Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1255/2514

พ.ศ. 2514 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การรถไฟแห่งประเทศไทยมีข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานในการรถไฟฯ กรณีออกจากงานอยู่ 2 ฉบับ ซึ่งผู้ออกจากงานไม่ว่าเพราะเหตุใด (นอกจากถูกไล่ออก) อาจเลือกรับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือนตามข้อบังคับฉบับหนึ่งฉบับใดก็ได้ ลูกหนี้ตามคำพิพากษาเป็นพนักงานของการรถไฟฯ และลาออกจากงานย่อมมีสิทธิเรียกร้องเงินสงเคราะห์จากการรถไฟฯ สุดแต่จะเลือก แม้ยังไม่เลือกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาก็มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวตามสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้วิธีหนึ่งให้การรถไฟฯส่งเงินนั้นมายังศาลได้ ความในมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 ที่ว่าทรัพย์สินของการรถไฟฯ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีนั้น มุ่งหมายถึงการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของการรถไฟฯโดยตรง กรณีที่ศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของลูกหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการรถไฟฯ หาใช่เป็นการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของการรถไฟโดยตรงไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลย ยื่นคำร้องว่าจำเลยเป็นพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย และลาออกมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ เงินทุนสงเคราะห์และเงินสะสมจากการรถไฟฯ รวม ๖,๕๐๐ บาท ขอให้ศาลอายัด ศาลชั้นต้นออกหมายอายัดไปยังผู้ว่าการรถไฟฯ ผู้ว่าการรถไฟฯ ได้นำส่งเงินทุนสงเคราะห์หรือเงินสะสมต่อศาล ๖,๑๐๗ บาท และว่าสำหรับเงินบำเหน็จบำนาญของจำเลยนั้น ถ้าได้รับเรื่องและสั่งจ่ายเมื่อใดจะได้นำส่งต่อไป ต่อมาผู้ว่าการรถไฟฯ มีหนังสือว่า เงินทุนสงเคราะห์นี้อยู่ในความควบคุมรับผิดชอบของการรถไฟฯ มีข้อบังคับควบคุมอยู่ การจะจ่ายให้ผู้ใดจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและชอบด้วยข้อบังคับ กรณีนี้จำเลยยังมิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อบังคับเพื่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องจึงหามีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ไม่ ทั้งเงินที่จำเลยจะพึงได้รับจำเลยยังมีสิทธิเลือกขอรับได้ต่างวิธีกันซึ่งเป็นสิทธิเฉพาะตัว บุคคลอื่นหามีสิทธิใช้เลือกแทนได้ไม่ จึงขัดข้องที่จะส่งเงินรายนี้ตามหมายอายัด

โจทก์ยื่นคำร้องว่า จำเลยทำหนังสือยื่นเรื่องราวขอรับเงินสะสมคืนเพียงเท่าเดียวและเขียนรายงานว่าจะขอรับเงินทุนสงเคราะห์ครั้งเดียวเพื่อเหตุทดแทน (บำเหน็จ) สิทธิร้องขอของจำเลยเกิดขึ้นแล้ว การรถไฟฯ จะต้องจ่ายเงินทุนสงเคราะห์ครั้งเดียวให้แก่จำเลย โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา มีสิทธิที่จะใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยขอรับเงินทุนสงเคราะห์เพื่อเหตุทดแทน (บำเหน็จ) ของจำเลยครั้งเดียวได้ ขอให้ไต่สวน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้การรถไฟฯ ส่งเงินของจำเลยซึ่งมีสิทธิจะได้รับตามข้อบังคับคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทยฉบับที่ ๔๑ ประเภทเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวมายังศาลจังหวัดนครสวรรค์เพื่อเฉลี่ยแก่เจ้าหนี้ต่อไป การรถไฟแห่งประเทศไทยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน การรถไฟแห่งประเทศไทยฎีกาต่อมา ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นพนักงานรถไฟของการรถไฟฯมา ๑๘ ปี ได้ลาออกจากหน้าที่เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๑๑ การรถไฟฯ มีข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสำหรับจ่ายสงเคราะห์ผู้ปฏิบัติงานไว้ ๒ ฉบับคือ ข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ และที่ ๔๑ ตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานต้องออกจากงานไม่ว่าเพราะเหตุใด (นอกจากถูกไล่ออก) ให้จ่ายเงินจากกองทุนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานนั้นตามจำนวนที่ได้เก็บจากผู้ปฏิบัติงานไว้รวมทั้งดอกเบี้ยและให้กองทุนจ่ายเพิ่มให้อีกเป็นจำนวนเท่ากันส่วนฉบับที่ ๔๑ ผู้ปฏิบัติงานหากได้รับอนุญาตให้ลาออกจากงานมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวหรือเป็นรายเดือนโดยอนุโลมตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการและจะได้รับคืนเงินที่ถูกเก็บไว้ตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ เพียงเท่าจำนวนที่หักไว้พร้อมดอกเบี้ยโดยกองทุนจะไม่จ่ายสมทบให้อีกหนึ่งเท่า

จำเลยคดีนี้มีสิทธิได้รับเงินตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ หรือ ๔๑ อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ยังมิได้ยื่นเรื่องราวขอรับเงินสงเคราะห์ว่าจะขอรับตามข้อบังคับฉบับใด มีปัญหาว่า โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดให้การรถไฟฯ ส่งเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวเพื่อชำระหนี้ได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความตามทางไต่สวนของโจทก์ว่าจำเลยทำงานเพียง ๑๘ ปี ไม่มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ที่จ่ายให้เป็นรายเดือนหากแต่มีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ครั้งเดียว นายยุกต์ผู้อำนวยการฝ่ายการบัญชีของการรถไฟฯ เบิกความว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ลาออกจากงานแล้ว มีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ หรือฉบับที่ ๔๑ แล้วแต่จำเลยจะเลือก

ศาลฎีกาเห็นว่าสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่จะให้การรถไฟฯ จ่ายเงินสงเคราะห์ จะโดยวิธีตามข้อบังคับฉบับที่ ๑๑ หรือฉบับที่ ๔๑ ก็ดี ได้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่จำเลยได้รับอนุญาตให้ลาออกจากงาน การรถไฟฯ จึงเป็นหนี้จำเลยอยู่ตามสิทธิเรียกร้องของจำเลยดังกล่าวฟังได้ว่า หนี้ที่เรียกร้องนั้นมีอยู่จริง โจทก์จึงมีสิทธิที่จะขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวตามสิทธิเรียกร้องที่จำเลยมีอยู่ต่อการรถไฟฯ วิธีหนึ่ง ให้การรถไฟฯ ส่งเงินนั้นมายังศาลได้ทั้งนี้ ไม่จำต้องให้จำเลยยื่นแบบขอเลือกรับเงินสงเคราะห์ตามข้อบังคับฉบับใดจากการรถไฟฯ ก่อน เพราะเป็นกรณีที่การรถไฟฯ ปฏิบัติไปตามคำสั่งอายัดของศาล การรถไฟฯ ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า เงินกองทุนสงเคราะห์เป็นทรัพย์สินของการรถไฟฯ ไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ตราบใดที่ยังไม่มีการสั่งจ่ายเงินออกจากกองทุนสงเคราะห์ บุคคลใดจะยึดหรืออายัดมิได้นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ความในมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๔๙๔ ที่ว่า ทรัพย์สินของการรถไฟฯ ย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีนั้น มุ่งหมายถึงการบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินของการรถไฟฯ โดยตรง ส่วนกรณีนี้เป็นเรื่องศาลมีคำสั่งอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยซึ่งมีสิทธิจะได้รับเงินสงเคราะห์จากการรถไฟฯดังได้วินิจฉัยแล้ว หาใช่เป็นการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของการรถไฟฯ โดยตรงแต่อย่างใดไม่ ศาลล่างให้อายัดเงินสงเคราะห์ครั้งเดียวของจำเลยชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวัสดิ์ ภู่งาม · บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · อัศนี เกาไศยนันท์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายแถม กุลนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายจรัส ศรีวรรธนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้