การได้ถูกต้อง เป็นข้อที่มิได้ว่ากล่าวกันมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ที่ศาลอุทธรณ์ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่นั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ภักดิ์ บุณย์ภักดี · สีห์ คลายนสูตร · ภิญโญ ธีรนิติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้